
ฉาย'ความดี'ผ่านฟิล์มฝีมือเยาวชน
ฉาย 'ความดี' ผ่านฟิล์มฝีมือเยาวชน : เรื่อง พชรมน พรมลังกา
"คนดี" ไม่ว่าจะอยู่แห่งหนใดและไกลสักเพียงไหน รัศมีแห่งความดีงามย่อมส่องแสงประกายเฉิดฉายให้ผู้คนได้รับรู้และยกย่องอยู่เสมอ เฉกเช่นเดียวกับเรื่องราวของ 12 เครือข่ายคนทำดี จากวงการแพทย์และสาธารณสุขที่อุทิศตนเพื่อผู้ยากไร้ในสังคมจาก 12 พื้นที่ทั่วประเทศ ที่ได้เหล่าเยาวชนไทยจำนวน 12 ทีม ยกเอาส่วนหนึ่งในชีวิตของเครือข่ายคนทำดี
ถ่ายทอดเป็นภาพยนต์สั้นยาว 5 นาที ผ่านหนังสั้นในโครงการ "โอสถสภา ช็อต ฟิล์ม ฟอร์ ไลฟ์ เบทเทอร์" ภายใต้โครงการ 120 ปีโอสถสภา เพื่อชีวิตที่ดี...ยิ่งกว่า เพื่อสะท้อนเรื่องราวให้มวลชนได้รับรู้ ซึ่งจะนำออกฉายทางช่องต่างๆ อาทิ สื่อโทรทัศน์ทุกช่อง โรงภาพยนต์ในเครือเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ และเว็บไซต์ โครงการ Life's Better เร็วๆ นี้
"อุ้มแสง" หนึ่งในภาพยนต์สั้น 12 เรื่องจากทีม "พงษ์สุรสีห์" สะท้อนเรื่องราวเกี่ยวกับ ทีมงานสุขศึกษาและพัฒนาพฤติกรรมเคลื่อนที่ ของ รพ.อุ้มผาง จ.ตาก นำโดย นพ.วรวิทย์ ตันติวัฒนทรัพย์ ที่ได้เอาความสนุกสนานไปฝากคนบนดอย อาทิ การฉายหนังให้ดู และนำความรู้เกี่ยวกับสุขอนามัย ไปมอบให้แก่เด็กๆ และชาวบ้าน ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งท่ามกลางหุบเขาอันห่างไกลความเจริญ แม้จะต้องพบเจอกับอุปสรรคจากการเดินทางที่แสนยากลำบาก แต่ด้วยความอยากให้จากใจจริง จึงทำให้ทุกอย่างจบลงได้ดี
พุฒิพงศ์ พงศ์วนศักดิ์ ตัวแทนของทีมเล่าว่า เรื่องนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นสารคดีมากกว่าหนังสั้น ทุกอย่างเป็นของจริงทั้งหมด ทั้งคุณหมอและชาวบ้าน โดยหยิบเอาประเด็นเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่อย่าง "การฉายหนัง" มานำเสนอ ได้รับแรงบรรดาลใจจากการพบกล่องซีดีหนังและกระดาษที่ทีมงานของหมอเขียนว่าเดือนนี้จะฉายหนังอะไร วันไหนบ้าง คล้ายกับหนังขายยา เพียงแต่ครั้งนี้ไม่ได้นำของไปขายทว่าไปให้
ซึ่งคนทั้งประเทศ กดปุ่มเดียวก็ได้ดูหนังแล้ว โทรศัพท์ก็ยังสามารถดูได้ แต่ชาวเขาไม่มีอะไรเลย ไฟฟ้าก็ไม่มี ทีวีก็ไม่มี อย่างมากก็ได้ดูจากทีวีในโรงเรียน ซึ่งหัวใจของคุณหมอและทีมงานน่ากราบมาก แม้ในการทำงานจะไม่มีเงินสนับสนุนแต่ทุกคนก็ยอมทุ่มเท ด้วยคำว่า ข้าราชการ ที่ทำงานเพื่อเป็นข้าของแผ่นดินอย่างแท้จริง
