ไลฟ์สไตล์

 'วรวัจน์'ปลดหนี้ครูวงเงิน5หมื่นล้านบาท

'วรวัจน์'ปลดหนี้ครูวงเงิน5หมื่นล้านบาท

01 ก.ย. 2554

ครูเตรียมเฮ 'วรวัจน์' ผุดโครงการปลดหนี้ครู วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท ใช้งบปี 55 ดำเนินการ ส่วนรายละเอียดโครงการยังไม่ตกผลึกแต่เจ้าตัวย้ำไม่ใช่การให้เงินครูกู้ไปโปะหนี้

        1 ก.ย.54 นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.)  เปิดเผยว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เตรียมเสนอของบประมาณปี 55 วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท เพื่อนำมาใช้ในโครงการปลดหนี้ครู ซึ่งตามรายงานล่าสุดของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) สำรวจพบว่า ยอดหนี้สินครูทั้งหมดสูงถึง 7 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากปีที่แล้วซึ่งตัวเลขหนี้สินครูแค่ 3 แสนล้านบาท  เฉลี่ยแล้วครูมีหนี้สินประมาณคนละ 2 ล้านบาท ทั้งนี้  หนี้สินครูส่วนใหญ่เป็นหนี้ที่กู้มาจากสหกรณ์ออมทรัพย์ครูมากที่สุด

       รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า รายละเอียดของโครงการปลดหนี้ครูนั้น ยังต้องพิจารณาอีกครั้งว่าจะดำเนินการในวิธีใด แต่อาจจะดำเนินการในรูปของกองทุน อยู่ระหว่างศึกษารายละเอียด  ที่สำคัญ  โครงการปลดหนี้ครูครั้งนี้ จะไม่ใช่การนำงบประมาณมาปล่อยกู้ให้ครูนำไปล้างหนี้เก่า  เพราะครูแต่ละคนเป็นหนี้ถึงกว่า 2 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม สินเชื่อที่ครูกู้ส่วนใหญ่คิดดอกเบี้ยที่ประมาณร้อยละ 7    ถ้าสามารถหาทางให้ครูจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ลดลง ครูก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้นต่อปีเป็นจำนวนมาก    คำนวณคร่าวๆ ครูที่กู้เงิน 2 ล้านบาทจะมีเงินเหลือปีละเป็นแสนบาทถ้าไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย

       ทั้งนี้ กระทรวงจะเป็นผู้ดูแลโครงการปลดหนี้ครูเองโดยตรง ซึ่งจะดีกว่าให้ สกสค.ดำเนินการเหมือนที่ผ่านมา เพราะตนเห็นว่า โครงการแก้ปัญหาหนี้สินของ สกสค. ไม่สามารถแก้ปัญหาได้จริง   หนี้สินครูเป็นหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ครูซึ่งไม่ได้ปล่อยกู้ตามระบบของธนาคารพาณิชย์ แต่สหกรณ์อมมทรัพย์ครูนั้น เหมือนบริษัทที่ครูตั้งขึ้นมาปล่อยกู้กันเอง   เมื่อครูเข้าโครงการปลดหนี้ครูแล้ว ส่วนใหญ่ก็จะไปกู้เงินสหกรณ์ฯอีก ที่สุดก็ต้องกลับมาเข้าโครงการปลดหนี้ครูอีกรอบ ไม่มีที่สิ้นสุด   เพราะฉะนั้น   นอกจากช่วยครูปลดหนี้แล้ว ศธ.จะลงไปดูแลขบวนการปล่อยกู้ให้ครูในรูปแบบต่างๆ  ด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้ครูไปเป็นหนี้ซ้ำอีก ยกเว้นรายที่มีความจำเป็นจริง ๆ  จึงสมควรผ่อนผันให้สร้างนี้เพิ่มได้

      นายวรวัจน์ กล่าวต่อว่า  ศธ.จะเสนอให้โยกงบประมาณกองทุน กยศ. ซึ่งจะเปลี่ยนไปเป็น กรอ.มาตั้งที่กระทรวงศึกษาธิการแทนตั้งที่กระทรวงการคลัง เหตุผล  หลักการของ กองทุน กรอ.นั้น ต้องการปล่อยกู้ในสาขาที่จบแล้วมีงานทำ เมื่อเจ้าตัวมีรายได้ถึง 16,000 บาทต่อเดือนตามเกณฑ์ จึงจะได้เริ่มใช้หนี้คืน กรอ.    เพราะฉะนั้น จะต้องมีการดูแลเรื่องการปล่อยกู้อย่างรอบครอบ  ต่างจากการปล่อยกู้ กยศ.ซึ่งกำหนดให้ลูกหนี้ใช้คืนทันทีเมื่อขึ้นปีที่ 3 หลังจากจบการศึกษา  จึงไม่ต้องกลั่นกรองสาขาปล่อยกู้มากเท่า กรอ. ดังนั้น ให้ ศธ.ดูแลเองจะเหมาะสมกว่า