ไลฟ์สไตล์

ในอุ้งมือทีมบริหาร'เกษม กลั่นยิ่ง'

ในอุ้งมือทีมบริหาร'เกษม กลั่นยิ่ง'

06 ก.ย. 2554

ก้าวสู่ปีที่ 8 สกสค. ในอุ้งมือทีมบริหาร'เกษม กลั่นยิ่ง'

        ปรากฏการณ์ "คณะครุศาสตร์-ศึกษาศาสตร์ฟีเวอร์ ปี 2554" ที่มีจำนวนนักศึกษาแห่สมัครเข้าเรียนมากเป็นประวัติการณ์ของประเทศไทย อีกทั้งมีแนวโน้มว่าเยาวชนไทยคนรุ่นใหม่สนใจจะประกอบวิชาชีพครูมากขึ้นกว่าในอดีตนั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่า ปัจจัยหลักมาจากผลการดำเนินการอย่างเสียสละทุ่มเทของทีมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(สกสค.)มาตลอดจนก้าวเข้าสู่ปี 8 ในวันศุกร์ที่ 9 กันยายน 2554

        สกสค.ภายใต้ทีมผู้บริหาร "นายเกษม กลั่นยิ่ง" เลขาธิการ สำนักงาน สกสค.คนปัจจุบัน และรองเลขาธิการ อีก 4 คน ทำงานกันเป็น "ทีมเวิร์ก" ทำให้สกสค. ณ วันนี้ กลายเป็นขวัญใจของ "คุณครูและบุคลากรทางการศึกษา" ไปแล้ว ในโอกาสนี้ "คม ชัด ลึก" ขอเปิดใจ "4 เสือ แห่งสกสค." ถึงผลงานในอดีตและอนาคตที่จะทำเพื่อครูและบุคลากรทางการศึกษา

        ประเดิมด้วย "นายวัฒนา วรรณโสภา" รองเลขาธิการคณะกรรมการ สำนักงาน สกสค. ในฐานะรองประธานกรรมการ การฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา(ช.พ.ค.) และการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษาในกรณีคู่สมรสถึงแก่กรรม(ช.พ.ส.) ที่บริหารงานในรูปแบบ "คณะกรรมการ ช.พ.ค." จำนวน 35 คน มี "นางปิยาภรณ์ เยาวาจา" ผู้อำนวยการสำนักสวัสดิภาพครู เป็นกรรมการและเลขานุการ และ มี "นายเกษม กลั่นยิ่ง" นั่งเก้าอี้ประธานคณะกรรมการ ช.พ.ค./ช.พ.ส

        "ผมได้พัฒนาระบบบริการเพื่อนสมาชิกช.พ.ค./ช.พ.ส. ผ่านการประชาสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้เพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้ทราบถึงวัถตุประสงค์ และประโยชน์ของการเป็นสมาชิก จากเดิมมีสมาชิกจำนวน 5 แสนกว่าคน เมื่อผมมาดูถึงปัจจุบันมีสมาชิก 9 แสนกว่าคน"

        ปัจจุบันสมาชิกสามารถกู้เงินได้สูงถึง 1.2 ล้านบาท ทำให้สมาชิก ช.พ.ค.มีความภูมิใจ สามารถนำเงินกู้ไปปิดหนี้ดอกเบี้ยสูง ปิดหนี้บัตรเครดิต ส่วนครูที่ไม่มีหนี้ก็สามารถนำเงินกู้เหล่านี้ไปลงทุนทำธุรกิจ เช่น ซื้อสวนยางพารา ทำไร่มันสำปะหลัง ส่วนครูที่ไม่มีบ้านอยู่ก็ไปซื้อบ้านได้

        "ผมพอใจที่ครูได้พึ่งพาอาศัย พอใจผลงาน แม้เหลือเวลาในตำแหน่งปีเศษ ผมก็จะเดินหน้าพัฒนาต่อไป ในเรื่องสวัสดิการเงินกู้ ก็จะจัดสวัสดิการภัยธรรมชาติ อัคคีภัย วาตภัยก็ดี จัดเงินสนับสนุนช่วยเหลือครูที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งปัจจุบันใช้เงินไปช่วยครูในด้านนี้แล้วประมาณ 50 ล้านบาท

        ผมฝากถึงเพื่อนสมาชิก ช.พ.ค./ ช.พ.ส. หากการบริหารงานในระดับเจ้าหน้าที่ของ สำนักงาน สกสค. ทั้งในส่วนกลางและต่างจังหวัด ถ้าได้รับการบริการไม่เป็นที่ชื่นชอบขอให้บอกเรา เสนอแนะ แจ้งมายังส่วนกลาง สิ่งไหนที่สมาชิกเห็นว่าควรพัฒนาเรายินดีน้อมรับแก้ไข เรายินดีน้อมรับแก้ไขการให้บริการครู ยินดีน้อมรับทุกเสียงของเพื่อนครู รวมถึงยินดีรับข้อมูลด้วยครับ" นายวัฒนา กล่าว

        ขณะที่ "นายสมศักดิ์ ตาไชย" รองเลขาธิการ สกสค. ผู้กำหนดยุทธศาสตร์สำคัญของการขับเคลื่อนขององค์กร เปิดใจว่า มารับตำแหน่งเมื่อ 3 ปี ก่อนหน้าเคยอยู่ในบอร์ด สกสค. มา4 ปี ช่วงที่เป็นบอร์ดได้วางโครงสร้างบริหารองค์ร่วมกับสกสค. 4 ปีแรก นันเป็นต้นทุนที่ทำให้มององค์กรได้ชัดเจน เมื่อมาดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการ ก็นำโครงสร้างมาลงมือวางแผนองค์กร เน้น 4 ประการคือ

