ไลฟ์สไตล์

'รถเข็นนิทาน'ฟื้นชีวิตที่สิ้นหวัง

'รถเข็นนิทาน'ฟื้นชีวิตที่สิ้นหวัง

03 ก.ย. 2554

'รถเข็นนิทาน'ฟื้นชีวิตที่สิ้นหวัง 100คัน100ปีชาตกาล'ปู่เสม' โดย... ขวัญเรียม แก้วสุวรรณ

        แววตาที่สิ้นหวังและไร้ความสุขที่เปื้อนบนใบหน้าของผู้ป่วยเด็ก ความทุกข์เข็ญของผู้เป็นพ่อแม่ที่สุดจะบรรยาย มีเพียง "ยา" ที่หมอใช้รักษาอาการเจ็บป่วยทางกายเท่านั้น หากแต่ด้านจิตใจคงยากที่จะหาสิ่งซึ่งมารักษาให้หายขาด เพียงแค่คิดว่า “ป่านนี้เพื่อนๆ ที่โรงเรียนคงจะได้เรียนหนังสือ ได้วิ่งเล่นกันอย่างมีความสุข...นึกถึงเสียงหัวเราะที่เคยหัวเราะร่วมกันเสียงดังเวลาที่ได้อยู่กับเพื่อนๆ นึกถึงนิทานสนุกๆ ที่คุณครูเล่าเวลาที่พวกเด็กๆ เริ่มง่วงนอน” จะมียาขนานใดมาช่วยเยียวยาจิตใจให้เป็นน้ำหล่อเลี้ยงหัวใจของเด็กน้อยให้ชุ่มชื่น พร้อมต่อสู้กับโรคร้ายที่กำลังเผชิญอยู่ ด้วยอาการเจ็บป่วยเรื้อรังได้กัดกร่อนชีวิตของเด็กๆ ให้ไร้ซึ่งความหวังว่า...“หนูอยากไปโรงเรียน อยากไปเรียนหนังสือกับเพื่อนๆ”

        เพื่อต่อเติมความฝันเด็กๆ เหล่านี้จึงเกิดโครงการ “รถเข็นนิทานสานความห่วงใย” ของมูลนิธิเด็ก “ส่งมอบรถเข็นนิทาน เพื่อฟื้นฟูผู้ป่วยเด็กในวาระหนึ่งร้อยปีชาตกาลศาสตราจารย์ นายแพทย์เสม พริ้งพวงแก้ว หรือ ปู่เสม ส่งมอบรถเข็นนิทานจำนวน 100 คัน ให้แก่ผู้ป่วยเด็กตามโรงพยาบาลรัฐทั่วประเทศ เพื่อนำไปใช้งานในหอผู้ป่วยในกว่า 64 โรงพยาบาล โดยมี ศ.นพ.ประเวศ วะสี เป็นประธานในพิธี

        ทศสิริ พูลนวล กรรมการและรองเลขานุการมูลนิธิเด็ก กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นจากความตั้งใจและความร่วมมือจากหลายหน่วยงานที่มีวิสัยทัศน์ตรงกันในการที่จะฟื้นฟูสภาวะอารมณ์และจิตใจของผู้ป่วยเด็กในโรงพยาบาลให้สดชื่น แจ่มใส เพื่อให้พวกเขาเหล่านั้นไม่ขาดโอกาสในการได้พัฒนาศักยภาพในการค้นคว้าหาความรู้ เป็นการร่วมเชิดชูเกียรติคุณของ "ปู่เสม" ในฐานะที่เป็นแรงบันดาลใจของชนรุ่นหลัง เพราะเพียงแค่หนังสือนิทานเพียงน้อยนิด แต่สำหรับผู้ป่วยเด็กแล้วมันมีค่ามาก

