
ชู"รามคำแหง"เป็นเลิศวิชาการ
ชู"รามคำแหง"เป็นเลิศวิชาการมหาวิทยาลัยเพื่อปวงชนชาว"ไทย-อาเซียน" : เปิดวิสัยทัศน์ผศ.วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง คนใหม่ โดย กมลทิพย์ ใบเงิน วิทยา ธนาฤกษ์มงคล หน.ฝ่ายโสตฯ ม.ร.
ผลการสรรหาอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2554 ผลปรากฏว่า ผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุด ได้แก่ ผู้เข้ารับการสรรหา หมายเลข 3 ผศ.วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ สายอาจารย์ได้ 745 คะแนน คิดเป็น 77.04% สายข้าราชการ-เจ้าหน้าที่ได้ 2,612 คะแนน คิดเป็น 76.80% และสายนักศึกษาได้ 22,952 คะแนน คิดเป็น 81.32% รวมคะแนนหยั่งเสียงจากประชากร 3 สายของมหาวิทยาลัยรามคำแหงได้ 235.16%
ชัยชนะถล่มทลายส่งผลให้ "ผศ.วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์" รั้งเก้าอี้ว่าที่อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง(ม.ร.) สถาบันอุดมศึกษาเลื่องชื่อระดับแถวหน้าของประเทศไทย ที่มีนักศึกษาจำนวนมากที่สุด นับเป็นมหาวิทยาลัยเปิดเพียงแห่งเดียวที่จัดการเรียนการสอนแบบ "ตลาดวิชา" นับจากนี้อีก 4 ปี อนาคตของ "ม.ร." อยู่ภายใต้การบริหารงานของนักสื่อสารมวลชน ในฐานะผู้ดำเนินรายการร่วมกับ เถกิง สมทรัพย์ ทาง "คลื่นความคิด" เอฟเอ็ม 96.5 อสมท ทุกคืนวันพุธ เวลา 19.30-20.30 น.
"ด้านการพัฒนา 40 ม.ร. ผู้บริหารในอดีตได้วางโครงสร้างพัฒนามาดีแล้ว ผมจะมาผลักดัน ผมจะชูความเป็นเลิศทางด้านวิชาการของ ม.ร. ผมจะผลักดันออกมา ทำให้สังคมภายนอกมองเห็นว่า ม.ร.เป็นคลังสมองของประเทศไทย เป็นแหล่งปัญญาที่คู่ควรแก่การส่งลูกหลานมาเรียน นี่คือเป้าหมายหลักในการบริหาร นับจากนี้คงต้องมาวางยุทธศาสตร์เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม"
ความเป็น "ตลาดวิชา" ของ ม.ร.ถือว่าเป็นความบังเอิญของประวัติศาสตร์การศึกษาไทย ม.ร.มีจุดยืนตรงนี้ ซึ่งเหมาะกับสถานการณ์ในยุคปัจจุบัน ที่โลกเปลี่ยนแปลงไปมาก ในอนาคต ม.ร.จะเป็นมหาวิทยาลัยตลาดวิชาของประชาชนมากขึ้น นักศึกษาที่มาเรียน ม.ร.สามารถแสวงหาตัวเองได้ ค้นหาตัวเองได้ ถนัดด้านไหนก็เรียนด้านนั้น ด้วยระบบยืดหยุ่นในการเรียน เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้พัฒนาตัวเอง ผู้เรียนสามารถย้ายคณะได้ระหว่างเรียน เพื่อให้เหมาะสมกับตัวเอง แม้แต่เวลาเรียน เราจะคงคุณสมบัติเหล่านี้เอาไว้ เป็นลักษณเฉพาะ และเป็น "จุดเด่น" ของม.ร.
