ไลฟ์สไตล์

รื่นรมย์สองเสน่ห์น้ำตกคลองวังเจ้า

รื่นรมย์สองเสน่ห์น้ำตกคลองวังเจ้า

28 ส.ค. 2554

สองเสน่ห์คลองวังเจ้า สัมผัสธรรมชาติ การเดินทางที่แสนจะรื่นรมย์ เรื่อง โดย นพพร วิจิตร์วงษ์ ภาพ โดย ภาคภูมิ จิตตวิสุทธิวงศ์

        หิ่งห้อย ... สายน้ำ ... ลิ้นมังกร ในฤดูฝน แค่นี้ก็ชวนให้ฉันสนใจ จะร่วมทริปไปกับเพื่อนๆ ในทันที ยิ่งเมื่อรู้ว่า ที่นี่ เดินไม่มากนักยิ่งถูกใจ  เป็นอันว่า เดือนสิงหาคมนี่แหละกำลังเหมาะ น้ำไม่มากเกินไป และไม่น้อยเกินไป น้ำตกคลองโป่ง-น้ำตกเต่าดำ สองอัญมณีเม็ดงาม แห่ง อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า จ.กำแพงเพชร จึงเป็นทริปเป้าหมาย 3 วัน 2 คืน

        พลพรรค 10 คน เดินทางโดยรถตู้จาก กทม.ค่อนดึก กะว่าไปถึงตลาดแถววังเจ้า เพื่อซื้อเสบียงก็เช้ามืดพอดี แวะช็อปที่ตลาดเช้า ก่อนแยกซ้ายไปบ้านโละโคะ ซึ่งอยู่ก่อนถึงสี่แยกวังเจ้าราว 500 เมตร กว่าที่เราจะรู้ก็นั่งรถเลยไปแล้ว ต้องยูเทิร์นกลับมา ตลาดเช้าที่นี่ใหญ่หน่อย ซื้อข้าวของ กินข้าวเช้า มุ่งหน้าไปต่อ เลี้ยวซ้ายไปทางบ้านโละโคะ อีกราว 21 กิโลเมตร อาศัยป้าย อช.คลองวังเจ้าต่อไปเรื่อยๆ

        ถึงที่ทำการ อช.คลองวังเจ้า ติดต่อเจ้าหน้าที่ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว แบ่งเสบียงให้ลูกหาบ ทริปเรามี "ติกิ" เจ้าหน้าที่หนุ่มใหญ่ปกาเกอญอ เป็นคนนำทาง ซึ่งทราบมาว่า เป็นมือหนึ่ง เดินเก่ง คุ้นเคยกับป่าที่นี่ดีทีเดียว เราจัดแจงแปลงกายเตรียมพร้อมเดินป่ากันตั้งแต่ที่ทำการ เพราะไปถึงจุดขึ้นเป้กลางทางจะได้เดินกันไปเลย

        รถ 4WD พาเราลัดเลาะไปตามเส้นทางคดเคียว ชันบ้าง ข้ามสะพานไม้ซุง นานเอาการ แต่ก็ดีกว่าที่จะต้องเดินเท้าจากที่ทำการไปถึงน้ำตก ในระยะทางร่วม 20 กม. จริงๆ ถ้าไปแค่น้ำตกคลองโป่ง ทางไม่เละมาก ฝนน้อย รถกระบะแรงดีๆ ก็ไปได้สบาย แต่จากจุดที่เลยไปน้ำตกเต่าดำต่างหาก ที่ต้องอาศัย 4 WD ยิ่งฝนมาแบบนี้ อาจต้องถึงขั้นพันโซ่กันทีเดียว

        รถไปส่งเราสุดชายไร่ข้าวโพด ผ่านไร่มะเขือเทศด้วย จากนี้ไปเราต้องขึ้นเป้ เดินเท้ากันต่อ เลาะเข้าแนวป่า ไม่รกนัก แต่ไม่ทันไรก็ต้องลงน้ำกันซะแล้ว เพื่อข้ามไปอีกฝั่ง จากนั้นก็เหลือแต่เดินข้ามน้ำไป ข้ามน้ำมา สลับเดินป่าไผ่ กับขึ้นเนินไม่ชันนัก

        เดินไป พักไป ตามริมน้ำ ก่อนจะไปพักนานหน่อย ตอนกินข้าวเที่ยงริมธารน้ำ ใกล้ๆ กับโป่งแก๊ส แอ่งน้ำกำมะถันอุ่นๆ ที่เชื่อมต่อมายังลำห้วยคลองโป่ง ซึ่งตรงโป่งแก๊ส จะเห็นน้ำเป็นสีเขียว ไม่น่าพิศมัยที่จะลงไปแช่เท่าไหร่ แต่ถ่ายรูปกันได้ไม่อั้น ภาพที่ได้ออกจะแปลกตาทีเดียว ไม่ใช่แก๊สเดือดปุดๆ 

