
วธ.เชือดพนักงานใช้รถขนไม้เถื่อน
เชือดพนักงานทำความสะอาด ใช้รถราชการ ขนไม้พยูงเถื่อน ให้ออกราชการไว้ก่อน พร้อมตั้ง กก.ตรวจสอบข้อเท็จจริง มอบ สวจ.นครพนม ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ด้าน สุกุมล กำชับทุกหน่วยงานวางมาตรการล้อมคอก
5 ก.ย.54 นายสมชาย เสียงหลาย ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรสมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ ได้จับกุมนายประธาน รักษาทรัพย์ ลูกจ้างเหมาบริการ ตำแหน่งพนักงานทำความสะอาดของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครพนม นำรถยนต์ตู้ของทางราชการ ของสำนักปลัดกระทรวงวัฒนธรรม หมายเลขทะเบียน ฮท 1161 กรุงเทพมหานคร ไปใช้ลักลอบขนไม้พะยูงเถื่อน จำนวน 36 ท่อน ที่อำเภอสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ตนได้รับรายงานการสอบสวนในเบื้องต้นจาก สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครพนม ว่า นายประธาน ให้การว่าได้รับว่าจ้างจากตำรวจคนหนึ่งที่ สภ.ท่าอุเทน จังหวัดนครพนม โดยได้ค่าจ้างลำเลียงท่อนละ 1 ,000 บาท โดยใช้รถตู้ของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครพนมไปกระทำความผิดเพื่อตบตาไม่ให้ตำรวจจับกุม
นายสมชาย กล่าวต่อว่า ในวันเกิดเหตุนายประธาน ได้ขโมยกุญแจรถยนต์ตู้จากลิ้นชักโต๊ะทำงานของวัฒนธรรมจังหวัดนครพนม ที่เก็บไว้โดยไม่ได้ล็อกกุญแจ เนื่องจากเห็นว่า ในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์จะมีนักวิชาการออกไปปฏิบัติภารกิจนอกพื้นที่ แต่ผู้กระทำผิดกลับนำรถไปใช้กระทำความผิดขนไม้พะยูงเถื่อน สอดคล้องกับผลการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่านายประธานมีการใช้รถดังกล่าวไปกระทำความผิดจริง ซึ่งทางกระทรวงวัฒนธรรมได้ดำเนินและลงโทษทางวินัย ดังนี้ 1.ให้ออกจากราชการ ในตำแหน่งพนักงานทำความสะอาด 2.มอบหมายให้วัฒนธรรมจังหวัดนครพนมแจ้งความดำเนินคดีกับ นายประธาน รักษาทรัพย์ เพื่อเป็นหลักฐานและให้รายงานข้อเท็จจริงกับผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมและปลัดกระทรวงวัฒนธรรมทราบ โดยจะดำเนินคดีอย่างถึงที่สุดเนื่องจากเป็นการกระทำที่มีความผิดชัดเจน
“ผมได้มอบหมายให้นายเขมชาติ เทพไชย ผู้ตรวจราชการของกระทรวงวัฒนธรรม เดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อหาข้อเท็จจริงโดยให้เป็นธรรมกับทุกฝ่าย อย่างไรก็ตามที่ผ่านมากระทรวงวัฒนธรรมได้วางมาตรการแก้ไขเพื่อป้องกันเหตุการณ์การกระทำผิดในลักษณะนี้แล้ว รวมทั้งได้แจ้งหนังสือเวียนไปยังวัฒนธรรมจังหวัดทั่วประเทศเรื่องการใช้รถราชการ โดยให้จอดไว้ในสถานที่ราชการเท่านั้น และมิให้บุคคลใดบุคคลคนหนึ่งนำรถราชการไปใช้โดยผิดระเบียบ” ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าว
