
บีบรัฐวิสาหกิจส่งรายได้เข้าคลังเพิ่มจี้ไอซีทีเร่งแก้ข้อพิพาท"ทีโอที-กสท"
กนร.บีบรัฐวิสาหกิจส่งเงินส่วนเกินเข้ารัฐโปะรายได้รัฐบาล หวังกู้เสถียรภาพการคลังของประเทศ พร้อมจี้ไอซีทีแก้ปัญหาทีโอที-กสท กรณีแก้สัญญาสัมปทานเอื้อบริษัทเอกชน และข้อพิพาทมูลค่ากว่า 8 หมื่นล้าน เล็งลดโครงการลงทุน 3 จีเหลือ 2 หมื่นล้าน
นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (กนร.) ที่มีนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่าที่ประชุมมีมติให้รัฐวิสาหกิจที่มีรายได้และไม่มีแผนต้องนำเงินไปใช้ลงทุน นำรายได้ส่งเข้ารัฐเพิ่มเติม พร้อมกับขอให้คณะกรรมการรัฐวิสาหกิจแต่ละแห่งมีความรัดกุมในการลงทุนให้ผลประกอบการสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา เพื่อให้การนำส่งรายได้เข้ารัฐเป็นไปตามเป้าหมาย และลดผลกระทบที่อาจมีต่อสถานะการเงินการคลังของประเทศ
ทั้งนี้ สคร.ได้รายงานผลการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจปี 2551 มีรายได้รวมเพิ่มขึ้นจาก 3 พันล้านบาท เป็น 3.5 พันล้านบาท แต่มีกำไรลดลงจาก 2 แสนล้านบาท เหลือกว่า 1.22 แสนล้านบาท โดยกลุ่มไฟฟ้ากำไรลดลง 12% บมจ.ปตท กำไรลดลง 47% บมจ.การบินไทยขาดทุน 2.1 หมื่นล้านบาท ขณะที่ปี 2551 มีการนำส่งรายได้ 1 แสนล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 9.8 หมื่นล้านบาท ส่วนปี 2552 ตั้งป้าไว้ 9.3 หมื่นล้านบาท ล่าสุดนำส่งแล้ว 2.99 หมื่นล้านบาท คาดทั้งปีนำส่ง 8.5-8.6 หมื่นล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมาย 4-5 พันล้านบาท จึงให้รัฐวิสาหกิจที่มีรายได้และไม่มีแผนการใช้เงินขอให้นำส่งเป็นรายได้แผ่นดินเพิ่มเติม
นอกจากนี้ที่ประชุมได้พิจารณาข้อพิพาทระหว่างบริษัททีโอที และบริษัท กสท โทรคมนาคม กับบริษัทเอกชนคู่สัญญา มูลค่ากว่า 8 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นปัญหาข้อพิพาทระหว่างทีโอทีกับเอกชนคู่สัญญา จำนวน 5 หมื่นล้านบาท และข้อพิพาทระหว่างกสท กับเอกชนคู่สัญญาอีก 3 หมื่นล้านบาท โดยให้ไอซีทีไปหารือกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันพิจารณาแนวทางการต่อสู้ข้อพิพาทให้ชัดเจน หากมีแนวโน้มว่าจะแพ้คดีก็ขอให้มีมาตรการรองรับและแนวทางแก้ไขปัญหาด้วย และขอให้พิจารณาแผนการลงทุนคลื่น 3 จีของทั้ง 2 แห่งให้ชัดเจนพร้อมกับพิจารณาโครงการที่สามารถลงทุนร่วมกัน เพื่อให้งบประมาณการลงทุนที่ตั้งไว้ 3 หมื่นล้านบาท ลดลงมาเหลือ 2 หมื่นกว่าล้านบาท



