
'มะเร็งปากมดลูก'
'มะเร็งปากมดลูก'ภัยเงียบผู้หญิง80%เสียชีวิต
เสื้อผ้าหลากสีสันลวดลายดูเพลินตา ในริ้วขบวนบนถนนริมหาดทรายสีขาวความยาวกว่า 2 กิโลเมตร ถูกเติมแต่งด้วยกิจกรรมการละเล่นพื้นเมือง ไม่ว่าจะเป็นขบวนกลองยาว กลองสะบัดชัย ฟ้อนรำอีสาน ผีตาโขน รวม 1,000 ชีวิต สีหน้าเปื้อนรอยยิ้มอันเอิบอิ่มปะปนกับเหงื่อกายเล็กน้อย เดินรณรงค์ให้สตรีไทยรู้ทันมหันตภัย "มะเร็งปากมดลูก" ที่เวลานี้ได้คร่าชีวิตเฉลี่ย 14 รายต่อวัน
รศ.นพ.ชัยยศ ธีรผกาวงศ์ นายกสมาคมมะเร็งนารีเวชไทย บอกว่า เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ หรือวันแม่ (12 สิงหาคม) สมาคมได้จัดงาน "รวมพลังสานฝัน ต้านมะเร็งปากมดลูก 2554" ณ ใจกลางเมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้รับพระกรุณาธิคุณจาก พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จไปทรงเป็นประธานเปิดงาน ระหว่างวันที่ 12-14 สิงหาคม 2554 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพราะทุกวันนี้โรค "มะเร็งปากมดลูกนับเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของผู้หญิงไทย เฉลี่ยเสียชีวิตวันละ 14 ราย ซ้ำร้ายไปกว่านั้นยังมะเร็งที่พบมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ในประเทศไทย"
ล่าสุด พบว่า "ผู้ป่วยเป็นเด็กมัธยมปลายอายุเพียง 16 ปี" ทั้งในปี 2553 มีผู้ป่วยโรคมะเร็งปากมดลูกเพิ่มขึ้นอีกกว่า 1 หมื่นราย ผู้ป่วยจำนวนกว่าร้อยละ 80 อยู่ในระยะอันตราย ทั้งๆ ที่มะเร็งชนิดนี้สามารถป้องกันได้ สาเหตุสำคัญมาจากการละเลยและขาดการป้องกันตนเอง ทั้งการตรวจคัดกรองประจำปีหรือที่เรียกว่า แปปสเมียร์ (Pap smear) ควบคู่กับการฉีด "วัคซีนเอชพีวี" ป้องกันการติดเชื้อไวรัสเอชพีวีจากกรณีการมีเพศสัมพันธ์ อันเป็นสาเหตุหลักของการเกิดโรคนี้
ทว่าการฉีดวัคซีนให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด จะต้องฉีดก่อนที่มีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก โดยผลการวิจัยพบว่า ช่วงที่อายุเหมาะที่จะฉีดวัคซีนที่สุดควรอยู่ระหว่าง 10-14 ปี เพราะภูมิคุ้มกันสูงที่สุดและอาการผลข้างเคียงของการฉีดวัคซีนน้อยที่สุด ส่วนสตรีท่านใดที่เคยมีเพศสัมพันธ์มาแล้ววัคซีนตัวนี้ก็สามารถฉีดได้ แต่จะไม่ได้ผลเต็มประสิทธิภาพ
"ส่วนมากคุณสุภาพสตรีคิดว่า "ไม่เป็นไร ยังไม่มีอาการ ไม่ไปเหรอ! หาหมอ" ซึ่งเป็นความคิดที่ผิด ไม่แนะนำให้คิดเช่นนั้น เพราะโรคดังกล่าวเมื่อเป็นระยะหนึ่งแล้วไม่สามารถรักษาหายขาดได้ ถ้ารู้ตั้งแต่เนิ่นๆ แต่ที่ผ่านมาจะรอให้มีอาการก่อนแล้วค่อยมาพบแพทย์ มันก็สายเกินแก้แล้ว อัตราการเสียเสียชีวิตก็สูงขึ้น และที่สำคัญพบว่าผู้หญิงเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกที่ไม่ไปตรวจคัดกรองถึงร้อยละ 50-80" นายกสมาคมมะเร็งนารีเวชไทยกล่าว