ด้าน นางสุกุมล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า ตนได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวจาก นายสมชาย เสียงหลาย ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม แล้ว โดยได้มอบหมายให้ดำเนินการตรวจสอบทางวินัยผู้กระทำความผิดตามกระบวนการ ส่วนการดำเนินคดีนั้น ต้องขอให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นนั้น ถือเป็นเรื่องที่มีความเสียหายต่อกระทรวงวัฒนธรรม เพราะนำรถของทางราชการไปใช้อย่างไม่ถูกต้อง เมื่อเกิดเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวขึ้นแล้ว คิดว่าคงต้องมีมาตรการป้องกัน และกำชับวัฒนธรรมจังหวัดทั่วประเทศ เรื่องการนำรถของราชการไปใช้ในภารกิจต่างๆ อย่างถูกต้อง ในเบื้องต้น จะส่งหนังสือแจ้งเวียนให้มีความเข้มงวด ในการเบิกใช้รถราชการด้วย
แจงรถตู้ วธ.ขนไม้พะยูงถูกขโมยกุญแจ ขณะผกก.ท่าอุเทนแนะ ลูกน้องเข้ามอบตัว
นายปราโมทย์ ชาวเมืองโขง วัฒนธรรม จ.นครพนม กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ ตร.-ป่าไม้กาฬสินธุ์จับกุม นายประธาน รักษาทรัพย์ ลูกจ้าง สนง.วัฒนธรรมนครพนม นำรถตู้ติดตรากระทรวงวัฒนธรรมขนไม้พะยูง 36 ท่อน เมื่อวันที่ 4 ส.ค.ว่า จากการตรวจสอบพบว่านายประธาน ได้ขโมยกุญแจรถตู้ที่เก็บในลิ้นชักห้องทำงานของตน นำรถไปก่อเหตุ ช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์
นายปราโมทย์ กล่าวต่อว่า จะรายงานเสนอให้ ผวจ.นครพนมทราบ เพื่อยกเลิกสัญญาจ้างนายประธาน ซึ่งมีตำแหน่งเป็นพนักงานทำความสะอาดลูกจ้างรายปี ส่วนกรณีของรถตู้ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ฮท 1161 ติดสติ๊กเกอร์สัญลักษณ์กระทรวงฯที่ถูกนำไปใช้ก่อเหตุขนไม้พะยูงนั้น ตามระเบียบมีขั้นตอนการขอนำรถไปใช้อย่างเข้มงวด โดยจะต้องขออนุญาตจากตนก่อนถึงจะนำรถออกไปใช้ได้ นอกจากนั้นยังต้องจดรายละเอียดของเข็มวัดระยะทางทั้งก่อนและหลังนำไปใช้แล้ว ซึ่งนายประธาน ได้ทำงานมาได้ 2 ปี เป็นคนขยัน แต่โดยส่วนตัวไม่ทราบมีปัญหาการเงินอะไรหรือเปล่า ถึงได้ขโมยรถไปก่อเหตุในครั้งนี้ได้
ด้าน พ.ต.อ.ชูศักดิ์ ถาวรพจน์ ผกก.สภ.ท่าอุเทน กล่าวถึงกรณีที่ข่าวว่า ผู้ใต้บังคับบัญชาคือ ส.ต.ต.นิรันดร์ แสนทวีสุข เข้าไปเกี่ยวข้อง โดยพบหลักฐานตกในรถแต่หลบหนีไประหว่างการตรวจค้นว่า ปัจจุบัน ส.ต.ต.นิรันดร์ มียศเป็น ดาบตำรวจ ตำแหน่ง เป็นผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.ท่าอุเทน โดยหลังเกิดเหตุวันอาทิตยื พอวันจันทร์ ด.ต.นิรันดร์ ได้ขอลาหยุดไม่ได้มาทำงาน ซึ่งได้พูดคุยกับเจ้าตัวแล้ว พร้อมแนะนำให้ไปมอบตัวที่ สภ.สมเด็จ ภายใน 2-3 วันนี้
"จากการตรวจสอบเบื้องต้นน่าเชื่อว่าอาวุธปืนขนาด .38 เป็นของทางราชการจริง มีหลักฐานการเบิกนำไปใช้ ส่วนวิทยุสื่อสารน่าจะเป็นของส่วนตัว โดยขั้นตอนขณะนี้หากเจ้าตัวไปมอบตัวแล้วและต้องคดีอาญา ก็จะรายงานต่อผู้บังคับบัญชา เพื่อพิจารณาตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงต่อไป "ผกก.สภ.ท่าอุเทนกล่าว



