
ไม่หนี แต่ไม่จ่าย
ดิฉันเป็นหนี้บัตรเครดิต 6 ใบ และบริษัท Non-Bank อีก 1 ใบ ซึ่งได้ขึ้นศาลและตกลงผ่อนชำระกับธนาคาร 2 ใบ มาได้ 2 ปีแล้วค่ะ แต่ส่วนที่เหลือยังไม่ได้ขึ้นศาล หรือได้รับหมายศาลใดๆ ซึ่งดิฉันก็ไม่ได้จ่ายหนี้ที่เหลือแต่อย่างใด เนื่องจากทุกวันนี้กำลังจ่ายในส่วนที่ได
จากที่ดิฉันเคยทราบข้อมูลมาพบว่า หากเจ้าหนี้ไม่ดำเนินการฟ้องภายใน 2 ปี เจ้าหนี้จะไม่สามารถเรียกร้องหนี้กับลูกหนี้ได้อีกจริงไหมคะ และระยะ 2 ปีเริ่มนับจากอะไรคะ
ที่ต้องสอบถามไม่ได้หมายความว่าจะเบี้ยวหนี้นะคะ แต่เพราะก่อนหน้านั้นได้มีเจ้าหน้าที่ของบริษัท Non-Bank โทรหาดิฉันและพูดจาทำนองจะตามยึดเงินเดือนและทรัพย์สินในบ้านเพื่อนำมาชำระหนี้ ซึ่งมูลหนี้จริงๆ ก่อนที่ดิฉันจะหยุดชำระประมาณเกือบ 60,000 บาท แต่สาเหตุที่ดิฉันไม่ผ่อนต่อเพราะผ่อนเท่าไรกลายเป็นดอกเบี้ยและธรรมเนียมการใช้วงเงินตัดต้นไปเพียงไม่กี่ร้อย จากยอดผ่อน 3,000 กว่าบาททุกเดือน ทำให้รู้สึกว่าตัวเองถูกเอาเปรียบมาก
อยากทราบว่า กรณีแบบนี้ดิฉันควรทำอย่างไรคะ
ฉัตร
ตอบ
ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ยศศักดิ์ โกไศยกานนท์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำเรื่องนี้ว่า ข้อมูลดังที่คุณกล่าวมาถูกต้องแล้ว คือ ถ้าเจ้าหนี้ไม่ฟ้องภายใน 2 ปี นับแต่วันที่คุณหยุดชำระหนี้ ก็ไม่สามารถเรียกร้องกับลูกหนี้ได้
แต่ถ้าเจ้าหนี้ได้ฟ้องร้องก่อน 2 ปี แล้วเรื่องกำลังดำเนินการอยู่ในระหว่างขั้นตอนของการฟ้องศาล ระหว่างนี้ก็ต้องรอไม่มีกำหนดระยะเวลา ซึ่งถ้าหลังจากมีการฟ้องร้องเรียบร้อยแล้ว และมีคำพิพากษาออกมาแล้ว หลังจากนี้ช่วงนี้จะมีอายุความในการบังคับหนี้ 10 ปี คือ เจ้าหนี้สามารถบังคับหนี้เอากับลูกหนี้ได้ภายในระยะ 10 ปีนี้ ซึ่งในระหว่างนี้หากเจ้าหนี้สืบทรัพย์แล้วทราบว่า คุณมีทรัพย์สินที่จะนำมาชำระหนี้ได้ เจ้าหนี้ก็มีสิทธิที่จะบังคับหนี้ โดยเอาทรัพย์สินที่ว่านั้นมาขายทอดตลาด เพื่อนำเงินที่ได้มาชำระหนี้ที่ลูกหนี้เป็นหนี้อยู่
คือ เป็นหนี้ก็คงต้องใช้ แค่จะมีมากน้อย หรือใช้หนี้มากน้อยแค่ไหนก็อาจจะลองเจรจากันดู หรือ ถ้าเจรจากันไม่ได้ ก็อาจจะปล่อยไปตามกระบวนการของศาล ซึ่งถึงเวลานั้นหากคุณไปขึ้นศาลด้วยก็จะได้รับความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย
ลุงแจ่ม



