ไลฟ์สไตล์

อ้อมกอดขุนเขา

อ้อมกอดขุนเขา

04 ก.ย. 2554

สนามเรื่องสั้น-สั้น : อ้อมกอดขุนเขา : โดย...สุมาตร ภูลายยาว

          พระอาทิตย์ดวงเดิมอัสดงลงไปแล้ว...ขุนเขาทะมึนดำตระหง่าน ฝูงค้างคาวออกโบยบินหาอาหาร ลมพัดแผ่วเบาข้ามเขามาเยือกเย็นจับขั้วหัวใจ เจ้าหญิงจันทราสีเหลืองนวลลอยล่องขึ้นมาเคียงข้างดาวที่ดาระดาษอยู่เต็มท้องฟ้าระยิบระยับวับวาว หรีดหริ่งเรไรร้องระงมทั่วป่า ปลุกป่าทั้งป่ามีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง

          กองฟืนถูกจุดขึ้น แสงสว่างกลับมาเยือน ในแสงสว่างของเปลวไฟจากฟืน ฉันเห็นเงาใครบางคนลางๆ กำลังเดินฝ่าความมืดมา แล้วเงานั้นก็ชัดขึ้น จากแสงไฟทำให้ฉันรู้ว่าเจ้าของเงานั้นเป็นใคร เราต่างไม่มีคำพูดใด มีเพียงรอยยิ้มที่ต้อนรับกันด้วยมิตรภาพ

          วันที่เขาจากไป ฉันยังจำภาพนั้นได้ดี เราเดินตามทางเดินแคบๆ และสูงชันของภูเขา ก่อนข้ามลำห้วยที่น้ำแห้งเห็นหาดหินยาวตามริมฝั่ง หากเป็นหน้าฝน การเดินทางออกจากหมู่บ้านเป็นเรื่องยากเต็มที เพราะน้ำขึ้นสูงและไหลเชี่ยว พลาดพลั้งอาจไหลไปตามน้ำได้ง่ายๆ

          เราเดินข้ามลำห้วยหลายครั้ง จนในที่สุดก็มายืนอยู่อีกฝั่งหนึ่งของลำห้วย ยิ่งข้ามฝั่งได้ความสัมพันธ์ของเราก็เหมือนค่อยๆ  พร่าเลือน เราต่างส่งรอยยิ้มให้กัน จากนั้นก็หันหลังเดินไปตามทางของตัว เมื่อเริ่มออกเดิน เราก็เริ่มห่างกันทีละนิดจนลับสายตาของกันและกัน

          ไฟยังเผาฟืนสม่ำเสมอ ดาวหรี่แสงหลบหายจากฟ้าทีละดวง ระหว่างเรามีเพียงความเงียบ นานครั้งจะรอยยิ้มให้กัน ขณะเปลวใกล้ราฟืนไฟ ฉันลุกขึ้นยืนและเดินเข้าไปภายในบ้าน ก่อนจะหยิบผ้าผวยผืนเก่าที่เขาเคยห่มเมื่อฤดูหนาวของปีก่อนออกมาห่มคลุมให้เขาอีกครั้ง

          ก่อนหน้านี้ฉันและเขา--เราเคยวิ่งเล่นหยอกล้อ ร่วมเรียนรู้วิถีธรรมชาติ การอยู่ร่วมกัน บางวันอด บางวันอิ่ม ในบางวันที่แดดร้อนแรง เราต่างลงแหวกว่ายในลำห้วยด้วยกัน บางวันอากาศเหน็บหนาวที่ไม่ได้ต่างจากวันนี้ เราต่างนั่งกันอยู่คนละฝั่งของกองไฟเดียวกัน 

          สองปีกว่าแล้วสินะที่เราจากกัน ในวันที่ฉันเองไม่ได้คาดคิดว่าเขาจะกลับมา แต่เขาก็กลับมา กลับมาพร้อมกับความเปลี่ยนแปลง เขาตัวโตขึ้นกว่าเดิม ผมยาวหยิกฟูถูกมัดรวบไว้ข้างหลังด้วยยางรัดผม หลังห่มผ้าผวยแล้ว เขาเอ่ยขอบคุณ การพูดคุยของเราจึงเริ่มต้นขึ้น...

          เขาเริ่มเล่าเรื่องราวก่อนเดินทางกลับมาให้ฉันฟังทีละเรื่อง ราวกับว่าเรื่องราวเหล่านี้อัดแน่นอยู่ในสรรพร่างกาย ไม่ต่างอะไรจากภาชนะใส่น้ำที่เต็มเปี่ยมค่อยๆ ถูกปล่อยให้น้ำไหลซึมออกมา
 บ่อยครั้งในการเล่าเรื่อง เขามักย้ำว่าหากไม่ได้พูดให้ฉันฟัง เขาคงไม่สบายใจ ถึงจะได้ฟังทุกเรื่องที่เขาเล่า ฉันก็ไม่รู้ว่าจะช่วยอย่างไร เพราะเราก็ไม่ได้แตกต่างกัน เราต่างเป็นสายน้ำที่ต้องรองรับทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งขอนไม้หรือกระทั่งร่างไร้วิญญาณของสัตว์บางชนิด

          แววตาเขาหม่นเศร้าลง น้ำตาเอ่อคลอเบ้าตา หลังการพูดคุยจบลง...ดาวเริ่มหมดไปจากฟ้า เจ้าหญิงจันทราคล้อยต่ำลงใกล้หลบไปพักเบื้อหลังของหุบเขา เวลาพักผ่อนของผู้คนที่กำลังหลับใหลใกล้จบสิ้นลงแล้ว แต่เรายังไม่อาจข่มตาหลับลงได้ เพราะต่างตกอยู่ในห้วงเวลาแห่งฝันร้ายทั้งที่ยังไม่ได้หลับตานอน ภาพแห่งอดีตผุดขึ้นมาในห้วงนึกของแต่ละคน...

          เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งเคยวิ่งเล่นอยู่ที่นี่ ที่ขุนเขาอันเป็นบ้านเกิด เราเคยวิ่งไล่จับกันอย่างสนุกสนาน มิใช่เพียงเขาคนเดียวที่เราสนุกสนานกัน ยังรวมถึงเพื่อนอีกหลายคน บางครั้งพวกเราทะเลาะกันตามประสาเด็ก แต่ก็หายโกรธกันในเวลาไม่นาน เพราะต่างคนต่างก็มีเหตุผลของตัวเอง ความสนุกอยู่กับเราได้ไม่นาน แล้ววันที่ไม่มีใครคาดถึงก็เดินทางมา มันเป็นความเจ็บปวดของพวกเรา วันนั้นวันที่เหล่าผู้คนของเมืองใหญ่เดินทางมาถึงหมู่บ้านของพวกเราพร้อมกับรถคันใหญ่ที่วิ่งฝ่าลำห้วยเขามา พวกเขาไม่ได้มาเพื่อล่าสัตว์ป่าและนำซากสัตว์เหล่านั้นกลับไปอย่างเดียว แต่พวกเขายังนำคนอยู่ป่าในวัยแรกรุ่นของหมู่บ้านเดินทางกลับไปด้วย

          ตั้งแต่วันที่คนของเมืองใหญ่เดินทางกลับออกไปจากหมู่บ้านพร้อมกับคนหนุ่มสาว คนในหมู่บ้านก็ไม่มีใครเห็นพวกเขาเดินทางกลับมาอีกเลย แม้แต่ข่าวคราวของพวกเขาก็เงียบหายไปกับสายลมของฤดูกาล

          ช่วงแรกที่พวกเขาจากไป พ่อแม่หลายคนเป็นห่วง ทุกครั้งที่ฉันเดินทางเข้าเมืองและกลับมา ฉันต้องเผชิญคำถามมากมายจากพ่อแม่ของคนหนุ่มสาวเหล่านั้น คำตอบของฉันเป็นถ้อยคำเดิมๆ และมันก็ทำให้หลายคนผิดหวัง

          ก่อนที่พวกเขาเหล่านั้นจะเดินทางออกจากหมู่บ้าน ฉันได้เตือนพ่อแม่ของเด็กแล้วว่า เมืองใหญ่อาจไม่เหมาะสำหรับคนเช่นพวกเขา แต่คำเตือนของฉันก็ไม่มีใครสนใจ ฉันจึงได้แต่นิ่งเงียบไม่แสดงความคิดเห็นใดอีกเลย

          และทุกครั้งที่ฉันเดินทางเข้าเมือง ก็ไม่มีใครมาถามข่าวคราวเกี่ยวกับพวกเขากับฉันอีกเลย วันเวลาล่วงเลยผ่านไปจนสองปีกว่า คนหนุ่มสาวคนแรกของหมู่บ้านก็เดินทางกลับมา กลับมาพร้อมกับรอยแผลตามร่างกาย และสติลืมเลือนจำพ่อแม่ตัวเองไม่ได้ จากเด็กคนแรกที่เดินทางกลับมา ต่อจากนั้นเด็กคนอื่นๆ ก็เดินทางกลับมาเกือบหมด ทุกคนกลับมาในสภาพร่างกายไม่ต่างจากคนแรก รวมทั้งเขาที่นอนนิ่งอยู่เบื้องหน้าของฉันในตอนนี้ 

          แสงเงินแสงทองของวันใหม่เริ่มจับขอบฟ้า ฝูงนกออกหากินกลางวันเริ่มออกโบยบินส่งเสียงทักทายรุ่งอรุณ ฉันยังไม่ได้หลับ ส่วนเขาหลับไปแล้ว ฟืนท่อนสุดท้ายดับลงก่อนพระอาทิตย์ดวงกลมโตจะโผล่มาจากภูเขาด้านทิศตะวันออก ฉันแอบหัวงอยู่ในใจว่า เมื่อเขาตื่นขึ้นมา เขาคงจะสดใส และมีพลังแรงกล้าในใจเช่นเดียวกับดวงอาทิตย์

          หลับเถิดนกน้อยแห่งหุบเขา หลับในอ้อมกอดแห่งขุนเขาที่เจ้าคุ้นเคย หลับให้สบายเพื่อเก็บแรงเอาไว้โบยบินในถิ่นที่เจ้าคุ้นเคยต่อไปอีกครั้ง จนกว่าลมหายใจสุดท้ายของเจ้าจะเดินทางมาถึง ฉันรำพึงรำพันกับเขา ก่อนขัยบตัวลุกขึ้นใส่ฟืนเข้าไปในกองไฟ