ม.ร.จะพัฒนาช่องทางการเรียนรู้ให้มากขึ้น ตอบสนองผู้ที่สนใจเรียนในระดับอุดมศึกษา ปัจจุบันมีปัจจัยสื่อดิจิทัลไปไกลมาก แต่ยังใช้ศักยภาพตรงนี้ไม่มาก ม.ร.จะมีมากขึ้น เพื่อเป็นที่พึ่งของประชาชน สอดรับกับนโยบายของ "วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่มอบหมายให้ "มหาวิทยาลัย" เป็น "แม่ทัพ" ในการทำชาติไทยเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
"ส่วนตัวผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะเวทีการศึกษาเป็นเวทีแรกที่สังคมจะก้าวสู่อาเชียน ใน ม.รามคำแหง ผมได้พูดการเตรียมพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนมาตลอดว่า ม.รามฯ คงเป็นมหาวิทยาลัยของประชาชนมา 40 ปี ในไทย แต่นับจากนี้ไป ม.รามฯ จะเป็นมหาวิทยาลัยของประชาชนในระดับอาเซียน เปิดต้อนรับประชาคมอาเซียนเข้ามาเรียนให้มากขึ้น แน่นอนต้องพัฒนาการเรียนการสอน พัฒนาอาจารย์ พัฒนาภาษาให้มากขึ้น ปัจจุบันเราก็มีอยู่แล้ว แต่จะพัฒนาไปไกล ให้คนอาเซียนรู้ว่าเรามีความรับประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น"
แม้ก้าวไกลรับนักศึกษาอาเซียนเข้ามาเรียน แต่ ม.ร.ยังคงค่าหน่วยกิตละ 25 บาท ในระดับปริญญาตรีภาคปกติ ไม่เปลี่ยนแปลงแน่นอน เพื่อรองรับอนาคตลูกหลานไทย ผู้ด้อยโอกาสได้เรียนหลักสูตรที่สมเหตุผล เพราะม.รามฯ ผูกติดกับสัมคมระดังล่างมาตลอด เรามีทุนการศึกษาให้นักศึกษาจำนวนมาก
เหนืออื่นใด "ผศ.วุฒิศักดิ์" ยืนยันว่า "ผมจะทำตามคำมั่นสัญญาที่ได้หาเสียงเอาไว้ ไม่มีข้อยกเว้น แน่นอนการปรับเกรดเป็น A(4), B(3), C(2.25), และD(ต้องลงทะเบียนเรียนใหม่) จะเริ่มเมื่อรับนักศึกษาใหม่ทุกคน ผมมั่นใจว่าระบบนี้จะสร้างความเป็นธรรมให้แก่นักศึกษามากขึ้น ขณะเดียวกันจะปรับเจ้าหน้าที่เป็นพนักงานของรัฐพร้อมปรับเงินเดือน ผมเห็นด้วยกับนโยบายของรัฐบาล จบ ป.ตรี กินเงินเดือน 15,000 บาท"
ไม่เพียงเท่านั้น "คุณธรรมนำความรู้" จุดเด่นของหลักสูตร ม.ร. "ผศ.วุฒิศักดิ์" ให้คำมั่นว่า ความรู้คู่คุณธรรม สิ่งนี้เราไม่ทอดทิ้ง เพราะนี่คือจุดเด่นของ ม.รามฯ เรามีวิชาความรู้คู่คุณธรรมสอนทุกระดับ ทั้งปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก แบบไม่เก็บค่าหน่วยกิต แต่บังคับให้นักศึกษาทุกคนต้องเรียน ใครสอบไม่ผ่านวิชานี้ซึ่งมี 3 หน่วยกิตจะไม่จบการศึกษา
"ผมฝากถึงลูกพ่อขุน ศิษย์เก่า ม.รามคำแหง ทุกคน เพราะในทศวรรษหน้าต้องอาศัยความร่วมมือหลายฝ่าย เพื่อก้าวสู่อาเซียน เรายินดีต้อนรับความร่วมมือ ในส่วนของ ม.รามคำแหง คงต้องปรับศักยภาพบุคลากร อาจารย์ เจ้าหน้าที่ นักศึกษา ผมเห็นด้วยแนวคิด รมว.ศึกษาธิการ อยากให้มีการสอนภาษาต่างประเทศมากขึ้น เป็นส่วนหนึ่งนโยบายหาเสียงของผมอยู่แล้ว ผมจะจัดให้มีการอบรมภาษาอาเซียนฟรีแก่ประชาชทั่วไป เพื่อให้สามารถเขียน พูดและสื่อสารได้ รวมถึงเรียนรู้วัฒนธรรมของอาเซียนด้วย" ผศ.วุฒิศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย



