
ปัดฝุ่น"โครงการเขื่อนแก่งเสือเต้น"วัดใจจะเลือกชีวิตคนหรือต้นไม้?
ปัดฝุ่น"โครงการเขื่อนแก่งเสือเต้น"วัดใจจะเลือกชีวิตคนหรือต้นไม้? : ดลมนัส กาเจ รายงาน
พลันที่รัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำโดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร์ นายกรัฐมนตรีขึ้นมาบริหารประเทศ เรื่องเก่า ประเด็นร้อน ว่าด้วย "โครงการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น" ถูกหยิบยกขึ้นมาปัดฝุ่นอีกครั้ง หลังจากที่ นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ตอบข้อซักถามของผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา กรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ลงพื้นที่แก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่ จ.พิษณุโลก ที่ว่าควรสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นมีความจำเป็นหรือไม่
"อยากจะพูดแต่กลัวถูกเล่นงานว่า ความจริงแม่น้ำปิง วัง น่าน มีเขื่อนไว้รองรับน้ำหมดแล้ว เหลือแต่แม่น้ำยมยังไม่มีเขื่อนไว้รองรับ เพราะฉะนั้นก็ทำให้น้ำท่วมซ้ำซาก เพราะแม่น้ำยมมีระยะทางกว่า 700 กม.ร หากมีเขื่อนแก่งเสือเต้นก็จะสามารถเก็บกักน้ำได้ 1,200 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยใช้งบประมาณไม่เกิน 1 หมื่นล้านบาท และหากสร้างได้ก็จะไม่ทำให้น้ำไหลบ่าเข้าท่วมในหลายจังหวัด" นี่เป็นคำตอบของนายบรรหาร ที่กลายเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันเกี่ยวโครงการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นระลอกใหม่
ดูเหมือนว่าจะสอดรับเป็นอย่างดีจากชาว อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ที่กำลังประสบปัญหาน้ำท่วม ไปรวมตัวกันกว่า 200 คน ที่บ้านหนองพะยอม ต.ชุมแสงสงคราม อ.บางระกำ นำโดยนายมนัส ทับแผลง กำนันตำบลชุมแสงสงคราม เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ถัดมาเพียง 1 วัน เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลของอนุมัติการก่อสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นเร็วๆ เพื่อแก้ปัญหานน้ำไหลท่วมบ้านเรือนซ้ำซากและขาดน้ำเพื่อการเกษตรในหน้าแล้ง แต่มีผู้คัดค้านออกมาอีก ทำให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระดมความคิดเห็นจากหลายส่วนที่เกี่ยวข้องมาถกบนเวทีเสวนาว่าด้วย "เขื่อนแก่งเสือเต้น...แก้วิกฤติปัญหาน้ำท่วมได้จริงหรือ” เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
นายมานิตย์ ตุ้มบุตร ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย เปิดประเด็นว่า ได้ต่อสู้เพื่อเรียกร้องให้มีการสร้างแก่งเสือเต้นมาตลอดเวลากว่า 20 ปีแล้ว เนื่องจากเห็นว่าในแต่ละปีน้ำต้นทุนกว่า 3,000-5,000 ลูกบาศก์เมตร ที่ไหลมาจากลำน้ำยม ไหลบ่าเข้าสู้พื้นที่ จ.สุโขทัย ทำให้พื้นที่ทั้ง 9 อำเภอเกิดน้ำท่วมหมด มีคนตายจากน้ำท่วมมาแล้วกว่า 100 ศพ ล่าสุดปีนี้ก็ตายเพิ่มอีก 5-6 ศพ แต่สู้แล้วจนรู้สึกว่าเหน็ดเหนื่อยและยอมแพ้กับการต่อต้านของชาวสะเอียบที่ทำให้โครงการนี้ล้มลง
อย่างไรก็ตาม หวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลควรจะมีแนวทางในการจัดสรรน้ำเพื่อบรรเทาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง และให้มีน้ำเพื่ออุปโภค-บริโภค ด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่งในฤดูแล้งอย่างเพียงพอ เพราะที่ผ่านมาน้ำต้นทุนกว่า 3,000 ล้านลูกบาศก์เมตรที่ผ่านแม่น้ำยมท่วมพื้นที่ชาวบ้าน การเกษตร ปีแล้วปีเล่าเพียงพริบตาเดียว พอหลังจากนั้นมา 2-3 เดือน คือเดือนมีนาคม น้ำในแม่น้ำยมแห้งขอด ไม่มีจะอุปโภค-บริโภค รวมถึงทำการเกษตรด้วย
