
นศ.สวนสุนันทาค้านม.ออกนอกระบบ
นศ.ชุมนุมประท้วงไม่เอาม.นอกระบบ หวั่นค่าเรียนแพง ด้านอธิการแจง แค่เข้าใจผิด ย้ำก่อนออกนอกระบบ ทำประชาพิจารณ์แน่นอน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 31 ส.ค.54 บริเวณหน้าอาคารสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา (มร.สส.) มีนักศึกษา ประมาณ 100 กว่าคน รวมตัวกันเพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องต่อนายกสภามหาวิทยาลัย คัดค้านการเป็น ม.นอกระบบ พร้อมทั้งเดินทางไปยื่นหนังสือต่อ นายกรัฐมนตรี ที่หน้ารัฐสภา
รศ.ดร.ช่วงโชติ พันธุเวช อธิการบดี มร.สส. กล่าวว่า ได้พูดคุยและทำความเข้าใจกับนศ.เรียบร้อยแล้ว ถึงกระบวนการดำเนินการเตรียมความพร้อมเป็น ม.นอกระบบ ที่ขณะนี้ยังไม่มีการจัดทำ พ.ร.บ. หรือทำประชาพิจารณ์แต่อย่างใด เป็นเพียงการเชิญสถาบันการศึกษาที่เป็น ม.นอกระบบ ที่มีคุณภาพ มาให้ความรู้ ทำความเข้าใจกับคณาจารย์ บุคลากรต่างๆ
รศ.ดร.ช่วงโชติ กล่าวต่อว่า ได้ทำการชี้แจงแล้วว่า การออกนอกระบบของมหาวิทยาลัยไม่ใช่เป็นการเร่งรีบ แต่เป็นการดำเนินการอย่างมีขั้นตอน ชัดเจน โปร่งใส รอบคอบ เพราะการเป็น ม.นอกระบบนั้น ไม่ใช่สามารถเป็นได้ทันที แต่ต้องมีการเตรียมพร้อมในหลายๆ ด้าน ส่วนการบอกว่ามหาวิทยาลัยเร่งรีบออกนอกระบบ เพื่อผลประโยชน์ของตนนั้น ขอยืนยันว่าไม่ใช่ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้คาดว่านศ.อาจจะได้รับข้อมูลมาผิดๆ เนื่องจากการจะออกเป็น ม.นอกระบบนั้น มีทั้งผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย กลุ่มที่ไม่เห็นด้วยอาจจะคัดค้านก็เป็นได้
อย่างไรก็ตาม การดำเนินการเป็น ม.นอกระบบของ มร.สส. ไม่ได้เป็นการปรับเพื่อผลประโยชน์ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เพื่อผลประโยชน์ของมหาวิทยาลัย ส่วนที่กล่าวว่า จะเป็นการผลักภาระขึ้นค่าเล่าเรียนนั้น ขอยืนยันว่าการขึ้นค่าเล่าเรียนหรือไม่ ไม่เกี่ยวกับการออกนอกระบบ ดังนั้น อยากฝากนศ. คณาจารย์และบุคลากรที่ไม่เห็นด้วยในการออกนอกระบบของมหาวิทยาลัยไม่ต้องกังวล เพราะหากออกนอกระบบจริงๆ มหาวิทยาลัยต้องทำประชาพิจารณ์ รับฟังความคิดเห็นจากประชาคม มร.สส.อยู่แล้ว
นายกานต์พล เรืองอร่าม นศ.ชั้นปีที่ 4 คณะวิทยาการจัดการ มร.สส.ในฐานะของประธานนักศึกษา ตัวแทนนศ. ที่เข้าไปยื่นข้อเรียกร้องคัดค้านการออกนอกระบบของ มร.สส. พร้อมทั้งกล่าวคำแถลงการณ์ว่า การที่ผู้บริหารชุดนี้ปรับเปลี่ยนให้เป็น ม.นอกระบบ เป็นการดำเนินการโดยพลการ ที่ไม่ได้เกิดจากความคิดเห็นของประชาคมในมหาวิทยาลัย และอาจจะทำให้กระทบต่อค่าเล่าเรียนในอนาคต อีกทั้งยังมีการกล่าวหานศ. มีการบิดเบือนข้อเท็จจริงต่างๆ
ดังนั้นสภานศ. มร.สส. จึงมีมติให้ดำเนินการชุมนุม โดยขอเรียกร้องว่า ด้วยกระบวนการร่างกฎหมายว่าด้วยร่าง พ.ร.บ. มร.สส. ให้เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐนั้น ไม่มีความโปร่งใส มีผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ อาทิ อธิการบดีคนปัจจุบัน ซึ่งกำลังจะเกษียณอายุราชการ และดำรงตำแหน่งครบ 2 วาระแล้ว ไม่สามารถดำรงตำแหน่งนี้ได้อีก เว้นแต่จะมีการประกาศใช้ร่าง พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าว ซึ่งจะมีผลให้สามารถดำรงตำแหน่งได้อีก 2 วาระ ทำให้เกิดการพยายามผลักดันให้ ม.นอกระบบอย่างเร่งรีบ มีลักษณะของการได้ผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างชัดเจน ขอเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวกับการเป็น ม.นอกระบบอย่างรอบด้านและโปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาล โดยเปิดโอกาสให้นศ.ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง เข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้อย่างกว้างขวาง
ส่วนนายประพจน์ ณ บางช้าง กรรมการสภาคณาจารย์และข้าราชการ มร.สส. เป็นตัวแทนของบุคลากร กล่าวแถลงการณ์ของสภาคณาจารย์และข้าราชการ มร.สส.ว่า คณะผู้บริหาร มร.สส. ได้มีนโยบายปรับเปลี่ยนสถานภาพของมหาวิทยาลัยจากระบบราชการ ไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐอย่างเร่งรีบนั้น สภาคณาจารย์และข้าราชการได้ติดตามและศึกษาถึงข้อดี ข้อเสียของนโยบายดังกล่าว รวมถึงรับฟังความคิดเห็นของประชาคมชาว มร.สส.อย่างต่อเนื่อง และเห็นว่านโยบายนี้เป็นเรื่องใหญ่และมีผลกระทบต่อชาว มร.สส. ทั้งนศ. จนท. คณาจารย์ และผู้ปกครอง
ทางสภาฯ ได้ประชุมและมีมติ คัดค้านการเปลี่ยนสถานภาพมหาวิทยาลัยจากระบบราชการไปเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐอย่างเร่งรีบภายใต้ผู้บริหารชุดปัจจุบัน ควรมีการทำประชาพิจารณ์ เพื่อปรึกษากับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้รอบคอบ และให้เวลารับฟังความเห็นจากประชาคมอย่างเพียงพอก่อน รวมถึงร่างกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ก็ต้องพิจารณาให้รอบคอบ ถี่ถ้วน และโปร่งใส สามารถตรวจสอบเจตนารมณ์ของระเบียบใหม่ได้ ไม่ควรเร่งรีบแก้ไขพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะการเร่งรีบพิจารณาผ่านกฎหมายเรื่องนี้ อาจจะนำมาซึ่งความเสียหายแก่มหาวิทยาลัยได้ในอนาคต



