
แนะไทยเข้าสู่อาเซียนทำรูปแบบเชิงธุรกิจ
"กนก" แนะมหาวิทยาลัยไทยเตรียมพร้อมเชิงธุรกิจ ชี้ต้องมีข้อมูลรอบด้าน ทั้งการตลาด กลุ่มเป้าหมาย และรู้ทันคู่แข่งขัน พร้อมรับมือประชาคมอาเซียน ขณะนี้ฝาก รัฐบาลทำสติวเดนท์วีซ่า-เวิร์คเพอมิท เสร็จก่อนปี 2015 รับประชาคมอาเซียน มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย สพฐ.และ
29สิงหาคม2554 จากงานเสวนา "ก้าวต่อไปของสถาบันอุดมศึกษาไทยในตลาดอาเซียน" จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เมื่อเร็วๆ นี้ ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรองปลัดทบวงมหาวิทยาลัย กล่าวว่าตนได้เสนอแนวคิดการปรับตัวของมหาวิทยาลัยประเทศไทยเพื่อรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2015 โดยในเรื่องของการการแข่งขันทางการศึกษาซึ่งไม่แตกต่างจากการแข่งขันเชิงธุรกิจ ดังนั้นมหาวิทยาลัยของไทยต้องมีข้อมูลรอบด้าน เช่น การรู้จักตลาด รู้จักกลุ่มเป้าหมาย และรู้ทันคู่แข่งขัน ส่วนสินค้าหรือบริการการศึกษาก็จะต้องตอบโจทย์เรื่องคุณภาพ ราคา และความต้องการของตลาดให้ได้ว่า เหตุใดเขาจึงต้องมาซื้อหรือเลือกใช้บริการของเรา เป็นต้น
ทั้งนี้ ยังต้องมีการเตรียมความพร้อมเรื่องสำคัญๆ ใน 3 ระดับ คือ 1.ระดับมหาวิทยาลัยต้องเตรียมการบริหารจัดการ สภาพแวดล้อมต่างๆ ให้มีความเป็นสากล เช่น การปรับปรุงป้ายบอกทางในมหาวิทยาลัยให้มีภาษาอังกฤษกำกับอยู่ และการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการดูรายละเอียดเพื่อสมัครเข้าศึกษาต่อสำหรับนักศึกษาต่างชาติ โดยเฉพาะทางหน้าเว็บไซต์มหาวิทยาลัย 2.ระดับประเทศ เสนอให้มีการจัดทำสติวเดนท์วีซ่า (Student Visa) สำหรับนักเรียนต่างชาติที่มาเรียนในเมืองไทย และจัดให้มีใบอนุญาตการทำงานสำหรับบุคลากรทางการศึกษา หรือ เวิร์คเพอมิท (work permit) ซึ่งรัฐบาลควรเร่งทำให้แล้วเสร็จก่อนมีประชาคมอาเซียน และ 3.ระดับระหว่างประเทศ ควรมีการศึกษาเปรียบเทียบว่าการเดินทางของนักศึกษาและครู อาจารย์ไทย ไปต่างประเทศจะต้องทำอย่างไร และนำมาปรับใช้กับการเข้ามาของบุคลกรด้านการศึกษาในเมืองไทย รวมถึงต้องสอนให้สถาบันอุดมศึกษาในเมืองไทยรู้จักและสามารถปฏิบัติขั้นตอนที่เป็นสากลต่างๆ ได้ เช่น กรณีการเสียภาษีของครูอาจารย์ต่างชาติในมหาวิทยาลัย เป็นต้น
มหาจุฬาฯพัฒนาศักยภาพด้านภาษาสู่ประชาคมอาเซียน
ขณะเดียวกันเมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2554ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) โดย พระศรีคัมภีรญาณ รศ.ดร.รองอธิการบดี ฝ่ายวิชาการภาษา ประธานคณะกรรมการบริหารสถาบันภาษา นางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และนายอารักษ์ พัฒนถาวร ผู้แทนผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขต 1 ร่วมกันลงนามความร่วมมือ MOU เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านภาษาแก่ครู นักเรียน นิสิต และนักศึกษาระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนกว่า 40 แห่ง ที่มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ต.ลำไทร อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา
พระศรีคัมภีรญาณ กล่าวว่า สถาบันภาษามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในฐานะส่วนงานที่มีหน้าที่ในด้านให้การศึกษาด้านภาษาแก่คณาจารย์เพื่อใช้ใน การสื่อสาร และการศึกษาค้นคว้าองค์ความรู้จากหนังสือ/ตำราภาษาต่างประเทศ หรือจากข้อมูลอินเทอร์เน็ตที่มีอยู่อย่างหลากหลาย สำหรับบุคลากรสายปฏิบัติงานวิชาชีพและการบริหารงานทั่วไปนั้น ก็จำเป็นมีความรู้เรื่องภาษาต่างประเทศโดยเฉพาะภาษาอังกฤษ เพราะปัจจุบันมีนิสิตชาวต่างประเทศ ตั้งแต่ระดับปริญญาตรีถึงปริญญาเอกประมาณ 1,500 รูป/คน ที่ศึกษาอยู่ใน มจร
ด้วยเหตุผลนี้ทางมหาวิทยาลัยได้อนุมัติงบประมาณโครงการพัฒนาบุคลากร ตามแผนงานจัดการศึกษา เพื่อให้สถาบันภาษาดำเนินงานภายใต้โครงการพัฒนาทักษะด้านภาษาแก่นิสิตชาว ต่างประเทศ ทั้งการจัดการเรียนการสอน การจัดทำคู่มือประกอบการเรียนการสอน ตลอดจนวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ที่จำเป็น นอกจากนี้ กิจกรรมที่สำคัญอย่างหนึ่งที่ทางสถาบันภาษา เห็นว่า มีความสำคัญ ก็คือ การกระตุ้นและส่งเสริมการเรียนรู้ เพื่อให้นิสิตเห็นความสำคัญของภาษาทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ตลอดจนภาษาอื่นๆ สถาบัน ภาษาจึงได้ดำเนินการจัดทำโครงการส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาสมมรรถนะหลัก ด้านภาษาขึ้น และที่สำคัญเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อการก้าวสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558



