
ตรวจการได้ยินเด็กแรกเกิดได้ทันที
เคล็ดลับการเลี้ยงดูลูกง่ายๆ ให้ลูกมีสุขภาพกาย และใจให้แข็งแรง เติบโตสมวัยนั้น พ่อและแม่เป็นส่วนหนึ่งในการเฝ้าห่วงใย ดูแลใกล้ชิด ด้วยเทคโนโลยียุคใหม่ที่มีส่วนช่วยให้พ่อและแม่หายวิตกกังวลต่อสิ่งที่มองไม่เห็น ไม่ต้องเสียเวลา หรือกว่าจะรู้ตัวก็สายแล้ว
จากเดิมต้องใช้เวลา 2-3 ปี ซึ่งช้าเกินไปที่จะแก้ไขได้ เช่น ภาวะการได้ยินของเด็ก ปัจจุบันสามารถตรวจได้ทันทีตั้งแต่แรกเกิด ภายใน 15 นาที ไม่ต้องรอจนเด็กอายุมากขึ้น
วิธีง่ายๆ ที่พอจะรู้ได้ คือ การสังเกตพัฒนาการของลูกน้อยตั้งแต่แรกคลอด ต้องสังเกตปฏิกิริยาของทารกว่า รู้จักยิ้ม มองหน้า จ้องตา มองตามเสียง ซึ่งทารกรับรู้ได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์แล้ว ถ้าหากผ่าน 6 เดือนไปแล้ว พัฒนาการเหล่านี้ไม่ชัดเจน นั่นพออนุมานได้ว่าน่าจะมีปัญหาเรื่องของการได้ยิน การไม่ได้ยินเสียงก็จะส่งผลให้ไม่สามารถพูดได้ในเวลาต่อมาเช่นกัน
“การยิ้ม" และ "การส่งสายตา” เมื่อได้ยินเสียงเรียก มีความหมาย เพราะแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของทารกน้อย ก้าวสู่วัยเด็กอย่างสมบูรณ์และแข็งแรง ดังนั้นในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่เป็นรัฐสวัสดิการ อย่างในสแกนดิเนเวีย หรือในบางรัฐของสหรัฐอเมริกา เด็กๆ ทุกคน นับแต่แรกคลอดเกิดมา จะต้องได้รับการตรวจ “การได้ยิน” ทันที เพื่อให้แพทย์ได้มีระยะเวลาในการช่วยเหลือให้เกิดพัฒนาการ การได้ยินได้ทันท่วงที
ภาวะเด็กทารกไทยในปัจจุบัน กว่าจะรู้ตัวก็สายเกินไป เพราะกว่าจะรู้ได้บางคนทิ้งเวลาไว้นาน 1-2 ปี เพิ่งจะมาตื่นตัวว่าลูกพูดไม่ได้เมื่ออายุ 2 ขวบ หรือเข้าโรงเรียนแล้ว นั่นมีความหมายว่าถ้าเด็กปกติทุกอย่าง เด็กจะมีอาการที่เรียกว่า “พูดช้า” แต่ถ้าหากไม่ปกติอาจมีปัญหาที่รุนแรงกว่านั้น ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยได้
ดังนั้นช่วงระยะแรกเกิดจนถึง 2 ขวบ จึงเป็น “ช่วงเวลาทอง” ในการที่จะตรวจพบและดูแลแก้ไข แต่ยิ่งรู้เร็วยิ่งดี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า มีโอกาสรักษาและแก้ไข ถ้ารู้เร็ว ดังนั้นในประเทศที่เจริญแล้ว ที่กังวลห่วงใยทารกที่จะเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ จึงได้ให้สวัสดิการตรวจถือเป็นค่าใช้จ่ายรัฐสวัสดิการแก่ทารก เพื่อให้มีโอกาสในการรักษาและแก้ไข
จากสถิติพบว่า เด็กผู้ชาย พูดช้ามากกว่า เด็กผู้หญิงถึง 3 เท่า ส่วนสาเหตุ เป็นไปได้หลายสาเหตุ ทั้งจากพันธุกรรม ติดเชื้อ อาการแทรกซ้อน การใช้ยา หรือเด็กปัญญาอ่อนประเภทดาวน์ซินโดรม 50% พบว่าพูดได้เพียงคำเดียว หรือเป็นเด็กประเภทออทิสติกที่มีปัญหาเรื่องของภาษาที่ไม่อาจพัฒนาได้
เด็กไทยขณะนี้พบว่า เกิดอาการพูดช้ามากถึง 5-10% และในจำนวนนี้ 5% พบเมื่อเข้าโรงเรียนแล้ว การคัดกรองด้วยการตรวจการได้ยินแต่แรกเกิด จึงเป็นทางเดียวที่จะรู้ได้อย่างถูกต้อง รวดเร็วเพื่อหาทางปรับแก้ไขพัฒนาการให้กลับมาใกล้เคียงปกติให้มากที่สุด
ทุกครั้งที่ “ฉีดวัคซีน” ต้องติดตามด้วยการปรึกษาการได้ยินทันทีตั้งแต่เดือนแรก ใช้เวลาเพียง 15 นาทีก็วินิจฉัยได้ ในการประเมินการได้ยิน การใช้ภาษาและการรับรู้ รอถึง 1 ขวบ ก็ช้าเกินไปแล้ว
ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดภาวะสูญเสียการได้ยินในทารกแรกเกิด
ในทารก 1,000 คน พบว่า มีปัญหาการได้ยินในทารกแรกเกิด 1-5 คน ซึ่งมีปัจจัยเสี่ยง ได้แก่
1.ทารกแรกเกิดที่มีน้ำหนักน้อยมากกว่า 1,500 กรัม
2.มีความผิดปกติของรูปศีรษะ ใบหน้าและหู ตั้งแต่แรกเกิด
3.มารดามีการติดเชื้อขณะตั้งครรภ์
4.มีปัญหาระหว่างการคลอด แรกคลอด จำเป็นต้องอยู่ในห้องอภิบาลผู้ป่วยแรกเกิดและใช้เครื่องช่วยหายใจ
5.มีอาการตัวเหลืองจนต้องถ่ายเลือด
6.มีบุคคลในครอบครัวมีปัญหาทางการได้ยินบกพร่องหรือหูหนวกตั้งแต่กำเนิด
7.มีลักษณะที่เข้ากับโรคทางพันธุกรรมที่มีความผิดปกติทางการได้ยิน
8.การประเมินภาวะแรกคลอดของทารก Apgar score ที่ 1 นาที = 0-4 และ 5 นาที = 0-6
พญ.สุณีย์ เชื้อสุวรรณชัย
โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น
โทร.0-2910-1600



