
ชาวแปดริ้วก่อม็อบต้านโรงไฟฟ้า
ชาวบ้านรอบพื้นที่โครงการโรงไฟฟ้าคลองนครเนื่องเขต ก่อม็อบแถลงคืบหน้าคัดค้าน รอฟังคำสั่งศาลปกครอง เตรียมเคลื่อนไหวใหญ่สัปดาห์หน้า หากกลุ่มทุนยังดื้อจะปิดถนนสุวินทวงศ์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 4 ก.ย.54 ที่บริเวณสามแยกสตาร์ไลท์ ริมถนนสาย 304 สุวินทวงศ์ (มีนบุรี-ฉะเชิงเทรา) พื้นที่ ม.5 ต.วังตะเคียน อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา กลุ่มชาวบ้านจากบริเวณพื้นที่โดยรอบโรงไฟฟ้าคลองนครเนื่องเขต จำนวนกว่า 200 คน ออกมารวมตัวกันชุมนุมอีกครั้ง หลังจากสัปดาห์ก่อนที่มีการชุมนุมใหญ่ปิดถนน เพื่อมารอรับฟังความคืบหน้า เกี่ยวกับกรณีที่ชาวบ้านดำเนินการตามขั้นตอนในกระบวนการทางกฎหมาย
จากการที่ร่วมเจรจากับ นางสุมิตรา ศรีสมบัติ พร้อมด้วย นายบัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ รองผวจ.ฉะเชิงเทรา ทั้ง 2 คน และนายภุชงค์ รังสินธุ์ นายอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา ในการขอให้ผู้ชุมนุมดำเนินการตามกระบวนการของกฎหมาย โดยให้เข้ายื่นคำร้องต่อศาลปกครองประจำภูมิภาค ที่จ.ระยอง เพื่อขอให้ศาลพิจารณาสั่งคุ้มครองชั่วคราว ต่อการดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้า ของบริษัทฉะเชิงเทรา โคเจนเนอเรชั่น จำกัด ที่เข้ามาทำโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขนาดกำลังการผลิต 114 เมกะวัตต์ โดยใช้พลังงานจากก๊าซ CNG หรือ NGV ในเขตพื้นที่ ม.17 ต.คลองนครเนื่องเขต อ.เมืองฉะเชิงเทรา
จนเป็นเหตุให้ชาวบ้านเชื่อว่า การผ่านกระบวนการตามขั้นตอน ในการทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอ ไม่โปร่งใส จนอาจส่งผลกระทบต่อชาวบ้านผู้ประกอบอาชีพ ในภาคเกษตรกรรม โดยหวั่นเกรงว่าจะถูกแย่งชิงเอาทรัพยากรในพื้นที่ไป และอาจได้รับผลกระทบจากมลพิษที่จะเกิดขึ้นติดตามมาในภายหลังจากก๊าซไอเสียที่ถูกปล่อยออกมา
นายมานัส สุนทรโชติ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27 ม.1 ต.บางเตย อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ประธานสภา อบต.บางเตย ตัวแทนชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งอยู่ติดกับโครงการดังกล่าว กล่าวว่า ในวันนี้เป็นการมารรวมตัวกัน เพื่อชี้แจงขั้นตอนกระบวนการ ที่ได้มีการดำเนินการเข้าไปยื่นคำร้องต่อศาลปกครองภาคตะวันออกที่ จ.ระยอง ว่ามีการดำเนินการไปถึงขั้นตอนใดบ้าง ให้แก่ตัวแทนชาวบ้านในแต่ละพื้นที่ฟัง ซึ่งระหว่างนี้ยังอยู่ระหว่างการรอฟังคำสั่งจากศาลปกครอง ว่าจะมีคำสั่งออกมาอย่างไร โดยศาลปกครองได้รับเรื่องคำร้องแล้ว ซึ่งชาวบ้านจะต้องรอฟังคำสั่งศาลต่อไปอีกหนึ่งสัปดาห์ และจะกลับมารวมตัวกันใหม่อีกครั้งในช่วงต้นสัปดาห์หน้า
สำหรับบรรยากาศการชุมนุมนั้นเป็นไปโดยสงบ โดยมีเพียงตัวแทนชาวบ้านจากพื้นที่ตำบลต่างๆ ทั้ง 11 ตำบลที่ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าในครั้งนี้ เดินทางมานั่งจับกลุ่มรอฟังตัวแทนที่เกี่ยวข้อง ในการดำเนินการคัดค้าน อยู่ตามโคนต้นไม้ และริมไหล่ทาง รวมถึงพื้นที่ร่มตามมุมต่างๆ อย่างกระจัดกระจาย โดยที่ไม่ได้มีการรวมตัวกันอย่างเป็นกลุ่มก้อนในลักษณะของการชุมนุมหน้าเวที
โดยมีตัวแทนผู้ที่ออกมาเคลื่อนไหวหลัก ใช้รถยนต์กระบะติดตั้งเครื่องขยายเสียง กล่าวโจมตีผู้นำชุมชน ที่ไม่ออกมาร่วมกับชาวบ้านในการเคลื่อนไหวคัดค้านต่อต้านในครั้งนี้ โดยเฉพาะ นายกิตติ ทรัพย์วิสุทธิ์ ผู้ว่าฯฉะเชิงเทรา ที่ถูกโจมตีอย่างหนัก หลังเคยออกมาให้สัมภาษณ์สื่อกระแสหลัก ในลักษณะเอนเอียงเข้าข้างนายทุนอยู่บ่อยครั้ง
ขณะเดียวกันกลุ่มผู้ชุมนุมยังได้นัดที่จะมารวมตัวกันอีกครั้งในช่วงต้นสัปดาห์หน้า และได้มีการนัดชุมนุมใหญ่ จนอาจถึงขั้นต้องปิดถนนอีกครั้ง ในวันที่ 25 ก.ย.54 หากผลความคืบหน้าในการคัดค้านยังไม่เป็นที่น่าพอใจต่อชาวบ้าน และทางฝ่ายกลุ่มทุนยังเข้ามาเคลื่อนไหวในการดำเนินโครงการก่อสร้างต่อไปในพื้นที่อีก โดยจะโปรยใบปลิวปลุกระดมคนครั้งใหญ่ก่อนการชุมนุมใหญ่อีกครั้ง จากนั้นชาวบ้านพากันสลายตัวไปเมื่อเวลา 11.30 น.



