ไลฟ์สไตล์

สามี(ตัวดี)แบ่งมรดก

สามี(ตัวดี)แบ่งมรดก

02 ก.ย. 2554

เรื่องของดิฉัน คือ แต่งงานกับสามีตั้งแต่ปี 2545 แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ไม่มีลูกด้วยกัน สามีมีลูกติดกับภรรยาเก่า และไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับภรรยาเก่าเช่นกัน และพ่อแม่สามียังมีชีวิตอยู่

 หลังจากแต่งงานกันได้สักระยะ สามีก็ป่วย ตอนรักษาตัวดิฉันเป็นคนจ่าย สามีพูดไม่ได้ จึงเขียนในกระดาษให้ดิฉันติดต่อทนายเรื่องบ้านที่กู้ร่วมกัน ซึ่งดิฉันพักอยู่ในปัจจุบัน และมีหนี้คงค้างอยู่ล้านกว่าบาท
  ขณะนี้สามีได้เสียชีวิตแล้ว ทรัพย์สินที่มีคือ ที่ดิน 2 แปลง และอีกหนึ่งแปลงคือ บ้านที่กู้ร่วมกัน มีรถยนต์ 1 คัน เป็นชื่อสามี
 อยากทราว่าดิฉันมีสิทธิทำอะไรได้บ้าง หากขอเป็นผู้จัดการมรดก หรือขอเงินค่าจัดการศพ (สามีเป็นข้าราชการบำนาญ) แล้วเรื่องบ้านที่กู้ร่วมกันสองคน และรถยนต์คันดังกล่าว ดิฉันครอบครองอยู่รวมทั้งสมุดคู่มือ โดยสามีได้เซ็นโอนลอยไว้ให้ก่อนเสียชีวิต
 อัมพร
 ตอบ
 ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์ปราชญา อ่อนนาค คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำเรื่องนี้ว่า คุณมีสิทธิที่จะเป็นผู้จัดการมรดกได้
 ส่วนเรื่องที่ขอเงินค่าจัดการศพของสามีคุณนั้น คงต้องติดต่อไปที่หน่วยงานของสามีเนื่องจากว่าระเบียบของข้าราชการแต่ละแห่งจะไม่เหมือนกัน
 คุณเป็นภรรยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส กฎหมายไม่รองรับ เมื่อสามีเสียชีวิต คุณจึงไม่มีสิทธิรับมรดก ส่วนลูกที่เกิดจากภรรยาเก่า ถ้าสามีเซ็นรับรองบุตร ลูกจะเป็นลำดับที่หนึ่ง และพ่อแม่ของสามีจะเป็นลำดับที่สอง ที่มีสิทธิรับมรดก  
 เรื่องบ้านที่กู้กันสองคน เมื่อสามีเสียชีวิต ส่วนของสามีจะกลายเป็นมรดก ผู้ที่มีสิทธิได้รับมรดกก็จะได้รับไป แต่เนื่องจากบ้านยังจำนองอยู่ที่ธนาคาร ก็ต้องเจรจากันดูว่า ธนาคารจะยินยอมให้ผู้รับมรดกมาใส่ชื่อไหม หรือว่าคุณต้องส่งเงินต่อจนหมดแล้วค่อยแบ่งส่วนของสามีให้ผู้รับมรดก
 ส่วนเรื่องรถ การที่โอนลอยนั้น ไม่มีผลทางกฎหมาย เพราะทำกันขึ้นมาเอง รถที่เป็นชื่อของสามีก็จะกลายเป็นมรดกอีกเช่นกัน แต่ถ้ามีการสืบทราบว่าเป็นรถที่หามาได้ขณะที่อยู่ร่วมกันหลังจากแต่งงาน แต่หามาได้ร่วมกันระหว่างที่อยู่กินกัน ถือเป็นทรัพย์สินร่วม ดังนั้นเมื่อสามีเสียชีวิตก็ต้องแบ่งกันคนละครึ่งด้วย
 ทุกอย่างที่หามาได้หลังจากแต่งงานจึงเป็นของคุณครึ่งหนึ่ง และเป็นของสามีครึ่งหนึ่ง แล้วส่วนของสามีจะกลายเป็นมรดก ผู้มีสิทธิก็จะรับไป
 ลุงแจ่ม