ไลฟ์สไตล์

มติทวท.หั่นPAT2เป็นเคมีชีวะและฟิสิกส์

มติทวท.หั่นPAT2เป็นเคมีชีวะและฟิสิกส์

27 เม.ย. 2552

มติทวท. ขอแยกสอบ PAT2 เป็น 3 วิชา เคมี ชีววิทยา และฟิสิกส์ พร้อมระบุค่าน้ำหนักที่ต้องการวิชาละ 15% เตรียมชงทปอ.ทันที ชี้หากได้ตามนี้ต่อไปเด็กจะสนใจเรียนในห้องเพิ่มขึ้น ลดปัญหาสอบตกเลิกเรียนกลางคันเหมือนที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 27 เมษายน นางละออศรี เสนาะเมือง คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ในฐานะประธานที่ประชุมสภาคณบดีคณะวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากการประชุม ทวท.เมื่อวันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา ที่ประชุมได้มีมติให้เสนอที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.) พิจารณาแยกการทดสอบความถนัดทางวิชาชีพ/วิชาการหรือ PAT 2 ทางด้านวิทยาศาสตร์ ออกเป็น PAT 2.1 ความถนัดทางเคมี PAT 2.2 ความถนัดทางชีววิทยา และ PAT 2.3 ความถนัดทางฟิสิกส์ พร้อมกับเสนอให้ปรับแก้องค์ประกอบและค่าร้อยละในการพิจารณาคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในคณะวิทยาศาสตร์ในระบบกลางการรับนิสิตนักศึกษาหรือแอดมิสชั่น

  ดังนี้ PAT 2.1 ความถนัดทางเคมี 15% PAT 2.2 ความถนัดทางชีววิทยา 15% PAT 2.3 ความถนัดทางฟิสิกส์ 15% PAT 1 ความถนัดทางคณิตศาสตร์ 15% รวม PAT ใช้ 60% ส่วนที่เหลืออีก 40% ประกอบด้วยคะแนนทดสอบการทดสอบความถนัดทั่วไปหรือ GAT 10% คะแนนแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต 20% และคะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรม.ปลาย หรือ GPAX 10% โดยจะทำหนังสือไปยังทปอ.เร็วๆ นี้ ส่วนว่าจะได้รับการอนุมัติจากทปอ.หรือไม่ ก็แล้วแต่ทปอ. รวมถึงแล้วแต่ทปอ.ว่าจะอนุมัติให้ใช้ในปีการศึกษา 2553 นี้เลยหรือจะปรับแก้ในปีใดเพราะเข้าใจดีถึงกรอบเวลาของทปอ.ที่ต้องประกาศให้เด็กทราบล่วงหน้า 3 ปีก่อน

 “ทวท.ได้มีมติให้แยกสอบ PAT 2 ความถนัดทางวิทยาศาสตร์ ออกเป็น 3 วิชา โดยกำหนดค่าร้อยละของแต่ละวิชาให้เท่ากับ PAT 1 ความถนัดทางคณิตศาสตร์ คือวิชาละ 15% เพราะเชื่อว่าจะทำให้เด็กสนใจเรียนในห้องเรียนและจะมีความรู้พื้นฐานทางด้านวิทยาศาสตร์แน่นขึ้น สามารถไปเรียนต่อยอดได้เมื่อเข้าเรียนชั้นปี 1 ในมหาวิทยาลัย ซึ่งจะลดปัญหาการสอบตกเหมือนที่ผ่านๆ มา ทั้งนี้การแยกสอบ PAT 2 ทำให้ระบบการคัดกรอง สามารถคัดเด็กที่มีความถนัดทางวิทยาศาสตร์จริงๆ มาเรียน จากเดิมที่เด็กไม่ค่อยให้ความสำคัญเนื่องจากเห็นว่าค่าร้อยละน้อย จึงไปให้ความสำคัญและทุ่มเทให้กับวิชาภาษาไทย สังคมศึกษาและภาษาอังกฤษ เพราะมีค่าร้อยละมากกว่า ทำให้ได้เด็กที่ไม่ถนัดทางวิทยาศาสตร์แท้จริงมาเรียนในคณะวิทยาศาสตร์ ทั้งนี้หากทปอ.เห็นชอบให้ปรับปรุงตามที่ทวท.เสนอ ในอนาคตคณะในกลุ่มวิทยาศาสตร์ ก็อาจหันมาใช้ด้วย เช่น คณะวิศวกรรมศาสตร์ อาจใช้ PAT 2.1 ความถนัดทางเคมี เป็นต้น” นางละออศรี กล่าว

 ด้านผศ.ดร.สรรค์ วรอินทร์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่น สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ในฐานะประธานคณะทำงานโครงการทุนการศึกษาต่อระดับปริญญาตรีในประเทศให้แก่เยาวชนที่มีภูมิลำเนาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล และสงขลา 4 อำเภอ ได้แก่ เทพา สะบ้าย้อย นาทวี และจะนะ หรือ “ทุนอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้” ประจำปีการศึกษา 2552 เผยยอดผู้สมัครโครงการดังกล่าว ซึ่งปิดรับสมัครไปเมื่อวันที่ 22 เมษายน ที่ผ่านมาผลปรากฏว่ามีผู้สมัครทั้งสิ้นจำนวน 2,990 คน

 ขณะที่มหาวิทยาลัยต่าง ๆ มีที่นั่ง ให้จำนวน 1,136 ที่นั่ง โดยมหาวิทยาลัยที่ร่วมโครงการจะให้ที่นั่งพร้อมยกเว้นค่าเล่าเรียน ตลอดหลักสูตรปกติและการสนับสนุนด้านอื่นๆ ให้เป็นสิทธิ์ของสถาบัน ส่วน สกอ.จะให้ทุน 500 ทุน โดยยกเว้นค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายส่วนตัวและที่พักคนละ 4,000 บาท/เดือน ตลอดหลักสูตรปกติ และจากนี้สกอ.จะพิจารณาคัดเลือกผู้สมัครโดยใช้เกณฑ์คุณสมบัติ ตลอดจนเงื่อนไขต่างๆตามที่แต่ละสถาบันกำหนด และจะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์ ในวันที่ 18 พฤษภาคม 2552 ทางเว็บไซต์ www.mua.go.th และ www.entrance.psu.ac.th