ไลฟ์สไตล์

ธ.ก.ส.ชงหา2.9แสนล.จำนำข้าว

ธ.ก.ส.ชงหา2.9แสนล.จำนำข้าว

01 ก.ย. 2554

บอร์ดธ.ก.ส.อนุมัติ3แนวทางหาเงินรับจำนำข้าว2.9แสนลบ.รองรับข้าว20ล.ตัน พร้อมชงตั้งบอร์ด4ชุด ติดตามการทำงานหวังให้เกิดความโปร่งใสและเกษตรกรได้ประโยชน์สูงสุด

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  นายลักษณ์ วจนานวัจ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการธ.ก.ส. มีมติเห็นชอบในหลักการที่จะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) หางบสำหรับทำโครงการจำนำข้าวจาก 3 แนวทาง เบื้องต้นคาดใช้เงิน 2.9 แสนล้านบาท รองรับปริมาณข้าวเปลือกที่จะเข้าร่วมโครงการ 20 ล้านตัน

          โดยแนวทางแรกใช้เงิน ธ.ก.ส.เอง 9 หมื่นล้านบาท รองรับข้าวได้ 5-6 ล้านตัน หากยังไม่พอจะเสนอแนวทางที่สองคือ ให้สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) จัดหาเงินกู้จากสถาบันการเงินในประเทศ เหมือนก่อนหน้านี้วงเงินตามความต้องการใช้จริงคาดไว้ที่ 1 แสนล้านบาท และแนวทางสุดท้ายคือการเจรจาใช้คืนหนี้เดิม 1.04 แสนล้านบาท เป็นเงินต้น 9.5 หมื่นล้านบาท และดอกเบี้ย 9 พันล้านบาท ซึ่งหากสามารถตกลงกันได้ ก็จะทำให้ ธ.ก.ส.มีสภาพคล่องเพิ่มขึ้น โดยการชำระคืนผ่านงบประมาณอาจเปลี่ยนเป็นการออกพันธบัตรอายุ 5-6 ปี ให้ธ.ก.ส.ถือแทนก็ได้ เพื่อให้มีระยะเวลาในการชำระหนี้คืนชัดเจน

          "วงเงินทั้ง 3 แนวทางที่บอร์ดอนุมัติต้องผ่านไปตามขั้นตอน และวิธีการใช้ก็จะเป็นลำดับขั้น เริ่มจากแนวทางแรกไปถึงแนวทางที่สาม รวมแล้วจะได้วงเงินเข้ามา 2.9 แสนล้าน ซึ่งน่าจะเพียงพอในการรับจำนำข้าวหากมีระบบการบริหารจัดการดี ทำให้มีการหมุนเวียนของข้าวในโครงการที่เหมาะสม" นายลักษณ์ กล่าว

          นายลักษณ์ กล่าวต่อว่า บอร์ดยังเน้นให้ดูแลเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบ ต้องป้องกันการทุจริตที่อาจเกิดขึ้นเหมือนในอดีต และต้องมีความชัดเจนด้านการตลาดและการระบายข้าว นอกจากนี้จะเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการย่อยอีก 4 ชุดขึ้นมาติดตามกำกับดูแลโครงการรับจำนำข้าว โดยจะมีเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ เข้ามาร่วมด้วย

          นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ในการประชุมครม.สัปดาห์หน้า จะขออนุมัติจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ หรือ กขช. เพื่อกำหนดแนวทางการเปิดรับจำนำข้าวเปลือก  โดยข้าวเปลือกเจ้าจะอยู่ที่ 15,000 บาทต่อตัน ข้าวเปลือกหอมมะลิอยู่ที่ 20,000 บาทต่อตัน และยืนยันว่าชาวนาจะสามารถขายข้าวได้ในราคาไม่ต่ำกว่าราคาจำนำแน่นอน โดยการรับจำนำถือเป็นนโยบายระยะสั้น เมื่อราคาข้าวมีเสถียรภาพ เกษตรกรมีรายได้ดี ก็อาจจะไม่ต้องใช้การรับจำนำ

 

พาณิชย์เล็งยึดจำนำข้าวเบร็ดเสร็จชงปล่อยผีโรงสีบัญชีดำ

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  กระทรวงพาณิชย์เตรียมเสนอโครงการจำนำข้าวเปลือกฤดูผลิตปี 2554/2555 ให้รมว.พาณิชย์ พิจารณาและครม. อนุมัติให้กระทรวงพาณิชย์กลับเป็นแกนหลักในการทำโครงการอีกครั้ง โดยอ้างว่ามีอำนาจตามกฎหมายในการดูแลราคาข้า ขณะที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ควรทำหน้าที่เป็นเพียงแหล่งเงินเท่านั้น จากก่อนหน้านี้สมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช เคยมีคำสั่งให้ ธ.ก.ส.ทำหน้าที่เป็นแกนหลัก เพราะเห็นว่าในอดีตที่ผ่านมามักจะมีปัญหาทุจริตและไม่โปร่งใสในขั้นตอนรับจำนำ