        เราพักตรงนี้กันนานพอควร  เพราะจากจุดนี้เดินผ่านดงกระเจียว ไต่ขึ้นทางชัน ชนิดชันดิก ต้องเดินไป พักไป หอบไป ตามความฟิตของร่างกายแต่ละคน พ้นทางชัน ขึ้นสันเขาไม่นาน ก็ตัดลงหุบอีกหน่อย ไปขึ้นเขาอีกลูก สภาพป่าเปลี่ยนไป จะเห็นดงเฟิร์นต้น(ปัจจุบันเหลือน้อยลงไปมาก) กับป่าข้างทาง ที่เป็นต้นไม้ใหญ่ จำพวกเต่าร้าง และต้นชิด ที่มีขนาดใหญ่ ทำให้มองไปบางมุมก็เหมือนหลงยุคชอบกล  

        ทะลุป่าช่วงนี้ไป ก็ถึงเป้าหมาย น้ำตกคลองโป่ง น้ำตกหินชนวน มี 4 ชั้น สายน้ำขาวใสสะอาด ทิ้งตัวลงมาตามลาดผาชันสีดำสนิท กอมอสและต้นไม้เขียวๆ อยู่ข้างๆ แม้น้ำตกไม่ใหญ่โต เป็นแผ่นน้ำกว้าง แต่ให้ความรู้สึกชุ่มเย็น และสวยงามจนหายเหนื่อย ซึ่งที่นี่หละ คือที่พักของเราคืนนี้

        เราไปถึงไม่เร็วนัก กลุ่มที่ไปก่อนจับจองที่พักไปพอควร ฉันเองหมุนไปหมุนมา ก็จะเอ๋กับคู่ต้นไม้ใหญ่ รอยต่อริมน้ำตกระหว่างชั้นบนกับชั้นล่าง ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าชั้นที่เท่าไหร่ แต่ดูแล้วน่าจะเป็นระหว่างชั้น 2 กับ 3 ที่อยู่ด้านล่างลงไป ฉวยเป้กับเปล เดินไปจับจองทันที น้องอีกคนกำลังลังเลอยู่ เลยมาร่วมสร้างบ้าน ลงท้ายเป็นคอนโด 3 ชั้นอยู่ตรงนั้นเอง 

        หลังทำที่พักเรียบร้อย ฉันกับเพื่อนขอลงไปเล่นน้ำให้ชื่นใจก่อน ชั้นบนที่เราผูกเปลอยู่ น้ำไม่เยอะนัก เราเลยปีนลงไปชั้นล่างที่น้ำตกทิ้งตัวสูง และน้ำเยอะหน่อย เลยได้เก็บภาพสวยๆ แปลกตา กับกอลิ้นมังกร กอมอสเขียวๆ ที่อยู่หน้าน้ำตก 

        เล่นน้ำกันหอมปากหอมคอ แต่ก็นานทีเดียว จึงขึ้นมาช่วยกันเตรียมมื้อเย็น ก็เจอกับเพื่อนที่นั่งทำกับข้าวอยู่ บ่นเล็กๆ ที่อยากไปเล่นน้ำตกด้วยแต่ก็ไปไม่ได้ เพราะต้องทำกับข้าวเผื่อลูกหาบก่อน เพราะมาถึงเย็น หิวพอดี

        ค่ำคืนนี้ เหนื่อยหรือไม่เหนื่อย ก็ต้องตื่นเต้นกับ หิ่งห้อย ที่ส่งแสงวิบวับตามต้นไม้ข้างน้ำตกตรงหน้า ชมแสงหิ่งห้อยที่ระยิบระยับริมน้ำตก พวกที่บินตามต้นไม้ข้างน้ำตกก็ตัวใหญ่กว่าที่เคยเห็นตามบ้าน แล้วยังมีพวก หนอนเรืองแสงที่แปลงประกายรับกันตามราวน้ำตก ดูสวยงาม ธรรมชาติสร้างสรรค์จริงๆ  และคืนนี้ฉันฝันดีอยู่บนเปลที่นอนหน้าน้ำตกนั้นเอง 

        เช้ามา ยังได้ดื่มด่ำบรรยากาศหน้าน้ำตกกันอีกพัก ก่อนทำกับข้าวกินกัน คราวนี้ลูกหาบรอไม่ไหวจัดการ ทำกินกันก่อนแล้ว คงรู้แกวว่าขืนรอก็หิวตาย 555 วิถีคนเมืองที่เวลามื้อเช้าไม่แน่นอน ช่างแตกต่างจากพวกเขาที่ค่อนข้างตรงเวลาเป็นไหนๆ 

        หลังจัดการมื้อเช้า เก็บแคมป์เสร็จ เราก็ออกเดินทางกลับตามเส้นทางเดิม แวะกินข้าวเที่ยงตรงโป่งแก๊สอีกเหมือนเคย ก่อนจะเดินออกทะลุชายป่า เจอรถ 4WD ที่มารออยู่แล้ว คราวนี้เราจะเดินทางต่อไปทางบ้านโละโคะ แวะจอดรถที่หน่วย วจ.5 บ้านโละโคะกันนานหน่อย เนื่องจากมีชาวบ้านพาลูกที่ป่วยมาให้ ติกิ ช่วยรักษา ถึงได้รู้ว่า ที่แท้ติกิก็เป็นหมอชาวบ้าน ที่รักษากันตามความเชื่อและวิธีการของกะเหรี่ยง เราเลยโอ้เอ้ถ่ายรูปเล่นกัน

