ไลฟ์สไตล์

เปิดอู่บังหน้า ขโมยรถยนต์ลูกค้า

เปิดอู่บังหน้า ขโมยรถยนต์ลูกค้า

30 ส.ค. 2554

ดิฉันนำรถยี่ห้อฮอนด้า ซีวิค เข้าอู่ซ่อมรถชื่อ "อู่สุทัศน์" ย่านปทุมธานี เมื่อถึงวันนัดรับรถ ได้โทรศัพท์สอบถาม คนรับสายซึ่งเป็นลูกน้องในอู่แจ้งว่า รถไม่อยู่ เจ้าของอู่ชื่อนายเสงี่ยมเป็นคนขับรถออกไป

 ตอนนั้นดิฉันยังไม่รู้ว่า รถถูกขโมย หลังจากนั้น 3 วัน ได้ติดต่ออีก ติดต่อนายเสงี่ยมได้บ้าง ไม่ได้บ้าง นัดรับรถหลายครั้ง แต่ก็หายไปติดต่อไม่ได้
 ดิฉันแน่ใจแล้วว่า รถถูกขโมย จึงได้เข้าแจ้งความที่ สภ.ปทุมธานี แต่ผ่านมา 1 เดือนแล้ว คดีก็ยังไม่คืบหน้า ดิฉันเกรงว่า นายเสงี่ยมจะไปหลอกลวงเปิดอู่ซ่อมรถบังหน้า แล้วขโมยรถของลูกค้าอีก
 เนื่องจากร้อยเวรที่รับเรื่องดิฉันตรวจสอบประวัตินายเสงี่ยมเพื่อออกหมายเรียก พบว่า นายเสงี่ยมเคยก่อคดีเช่นนี้มาแล้วเมื่อเดือนพฤษภาคม 2554 ถูกหมายจับคดีคล้ายกันในพื้นที่อื่น ก่อนหน้านี้ดิฉันเป็นลูกค้าส่งรถซ่อมกับอู่นี้ตั้งแต่อยู่ที่ดอนเมืองประมาณ 3-4 ครั้ง
 ล่าสุด อู่นี้ได้ย้ายมาอยู่ที่ปทุมธานี ดิฉันก็ตามมาซ่อมด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจ จนกระทั่งเกิดเหตุรถหาย จึงทำให้แน่ใจว่า นายเสงี่ยมเป็นมิจฉาชีพ เปิดอู่บังหน้าเพื่อขโมยรถลูกค้า
 ทุกวันนี้ดิฉันทุกข์ใจมาก กินไม่ได้นอนไม่หลับ แจ้งข้อมูลไปหลายหน่วยงานแล้ว รวมทั้งสายด่วนรถหายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่เรื่องก็เงียบ
รักษา/ปทุมธานี
ตอบ
 พ.ต.ท.บัญชา มีเลิศ พนักงานสอบสวน (สบ 3 ) สภ.เมืองปทุมธานี ชี้แจงว่า อู่นี้เป็นอู่โจร รับซ่อมรถ แต่ไม่มีหลักฐานในการรับรถ อยู่ในที่ค่อนข้างเปลี่ยว ย่านเคหะชุมชนวัดไพร่ฟ้า แต่อาจจะด้วยความไว้ใจเพราะเคยใช้บริการมาก่อน ลูกค้าจึงทิ้งรถไว้ให้ซ่อม ผู้เสียหายรายนี้พยายามติดต่อนายเสงี่ยมทางมือถือ ซึ่งติดต่อได้ตลอด แต่อ้างว่าอยู่ต่างจังหวัด และนัดจะนำรถไปคืน แต่บ่ายเบี่ยงตลอด
 ผู้เสียหายจึงนำเรื่องเข้าแจ้งความ ตำรวจออกหมายเรียกไปแล้ว แต่ไม่มาเจรจา จนกระทั่งมีการตรวจสอบภาพใบหน้าของนายเสงี่ยม ชื่อ-นามสกุล จากระบบทะเบียนราษฎร ทำให้ทราบว่า นายเสงี่ยมถูกหมายจับในพื้นที่ สภ.คลองหลวง เมื่อเดือนพฤษภาคม 2554 ก่อเหตุคล้ายๆ กัน คือ เช่ารถตู้และเชิดรถหนี 
 ตำรวจไปตรวจสอบที่อู่เมื่อต้นเดือนสิงหาคม ไม่พบตัวนายเสงี่ยม พบแต่คนเฝ้าอู่ และรถมอเตอร์ไซค์ที่ได้รับแจ้งว่า ถูกขโมยมาจากพื้นที่อื่น จึงได้ส่งของกลางคืนท้องที่ และจับกุมคนที่ดูแลอู่
 สารวัตรบัญชา บอกว่า จะนัดสอบปากคำผู้เสียหาย เพื่อออกหมายจับอีกครั้ง
 สอบถามศูนย์ปราบปรามการโจรกรรม รถยนต์และรถจักรยานยนต์ (สายด่วน 1599) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงว่า "เรื่องเงียบ" ถ้าหมายถึงไม่ได้รับการติดต่อจากตำรวจ ก็แสดงว่า ยังไม่พบรถต้องสงสัย
 สายด่วน 1599 รับแจ้งข้อมูลรถหายตามรายละเอียดที่ผู้เสียหายแจ้งไว้ โดยมีชื่อ-นามสกุลผู้แจ้ง รายละเอียดเกี่ยวกับรถ พื้นที่ที่เกิดเหตุ เบอร์ติดต่อร้อยเวรเจ้าของคดี
 จากนั้นจะส่งข้อความทางเอสเอ็มเอสไปยังจุดตรวจต่างๆ ทั่วประเทศ จำนวน 49 จุด แจ้งให้สกัดจับรถทะเบียนที่แจ้งหาย หรือถูกโจรกรรม หากท้องที่ใดพบรถที่แจ้งไว้ จะประสานกลับไปยังตำรวจท้องที่ หรือแจ้งกลับมาที่สายด่วน 1599 เพื่อประสานไปยังร้อยเวรเจ้าของคดี ตามที่ผู้เสียหายให้ข้อมูลไว้
ลุงแจ่ม