          นอกจากนี้ยังเตรียมเสนอให้มีการปลดรายชื่อโรงสีที่ถูกขึ้นบัญชีดำ (แบล็กลิสต์) ในอดีต ทั้งที่ทำผิดเงื่อนไขการรับจำนำ และขาดสภาพคล่อง เพื่อเปิดโอกาสให้โรงสีเหล่านี้เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวเปลือกเจ้าในราคา 1.5 หมื่นบาทต่อตัน และข้าวเปลือกหอมมะลิ 2 หมื่นบาทต่อตันได้ด้วย

          นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า การผลักดันราคาข้าวเปลือกตันละ 1.5-2 หมื่นบาท จะทำให้ราคาข้าวตลาดส่งออกของไทยปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่หากตลาดไม่ตอบรับราคาที่เพิ่มขึ้น รัฐบาลพร้อมสนับสนุนให้ชาวนาลดพื้นที่เพาะปลูกหันไปปลูกพืชอย่างอื่นแทน โดยรัฐบาลมีแผนจะใช้โครงการรับจำนำดูแลเสถียรภาพราคาในระยะสั้น ตั้งวงเงินบริหารจัดการ 1 หมื่นล้านบาท ขณะที่วงเงินและปริมาณข้าวไม่กำหนดกรอบเพดานคาดจะเปิดโครงการได้ประมาณต้นเดือนตุลาคม

          นายชาญชัย รักษ์ธนานนท์ นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย กล่าวว่า โรงสีที่ติดแบล็กลิสต์เป็นเรื่องเก่า ที่มีคดีความตั้งแต่การเข้าร่วมโครงการรับจำนำปี 2547/2548 มีประมาณ 30 แห่ง มีกำลังการผลิตต่ำสุดวันละ 200 ตันต่อวัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคดีแพ่งนั้น ควรเจรจาเพื่อหาข้อสรุป และพิจารณาโรงสีเหล่านี้ให้มีสิทธิได้เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวในครั้งนี้ด้วย

 

จำนำข้าวทุกเม็ด7ต.ค.ข้าวถุงจ่อขึ้น20บาท

          นายกิตติรัตน์ เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำข้าว ว่าที่ประชุมเห็นพ้องร่วมกันในการเริ่มเปิดโครงการรับจำนำข้าวในวันที่ 7 ตุลาคม 2554 เพื่อให้ทันกับผลผลิตข้าวนาปรัง และเป็นช่วงสิ้นสุดโครงการประกันรายได้พอดี โดยยังคงรับจำนำข้าวทุกเม็ด ในราคาข้าวเปลือกเจ้าตันละ 1.5 หมื่นบาท ข้าวเปลือกหอมมะลิตันละ 2 หมื่นบาท

          นายชาญชัย กล่าวว่า แม้จะเปิดรับจำนำข้าวเร็วกว่าที่คาดไว้ โรงสีทั่วประเทศก็มีความพร้อม โดยจะเป็นการรับจำนำทั้งในแบบยุ้งฉาง และใบประทวน เพื่อให้เกษตรกรสามารถขายข้าวเปลือกได้ในราคาสูง ทั้งยังสามารถจำนำข้ามเขตได้ แต่ต้องเป็นการข้ามเขตแบบจังหวัดต่อจังหวัดที่ใกล้เคียงเท่านั้น

          นายสมเกียรติ มรรคยาธร นายกสมาคมข้าวถุงไทย กล่าวว่า โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล เบื้องต้นจะกระทบต่อต้นทุนการผลิตข้าวถุงอย่างแน่นอน โดยเฉพาะต้นทุนข้าวหอมมะลิที่จะกระทบถึง 25-30% ซึ่งจะส่งผลให้ราคาข้าวถุงขนาด 5 กิโลกรัม ต้องปรับขึ้นถุงละ 40 บาท และต้นทุนข้าวขาวกระทบถึง 40-50% ส่งผลต่อราคาข้าวขาวถุง ต้องปรับเพิ่มขึ้นถุงละ 20-30 บาท โดยคาดว่าราคาที่ปรับขึ้นครั้งนี้ จะเริ่มจำหน่ายตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไป พร้อมกับนโยบายรับจำนำข้าว

          อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์เองคงจะขอความร่วมมือผู้ประกอบการข้าวถุงให้ความช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย โดยสมาคมคาดว่าจะร่วมกับองค์การคลังสินค้า (อคส.) จัดทำข้าวถุงราคาถูกเพื่อจำหน่ายให้ผู้บริโภค เพื่อช่วยเหลือผู้ที่มีรายได้น้อย แต่ขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดปริมาณและราคาที่ชัดเจนสำหรับข้าวราคาถูก เนื่องจากต้องประชุมร่วมกับอคส.เรื่องดังกล่าวก่อน

          ด้านนายสุเมธ เหล่าโมราพร ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ซีพี อินเตอร์เทรด จำกัด กล่าวว่า โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล จะทำให้ราคาข้าวถุงปรับสูงขึ้น ซึ่งผู้ประกอบการข้าวถุงจำเป็นที่จะต้องปรับราคาตามต้นทุนที่แท้จริง โดยขณะนี้ราคาข้าวในตลาดได้มีการปรับเพิ่มขึ้นแล้ว แม้โครงการรับจำนำจะยังไม่เริ่มดำเนินการก็ตาม