        เส้นทางเข้าน้ำตกเต่าดำค่อนข้างลำบาก วันที่ไปยังเจอรถชาวบ้านโซ่ขาดไต่ขึ้นทางชันไม่ไหว รถเราสวนไปก็ไม่ได้เพราะทางแคบ ต้องลงไปช่วยกันซ่อมหลังพ้นช่วงทางชันมาได้ ก็ผ่านไร่ข้าวโพดของชาวบ้านกว้างไกล วิถีอาชีพของกะเหรี่ยงแถบนี้ มีฉากเขาสูงอยู่เบื้องหลัง ซึ่งติกิและเจ้าหน้าที่บอกว่าชื่อ เขาเย็น มีน้ำตกสูงใหญ่ ชื่อ คลองน้ำแดง แถมยังชักชวนด้วยว่า ถ้ามีโอกาสเราไปกัน
 ผ่านหมู่บ้านป่าคา ซึ่งเป็นหมู่บ้านกะเหรี่ยงแห่งสุดท้าย แวะซื้อเสบียงเพิ่มนิดหน่อย ก็ไปจนถึงทางที่รถจะเข้าไปส่งได้ จากนั้นก็พึ่ง 4WD ส่วนตัวของใครของมัน ไต่ลงทางข้างเขาชันๆ จนนึกไปว่า ขาขึ้นคงหนักเอาการ เพราะลงชันเท่าไหร่ ขึ้นก็ชันเท่านั้น

        ระยะเดินเท้าไม่เกินครึ่งชั่วโมง ก็ลงมาถึงป่าไผ่ข้างล่าง ริมน้ำตก ที่ดูอลังการงานสร้าง ด้วยรูปทรง ลักษณะจนไม่แปลกใจว่าทำไมที่นี่ถึงมีน้ำตลอดทั้งปี น้ำตกเต่าดำ น้ำตกขนาดใหญ่ 3 ชั้น แต่ละชั้นมีความสูงมากกว่า 200 เมตร โดยเฉพาะชั้นที่ 3 มีความสูงประมาณ 270 เมตร หลังผูกเปล ตั้งแคมป์เสร็จก็ลงเล่นน้ำกันจนค่ำ ก่อนจะมาช่วยกันทำกับข้าว แล้วก็ล้อมวงสนทนากันอยู่ตรงนั้นเอง กับเรื่องราวในอดีตที่นำมาเล่าสู่กันฟัง เฮอาตามประสาคนเดินทาง

        เช้านี้ เราไม่รีบเร่ง มีเวลาซึมซับความสวยงามของน้ำตกเต็มที่ ใครชอบมุมไหนก็ไต่ ก็ปีนกันไป จากฝั่งซ้าย ไปฝั่งขวา แต่ก็ยังไม่ได้ไต่ขึ้นไปชั้นบนกัน แล้วยังมีเวลาอ้อยอิ่งเขียนโปสการ์ดถึงเพื่อนๆ ด้วย ต่อด้วยเล่นน้ำอีกสักรอบ ก่อนเดินทางัน ขากลับก็ไต่ระห่ำขึ้นไป จนเราแซวกันว่า ที่ชื่อเต่าดำ คงเพราะไต่กันจนเต่า(รักแร้)ดำแหงๆ แต่มีเรื่องเล่ากันว่า ถ้าขึ้นฮ.ดูจากมุมสูงจะเห็นเป็นรูปเต่า

        อำลาน้ำตกเต่าดำ ผ่านหมู่บ้านกะเหรี่ยงกลับเส้นทางเก่า คราวนี้รถเราเกือบไม่รอด ลุ้นจนเหนื่อยกว่ารถจะขึ้นทางชันมาได้ ถึงที่ทำการฯ ก็เกือบเย็น ท่ามกลางสายฝนปรอยๆ อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แวะเที่ยวจังหวัดตากอีกหน่อย ซึ่งก็ไม่ยากอะไร แค่เดินข้ามสะพานไม้ของที่ทำการ จากกำแพงเพชรก็ผ่านเข้าจังหวัดตาก ที่กลางสะพานนั่นแล้ว เลยหมายมาดในใจ คราวหน้า เราแค่มากางเต็นท์ข้ามจังหวัดกันดูมั่ง น่าจะดี 

        หากใครอยากแวะเวียน : อช.คลองวังเจ้า มีร้านอาหารบริการ ลานกางเต็นท์ แถมด้วยบ้านพักไว้บริการ ใครจะไปนอนเล่นแค่ที่ทำการก็สะดวกเช่นกัน  ติดต่อได้ที่ ตู้ ปณ. 69 อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร 62000 โทร. 0-5571-9318-9