และอีกหนึ่งเรื่องราวของคนสู้ชีวิตเรื่อง "จุดเปลี่ยน" ภาพยนตร์สั้นจากทีม "เงาะป่าโปรดักชั่น" แม้โครงเรื่องจะคิดขึ้นเอง แต่นิเวศ สุรพร ชายพิการในเรื่อง คือคนพิการจริงๆ ซึ่งได้รับการถ่ายทอดเรื่องราวมาจาก นพ.สิริชัย นามทรรศนีย์ รพ.สมเด็จพระยุพราชกุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นเรื่องราวของลูกสาวคุณหมอท่านหนึ่ง ที่ต้องไปส่งลุงพิการกลับบ้าน ระหว่างทางรถยางแบน ด้วยความที่ไม่มีรถคันใดผ่านมาช่วยเหลือหญิงสาวจึงอารมณ์เสีย
กระทั่งชายพิการแนะว่าให้หญิงสาวลองเปลี่ยนยางรถเอง และค่อยๆ สอนจนทำสำเร็จ จากจุดนี้ นรนิติ แก้วเรือง ตัวแทนทีมกล่าวว่า หลังเสร็จจากเปลี่ยนยางรถ ความคิดและทัศนคติของเธอก็เปลี่ยนไป โดยเฉพาะเมื่อดำเนินเรื่องไปจนถึงบ้านของชายพิการยิ่งได้ทราบว่า แม้ร่างกายของเขาจะไม่สมประกอบ แต่กลับมีอาชีพซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าและช่วยเหลือตัวเองได้อย่างยอดเยี่ยม
"ในขณะถ่ายทำ เมื่อพวกผมได้อยู่กับคุณลุง เราแทบไม่ได้ลำบากเรื่องการดูแลเลย มิหนำซ้ำลุงยังสอนพวกผมอีกด้วย มีฉากหนึ่งท่านจะต้องแอบลงมาจากรถ ซึ่งเป็นพื้นราดยางและร้อนมาก ขณะที่พวกเราคิดหนัก ท่านกลับสอนว่า ถ้าทำแล้วมันออกมาดีก็ทำเลย ถ้าคุณไม่ทำวันนี้ คุณอย่ามาเสียใจวันหลังนะ แค่นั้นแหละพวกผมร้องไห้เลย แม้ที่บ้านท่านไม่มีคนดูแลหรือเพียงดูแลห่างๆ ท่านก็หาเงินจากการซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้าขาย ซ้ำยังเอาตังค์ให้แม่ตัวเองใช้อีกด้วย" ตัวแทนกล่าวอย่างซาบซึ้งใจ
เฉกเช่นกับชีวิตคนพิการผู้เสียสละ ซึ่งนำเนื้อเรื่องมาจาก พญ.วลัยรัตน์ ไชยฟู ผอ. รพ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ที่ได้พบและคอยช่วยเหลือ สุชาติ สียะ ชายพิการที่อุทิศตัวเองทำงานเพื่อเพื่อนภายในศูนย์เลี้ยงดูและฟื้นฟูคนพิการ โดยทีมงาน "กล้าก้าว" ถ่ายทอดออกมาภายใต้ชื่อเรื่อง "อาหารกลางวัน" ด้วยการหยิบเรื่องของชายพิการขาขาดทั้งสองข้างคนหนึ่งรับหน้าที่ทำอาหารให้เด็กๆ ภายในศูนย์ฯ รับประทาน พร้อมๆ ทำหน้าที่ช่วยบำบัดฟื้นฟูทางด้านร่างกายและจิตใจ รวมถึงการทำกายภาพแก่สมาชิก ซึ่ง กรกรณัฐ วิรัชศิลป์ ยอมรับการหยิบยกเรื่องการทำอาหารมาเป็นประเด็นการนำเสนอนั้น แม้จะเป็นเรื่องง่ายของคนปกติ ทว่าก็เป็นกิจกรรมที่ท้าทายสำหรับคนพิการ
"เราต้องการจะบอกว่า ความพิการไม่ได้เป็นอุปสรรคของการให้ เราสารารถให้ได้ทุกคน ทุกเพศ ทุกสถานะ ไม่ว่าเราจะเป็นอะไรก็ตามในสังคม ขนาดที่พี่คนนี้พิการ มีปมด้อย เขายังทำได้ แล้วเราที่เป็นคนปกติ ทำไมเราจะช่วยคนอื่นไม่ได้" กรกรณัฐ ทิ้งท้าย