นอกเหนือจากความละเลย ประมาณ 80% ของผู้ป่วยมักจะมาพบแพทย์ในระยะหลังของโรค มะเร็งอาจจะกระจายออกไปนอกปากมดลูกและอาจลุกลามไปอวัยวะข้างเคียง เช่น ต่อมน้ำเหลืองในอุ้มเชิงกราน กระเพาะปัสสาวะ ทวารหนัก ลำไส้ หรือกระจายไปอวัยวะไกลๆ ก็ได้ ยิ่งทำให้การรักษายากขึ้น โอกาสรักษาหายเกือบเป็นศูนย์ ดังนั้น อยากแนะนำให้สตรีทั้งหลายมา "ตรวจคัดกรองที่โรงพยาบาลที่ใช้เวลาตรวจประมาณ 2-3 นาที ไม่มีความเจ็บปวด หรืออาจจะตรวจหาเชื้อเอชพีวีชนิดก่อมะเร็งที่มีความแม่นยำสูงพร้อมกันไปเลยก็ได้ตามโรงพยาบาทั่วๆ ไป ไปได้เกือบทุกแห่ง"
"มะเร็งปากมดลูกแบ่งออกเป็น 4 ระยะย่อย 1 2 3 4 ตามลำดับคล้ายมะเร็งทั่วไป แต่การตรวจไม่จำเป็นต้องมาตรวจทุกปี บางคนตรวจแล้วแพทย์อาจนัดมาตรวจอีกครั้งใน 3-5 ปีข้างหน้าก็ได้ เพราะมีความเสี่ยงน้อย จึงอยากฝากให้รีบมาตรวจครั้งแรกให้ได้ เมื่อเจอเซลล์ผิดปกติในระยะแรกก็สามารถป้องกันได้ ต่างจากมะเร็งชนิดอื่นที่พบแล้วไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้" นายกสมาคมมะเร็งนารีเวชไทยกล่าว
ด้าน นพ.ธีรวุฒิ คูหะเปรมะ ผอ.สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ภายใต้กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เล่าว่า สถาบันมีภารกิจสำคัญในการควบคุมดูแลโรคมะเร็งที่เกิดขึ้นในประเทศไทย อย่างไรก็ดีการจะเข้าไปควบคุมดูแลให้ทั่วถึงทุกส่วนของประเทศทำได้ยาก จึงจำเป็นต้องมีการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อช่วยกันรณรงค์และสร้างความรู้ความเข้าใจอย่างถูกต้อง เพื่อให้อัตราการเกิดโรคมะเร็งชนิดต่างๆ และอัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งเหล่านั้นลดน้อยลดที่สุด
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เป็นมะเร็งปากมดลูก นอกจากการมีคู่นอนหลายคนแล้ว ยังรวมถึงการมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อยแล้ว การสูบบุหรี่ หรือแม้กระทั่งภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ แนะนำการป้องกันที่ดีที่สุดก็คือ หยุดการมีเพศสัมพันธ์ แต่ถ้าไม่ได้จริงๆ ก็ควรเซฟเซ็กส์ "ขอโทษนะครับผมไม่ได้จะหยาบคาย แค่การใช้นิ้ว ก็เป็นปัจจัยเสี่ยงแล้ว"
"ท้ายที่สุดผมหวังเพียงว่าตลอด 3 วัน กิจกรรมหลากหลาย จะเป็นอีกแรงผลักดันสำคัญในการสร้างความรู้ ความเข้าใจและการตระหนักถึงความอันตรายของโรคให้เกิดขึ้นกับผู้หญิงไทย และนำมาซึ่งการป้องกันตนเองอย่างถูกต้องต่อไป" ผอ.สถาบันมะเร็งแห่งชาติกล่าวในที่สุด