ขณะที่ นายเส็ง ขวัญยืน กำนันตำบลสะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ กล่าวว่า ชาว ต.สะเอียบ มีการต่อสู้และปกป้องผืนป่าสักผืนสุดท้ายกว่า 4 หมื่นไร่ และวิถีชีวิตของชาวบ้านที่อาจจะได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นมา 22 ปีแล้ว เพราะมองว่าหากสร้างแก่งเสือเต้นขึ้นมาไม่เพียงแต่จะทำลายวิถีชีวิตของชาวบ้านในชนบทแล้วยังกระทบต่อระบบนิเวศอย่างใหญ่หลวง ทั้งพื้นที่ป่า สัตว์ป่า ที่สำคัญตลอดเวลา 22 ปี ที่คัดค้านแก่งเสือเต้นไม่เคยได้รับคำตอบจากกรมชลประทานว่าจะดูแลป่า และผู้ได้รับผลกระทบอย่างไร ตอบแทนชาวบ้านอย่างไร เพราะที่ผ่านมาหลายพื้นที่มีปัญหา เช่น กรณีการสร้างเขื่อนสิรินธร ชาวบ้านเพิ่งจะได้รับการชดเชยครบมาเมื่อไม่นานมานี้เอง
ด้าน นายชัยยุทธ คุณชมพู นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช อธิบายว่าในพื้นที่จะสร้างแก่งเสือเต้นนั้นอยู่ในพื้นที่อนุรักษ์สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ซึ่งมีเนื้อที่ทั้งหมด 454.75 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 284,218.75 ไร่ เป็นพื้นที่ป่าสักทองใหญ่ที่สุดที่เหลืออยู่ ซึ่งเป็นต้นสักทอง 2.1 หมื่นไร่ ป่าเต็งรัง 7 พันไร่ และที่เหลือเป็นไม้อื่นๆ หากสร้างแก่งเสือเต้นขึ้นมาก็จะได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.แพร่ จะท่วมทุกจุด
ก็เป็นการวัดใจรัฐบาลว่าเมื่อสถานการณ์ปรากฏเห็นชัด หน้าฝนเกิดน้ำท่วมสร้างความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน พื้นที่ทำกินปีละนับล้านๆ ไร่ เสียหายอย่างมหาศาล พอหน้าแล้งขาดน้ำเพื่ออุปโภค-บริโภค รัฐบาลต้องตัดสินใจว่าระหว่างชีวิตคนกับต้นไม้จะเลือกใคร
กรมชลฯ วางกรอบ2แนวทางเลือก
โครงการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น เป็นมติ ครม.เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2523 ที่มอบหมายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ดำเนินการศึกษาความเหมาะสม โครงการผันน้ำปิง-ยม-น่าน เพื่อพัฒนาแหล่งเพื่อการเกษตรและอุปโภค-บริโภค แต่ถูกคัดค้านจากองค์กรเอกชน (เอ็นจีโอ) มาตลอด และก่อนหน้านี้สมัยที่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศบนเวทีวันสิ่งแวดล้อมโลกเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2551 ว่าสมควรสร้างเขื่อนในลุ่มน้ำยมขึ้นได้แล้วจึงมีการทบทวนอีกครั้ง
ผศ.ดร.ภัทราภรณ์ เมฆพฤกษวงศ์ หัวหน้ากลุ่มงานวางแผนโครงการ 1 สำนักงานบริหารโครงการกรมชลประทาน กล่าวว่า มติครม.ปี 2551 ให้มีการวางกรอบเพื่อสอบถามประชาชนในพื้นที่กรณีที่จะสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น ซึ่งจากการศึกษามีความเป็นไปได้อยู่ 2 โครงการด้วยกัน คือโครงการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น ซึ่งจะต้องใช้งบลงทุนทั้งสิ้น 12,900 ล้านบาท ซึ่งโครงการดังกล่าว หากสร้างแล้วจะมีพื้นที่น้ำท่วมซึ่งเป็นผืนป่าป่าจำนวน 4.1 หมื่นไร่ ชาวบ้านจะได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมประมาณ 800 หลังคาเรือน แต่สิ่งที่จะได้มาก็คือพื้นที่การเกษตรในช่วงฤดูฝนจำนวนกว่า 7.7 แสนไร่ และในฤดูแล้งกว่า 3.7 แสนไร่ และจะลดพื้นที่อุทกภัยซ้ำซากในพื้นที่ตอนล่าง โดยเฉพาะตั้งแต่ จ. สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร และนครสวรรค์ ได้ 445,452 แสนไร่ จากปัจจุบันที่มีน้ำท่วมกว่า 2 ล้านไร่
ส่วนอีกโครงการหนึ่งเป็นการจัดโครงการพัฒนาลุ่มน้ำยมตอนบนและตอนล่าง ใช้งบประมาณกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท ทำให้พื้นที่ป่าเกิดน้ำท่วมขึ้นมา 3.1 หมื่นไร่ บ้านเรือนราษฎรไม่มีน้ำท่วม และจะได้พื้นที่การเกษตรในฤดูฝน 6.7 แสนไร่ และฤดูแล้ง 3.3 แสนไร่