        “หนังสือนิทานทำหน้าที่มากกว่าเครื่องแก้เหงา คลายอาการซึมเศร้า เป็นเสมือนหนึ่งเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ เป็นยา เป็นเพื่อน เป็นญาติเฝ้าไข้ คอยปลอบประโลมจิตใจ ที่มีผลต่อการรักษาอาการเจ็บป่วยให้ได้ผลอย่างคาดไม่ถึง ขณะนี้เด็กๆ เหล่านี้ไม่เพียงแค่เจ็บป่วยทางกาย แต่พวกเขายังเจ็บป่วยทางใจอีกด้วย” ทศสิริ กล่าว

        สุดารัตน์ ทวีศักดิ์ หรือ น้องแหวว สาวน้อยวัย 14 ปี ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ โรคทางเดินอาหาร และโรคทางสมอง เล่าให้ฟังด้วยน้ำเสียงร่าเริง ว่า “หนูชอบอ่านการ์ตูนที่มีสาระความรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมต่างๆ มากที่สุด เพราะช่วยให้ผ่อนคลาย ได้ความรู้รอบตัวด้วย ได้รู้จักสิ่งแวดล้อมต่างๆ และสนุก หนูชอบการ์ตูนมากๆ เมื่อก่อนหนูจะยืมหนังสือในรถเข็นนิทานฯ จากคุณครูกลับมาอ่านที่บ้านด้วย แต่เดี๋ยวนี้หนูไม่ได้ยืมแล้ว เกรงใจคุณครูกับเพื่อนๆ เพราะหนูไม่ได้ไปโรงพยาบาลบ่อยมากอย่างแต่ก่อน”

        พญ.ศิราภรณ์ สวัสดิวร ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ตัวแทนรับมอบรถเข็นนิทาน เล่าว่า ปกติโรงพยาบาลทำกิจกรรมส่งเสริมให้หนูน้อยที่เข้ามารักษาตัว เสมือนไม่ได้เข้าหาคุณหมอ ตัวอย่างเช่น ชุดพยาบาลจะไม่ใช้เหมือนฟอร์มทั่วไป แต่จะสวมใส่เหมือนชุดปกติ ส่วนหัวเตียงผู้ป่วยเป็นรูปสัตว์ชนิดต่างๆ หรือแม้กระทั่งการรับวัคซีนในทารก คุณแม่จะต้องอุ้มลูกพร้อมกับให้นมลูกไปด้วย เพื่อลดความหวาดกลัว หดหู่ ซึมเศร้า กังวลของตัวเด็กและตัวผู้ปกครองเอง เมื่อมีโครงการ “รถเข็นนิทาน” เกิดขึ้นเสมือนจิ๊กซอร์ที่มาเติมต่อให้สมบูรณ์ และตอกย้ำความพยายามของคนในสังคมที่ต้องการให้ผู้ป่วยเด็กได้มีเครื่องมือเยียวยาจิตใจที่ห่อเหี่ยวให้พร้อมต่อสู้กับโรคภัยต่อไป

        หากจะกล่าวว่า นิทานนั้นเปรียบเสมือนเครื่องมือเยียวยาอาการเจ็บป่วย หรือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการรักษา ทำให้หายจากอาการเจ็บป่วยได้เร็วขึ้น และทำให้พวกเขาผ่อนคลาย มีจิตใจอันสงบ เพื่อพร้อมต่อการรักษาพยาบาลในครั้งต่อๆ ไป

        น้ำใจจากท่านเพียงคนละเล็กละน้อยเป็นการหยิบยื่นโอกาสที่ดีให้แก่เด็กๆ ผู้ไร้ซึ่งความหวัง ที่กำลังประสบชะตากรรม โปรดอย่าปล่อยให้เด็กๆ มีชีวิตที่สิ้นหวัง คุณเองสามารถช่วยให้เด็กๆ หลุดพ้นจากความมืดมนของชีวิตได้ สนใจบริจาคสอบถามได้ที่โทร.0-2881-1734-5 ต่อ 12 อีเมล [email protected] หรือ www.ffc.or.th โครงการรถเข็นนิทาน สานความห่วงใย