
ภัยเงียบ
ปัจจุบันความรู้ทางการแพทย์เจริญก้าวหน้ามากขึ้น การวินิจฉัยที่แม่นยำ การรักษาที่เหมาะสม ทำให้อัตราการป่วย หรือการเสียชีวิตลดลง มีผลให้จำนวนผู้สูงอายุในสังคมมากขึ้น แต่การดูแลรักษาสุขภาพที่สำคัญที่สุด ยังคงเน้นการป้องกันการเกิดโรค หรือตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเ
ภัยเงียบบางอย่าง เช่น โรคที่มีอาการแสดงไม่ชัดเจน ในระยะเริ่มแรก แต่จะแสดงอาการต่อเมื่อมีภาวะแทรกซ้อน เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง หรือโรคทางพันธุกรรมอื่นๆ ซึ่งสามารถรักษาให้หายขาด หรือป้องกันก่อนเกิดภาวะแทรกซ้อน
เบาหวาน
เป็นภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง เนื่องจากร่างกายไม่อาจนำแป้งและน้ำตาลที่บริโภคเข้าไปมาใช้ได้ สาเหตุประการแรกคือ ตับอ่อนไม่สามารถผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้เพียงพอ ประการที่สอง เนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆ (ไขมัน ตับ กล้ามเนื้อ ฯลฯ) มีภาวะดื้อต่ออินซูลิน
ด้วยความผิดปกติทั้ง 2 ประการนี้ ส่งผลให้มีน้ำตาลตกค้างอยู่ในกระแสเลือดในปริมาณมาก หากไม่มีการดูแลรักษาที่ถูกต้อง จะนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนมากมาย หากโรคยังอยู่ในระยะเริ่มแรก ก็สามารถดูแลตนเองด้วยการควบคุมอาหาร ลดน้ำหนัก และออกกำลังได้ หากเป็นมากขึ้น ต้องเข้ารับการรักษาด้วยยา และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
ประชากรเบาหวานในประเทศไทย ได้รับการวินิจฉัยเพียงร้อยละ 50 เท่านั้น อีกร้อยละ 50 มาพบแพทย์ด้วยภาวะแทรกซ้อน เช่น เบาหวานขึ้นตาจนตามัว เป็นแผลเรื้อรังที่ยารักษาไม่หาย กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หรือหลอดเลือดสมองตีบหรือแตก
ความดันโลหิตสูง
ความดันโลหิตมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามปัจจัยต่างๆ เช่น อายุ เพศ อาหาร ความอ้วน และขาดการออกกำลังกาย สภาวะทางอารมณ์ เป็นต้น เป็นภาวะที่เมื่อหัวใจบีบตัว และคลายตัว แต่ความดันยังคงค้างอยู่ในหลอดเลือดไม่ลดลงอย่างที่ควรจะเป็น
การมีความดันโลหิตสูงอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน สร้างความเสียหายแก่หลอดเลือดหลายประการ อาทิ หลอดเลือดแข็ง หลอดเลือดโป่งพอง อีกทั้งอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนของความดันโลหิตสูง เช่น ภาวะไตวาย ภาวะหัวใจโต หลอดเลือดสมองตีบหรือแตกเช่นเดียวกับเบาหวาน
โรคความดันโลหิตสูงส่วนใหญ่มักไม่มีอาการเตือนใดๆ ให้ผู้ป่วยได้ทราบล่วงหน้า จึงกล่าวได้ว่า โรคความดันโลหิตสูงเป็นอีกโรคที่เป็นภัยเงียบที่ควรเฝ้าระวัง
ไขมันในเลือดสูง
โดยทั่วไป ภาวะไขมันในเลือดสูงจะไม่แสดงอาการแต่อย่างใด จนกว่าไขมันจะสะสมในลักษณะของคราบไขมันที่เยื่อบุผนังหลอดเลือดแดงมาก จนมีขนาดใหญ่เพียงพอที่จะเกิดการตีบ หรืออุดตันของหลอดเลือดแดง จึงเกิดอาการจากการขาดเลือดของอวัยวะที่หล่อเลี้ยง โดยหลอดเลือดแดงนั้นๆ ได้แก่ หัวใจขาดเลือดสมองขาดเลือด
ผู้ที่มีภาวะเสี่ยงต่อโรคไขมันในเลือดสูง ควรฝึกสุขนิสัยในการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ เช่น รับประทานอาหารไขมันต่ำ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว ซึ่งเพิ่มระดับ LDL-C ได้มากกว่าอาหารอื่นใด เช่น ไขมันสัตว์ ไขมันนมเนย รวมถึงการออกกำลังกาย และลดน้ำหนักเกินมาตรฐาน กรณีที่มีญาติสายตรงเป็นโรคไขมันในเลือดสูง หรือโรคหลอดเลือดหัวใจ แนะนำให้พบแพทย์เพื่อรับการตรวจสุขภาพ
ดังนั้น การดูแลรักษาสุขภาพของตัวเราเอง และคนใกล้ชิด ที่ถูกต้อง คือ การออกกำลังกายที่เหมาะสม การควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน การบริโภคอาหารครบ 5 หมู่ที่ถูกสุขลักษณะ การตรวจสุขภาพประจำปี และปรึกษาแพทย์ตั้งแต่ระยะเริ่มแรกเมื่อเริ่มมีอาการผิดปกติ
โรงพยาบาลศิครินทร์
โทร.1728



