ไลฟ์สไตล์

ขวดน้ำพลาสติก "ใช้ซ้ำ เสี่ยงเชื้อโรค"

ขวดน้ำพลาสติก "ใช้ซ้ำ เสี่ยงเชื้อโรค"

06 ก.ย. 2554

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยผลจากการตรวจวิเคราะห์ขวดพลาสติก สำหรับบรรจุน้ำดื่ม ซึ่งผู้ผลิตนำส่งตรวจ เพื่อรับรองคุณภาพความปลอดภัยตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข

 พบว่าได้มาตรฐานทุกตัวอย่าง พร้อมเตือนประชาชนเพื่อความปลอดภัย หากนำมาใช้ใหม่ต้องล้างทำความสะอาด และหมั่นสังเกตสีของขวดพลาสติกว่ามีคราบสีเหลือง หรือมีสีขุ่น ขวดบุบ มีรอยร้าวหรือแตก ไม่ควรนำมาใช้ใหม่เด็ดขาด เนื่องจากอาจมีสารเคมีในเนื้อพลาสติกหลุดลอกลงในน้ำดื่มได้ ขณะเดียวกันเป็นแหล่งสะสมและปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรียได้ง่าย
 นพ.นิพนธ์ โพธิ์พัฒนชัย รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า ช่วงนี้มีฝนตกหนักในหลายจังหวัด ส่งผลให้เกิดน้ำท่วม ประชาชนได้รับความเดือดร้อน หากจำเป็นต้องนำขวดพลาสติกเปล่าที่ใช้แล้วไปกักตุนน้ำไว้สำหรับดื่ม และใช้ในช่วงน้ำท่วม บางครั้งไม่ได้มีการทำความสะอาดอย่างถูกวิธี โดยเฉพาะบริเวณปากขวด และฝาขวด อาจเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคจากการสัมผัสกับมือและปากที่มีการดื่มน้ำจากขวดโดยตรงได้
 อย่างไรก็ตาม แม้จะมีผลการทดลองยืนยันว่า ขวดพลาสติกหรือขวดเพทปลอดภัย ไม่มีสารเคมีปนเปื้อน แต่การนำกลับมาใช้ใหม่ ต้องระมัดระวังเรื่องความสะอาด ต้องล้างขวดให้สะอาดทั้งด้านในและด้านนอกก่อนนำมาใช้ใหม่ และเมื่อใช้ไปนานๆ ต้องหมั่นสังเกตสีของขวดว่า เปลี่ยนไปหรือไม่ หากมีคราบสีเหลือง มีสีขุ่น ขวดไม่ใสเหมือนเดิม หรือขวดบุบ มีรอยร้าว หรือแตก ให้ทิ้ง ไม่ควรนำมาใช้ใหม่ รอยเหล่านี้จะเป็นอุปสรรคในการล้างทำความสะอาด อาจเป็นช่องว่างทำให้เชื้อโรคเข้าไปเกาะตามรอยร้าวนั้นได้ นอกจากนี้ ประชาชนสามารถใช้ขวดแก้วแทนได้ แต่จะต้องล้างทำความสะอาดก่อนนำไปใช้ทุกครั้ง
 คุณภาพของขวดบรรจุน้ำดื่ม มีการควบคุมทางกฎหมาย ซึ่งประเทศไทยมีประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 295 (พ.ศ.2548) กำหนดชนิด และมาตรฐานของพลาสติกที่ใช้บรรจุอาหารไว้แล้ว ดังนั้น ถ้าผู้บริโภคใช้ขวดพลาสติกถูกต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการผลิต ก็แน่ใจได้ว่ามีความปลอดภัย
 ทั้งนี้ จากการตรวจวิเคราะห์ ขวด PET ที่ผลิตใหม่ ซึ่งผู้ผลิตมากกว่า 10 บริษัท นำส่งตรวจวิเคราะห์ ณ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อรับรองคุณภาพความปลอดภัยตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข พบว่าได้มาตรฐานทุกตัวอย่าง อย่างไรก็ตาม กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ทำการวิจัยผลิตภัณฑ์เหล่านี้ในท้องตลาดอยู่เสมอ หากพบว่ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้นก็จะมีการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้ผู้บริโภคทราบ และจะมีการประสานกับทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ในด้านของการควบคุมทางกฎหมาย และการคุ้มครองผู้บริโภค
 นายมงคล เจนจิตติกุล ผู้อำนวยการสำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร (สคอ.) กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า พลาสติกที่ใช้ทำขวดน้ำดื่มขนาดเล็ก มีอยู่ 2 ชนิดหลักๆ คือ ขวดสีขาวขุ่น ทำจากพลาสติกชนิดพอลิเอทิลีน (Polyethylene) หรือ PE และขวดใสไม่มีสี ทำจากพลาสติกชนิดพอลิเอทิลีน เทเรฟทาเลต (Poly Ethylene Terephthalate) หรือ ขวด PET ซึ่งปัจจุบันนี้นิยมใช้กันมากกว่าขวดแบบขาวขุ่น ขวดเหล่านี้ต้องล้างให้สะอาดก่อนนำมาใช้ใหม่ และขวดที่บรรจุน้ำควรเก็บในที่แสงสว่างส่องไม่ถึง เพื่อป้องกันการเจริญของตะไคร่น้ำ
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
กระทรวงสาธารณสุข