        1.วางหลักการบริหารโครงสร้างพื้นฐาน เน้นการเงินการคลัง จุดเน้นในยุค 3 ปี เน้นระเบียบ การมีวินัยทางการเงินการคลัง 2.เน้นการบริหารสำนักงาน โดยกระจายอำนาจให้ สำนักงาน สกสค. 76 จังหวัด แต่ละจังหวัดมีคณะกรรมการบริหาร 10 คน มาจากตัวแทนครู และบุคลากรทางการศึกษาจากทุกสังกัดในพื้นที่ นั่นคือบริหารองค์กรแบบ "มีส่วนร่วม" เพื่อตรวจสอบเสนอแนะ

        3.จัดสวัสดิการสร้างสำนักงาน สกสค.จังหวัด 76 จังหวัด เป็นเอกลักษณ์คาดจะครบทุกแห่งในปี 2555 เน้นบริการสมาชิกแบบเบ็ดเสร็จ มุ่งกระจายอำนาจลงสู่พื้นที่ และประการที่ 4.เรามีนโยยบายขยายหอพัก สกสค. เรามีแห่งเดียวในไทย ในอนาคตจะจัดหอพักครู 4 ภูมิภาค ภูมิภาคละ 1 จุด นำร่องที่วางศิลาฤกษ์แห่งที่ จ.เชียงใหม่ ขนาด 300 ห้อง ปี 2556 จะเปิดให้บริการในราคาสวัสดิการ ห้องละ 450-490 บาทต่อวัน

        "อนาคตจะผลักดันนโยบาย 2 เรื่องหลักคือ เรื่องที่หนึ่ง โรงพยาบาลครูประจำ 4 ภูมิภาค เพราะครูเรียกร้อง แต่ไม่มีใครสนใจสุขภาพครู ส่วนเรื่องที่สอง จะจัดตั้งสถาบันระดับอุดมศึกษา เพื่อบุตรสมาชิกของครู บุคลากรได้เรียนฟรีในระดับปริญญาตรี เพราะเรามีความเชื่อว่าส่วนหนึ่งหนี้สินครู มาจากแบกรับภาระค่าเล่าเรียนลูก เราจะจัดหลักสูตรคณะต่างๆ ที่เขาสนใจ

        วันนี้เราอาจตกใจช็อกครูเป็นหนี้ ความจริงการแก้ไขปัญหาครูขอแค่โอกาสจากรัฐผ่านสถาบันการเงินให้กู้ดอกเบี้ยถูก แถมยืดระยะเวลาการชำระหนี้ เพราะหนี้ของครูก่อโดยครู ครูควรจะช่วยเหลือตัวเอง และเป็นแบบอย่างที่ดีที่มีค่ากว่าคำสอน เพียงรัฐเสริมปัจจัย ครูต้องการโอกาสเท่านั้น"

        เฉกเช่นเดียวกับ "นายดะนัย มะหิพันธ์" รองเลขาธิการ สกสค. กล่าวว่า ประเมินคุณภาพของบุคลากร สำนักงาน สกสค.แล้วคิดว่าดีขึ้น เดิมเขาจะทำงานในลักษณะจิตบริการไม่มี ตอนนี้ดีขึ้น เข้าใจบทบาทมากขึ้น ขณะเดียวกันก็จัดอบรมให้ความรู้แก่ครูเกี่ยวกับกฎหมายแพ่ง กฎหมายอาญา กฎหมายการปกครอง มาให้ความรู้แก่ครู และหากครูมีคดีความแต่ละจังหวัดจะมี "ทนายความอาสา" และที่ปรึกษาด้านกฎหมายทำหน้าที่ให้แก่ครู ส่วนมากเป็นเพียงคดีแพ่ง ไม่มีคดีร้ายแรงหรือคดีล้มละลาย

        "อนาคตจะทำให้ครูมีสวัสดิการ สวัสดิภาพที่ดี มีความมั่นคงในชีวิตมากขึ้น นั่นเพราะพวกเรา 4 รองเลขาธิการทำงานกันเป็นทีม รับจากบอร์ด ท่านเลขาธิการ ก็นำนโยบายมาถกกัน แบ่งหน้าที่กัน อีกทั้งท่านเลขาธิการให้เกียรติทุกคนทำงานเต็มที่ ไม่มีล้วงลูก ให้อำนาจในการตัดสินใจทุกอย่าง"

        ปิดท้ายด้วย "นายบำเหน็จ ทิพย์อักษร" รองเลขาธิการ สกสค. กล่าวว่า จากการทำหน้าที่สวัสดิการและสวัสดิภาพครู มาเกือบ 7 ปี สิ่งที่ภาคภูมิใจคือในเรื่องที่ได้ช่วยครู 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 5 อำเภอใน จ.สงขลา ให้ได้รับเงินสวัสดิการอันเนื่องมาจากความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ ในกรณีเสียชีวิตรายะ 5 แสนบาท และบุตรครูที่เสียชีวิตในเหตุการณ์จะได้ทำงาน ส่วนครูที่เสียชีวิตจะได้รับปูนบำเหน็จเลื่อน 8 ขั้นเหมือนข้าราชการกระทรวงอื่นๆ

        "โครงการส่งเสริมสุขภาพครู วันนี้สถานพยาบาล สกสค. ได้ดูสุขภาพครูถึงโรงเรียนด้วยรถโมบาย จากผลตรวจเลือดครู 3 หมื่นคน พบว่าครูต้องได้รับการรักษาถึง 8,000 คน และโครงการส่งเสริมให้ครูได้เรียนต่อในระดับปริญญาเอก ด้วยการกู้เงินดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อปี รายละ 8 แสนบาท