
'ไอทีพาสปอร์ต' ใบเบิกทางคนไอที
ไม่ใช่เฉพาะคนในแวดวง แพทย์ พยาบาล ทนายความ วิศวกร ที่จะต้องมีใบประกอบวิชาชีพ 'บุคลากรด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์' ก็ต้องมีใบรับรองวิชาชีพไอที หรือเรียกว่าไอทีพาสปอร์ตด้วยเช่นกัน
โดยเฉพาะอีก 4 ปีข้างหน้าหรือปี 2558 เมื่อประเทศไทยก้าวสู่การเป็นประชาคมอาเซียน ผลที่ตามมาคือ การทะลักเข้ามาของคลื่นแรงงาน ซึ่งรวมถึงแรงงานด้านไอทีด้วย ฉะนั้น ใบรับรองวิชาชีพไอที จึงเป็นสิ่งเดียวที่จะรับประกันความรู้ความสามารถของบุคคล
ยืนยันได้ด้วยคำประกาศจาก "ทรู" ที่ว่า ในอนาคตใครที่ต้องการทำงานกับทรู จะต้องมีใบรับรองวิชาชีพไอทีพ่วงมาด้วย เช่นเดียวกับหน่วยงานแถวหน้าอย่าง ปตท. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กรุงเทพมหานคร และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่ให้ความสำคัญกับใบรับรองวิชาชีพไอทีเช่นกัน
เนื่องจากบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ ถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรในการพัฒนาสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ ใบรับรองวิชาชีพไอทียังเปรียบเสมือน "ใบเบิกทาง" สำหรับผู้ที่ต้องการรับจ้างผลิตชิ้นงานต่อจากเอกชนญี่ปุ่น รวมถึงการเสนอขอใบอนุญาตทำงานในญี่ปุ่น ยังไม่นับรวมสิทธิพิเศษในการพิจารณาคัดเลือกเข้ารับทุนการศึกษาด้านไอทีจากประเทศเครือข่ายมาตรฐานวิชาชีพไอที
ทั้งนี้ ใบมาตรฐานวิชาชีพไอที (ITPE) เกิดจากแนวคิดของ สวทช. ที่ต้องการกระตุ้นความตื่นตัวของคนไทย ในการพัฒนาความรู้ด้านไอทีอย่างต่อเนื่องและมีมาตรฐานอยู่ในระดับสากล จึงสนับสนุนให้ประเทศไทยร่วมเป็นสมาชิกประเทศเครือข่ายมาตรฐานวิชาชีพไอที ภายใต้การดูแลของกระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรมของประเทศญี่ปุ่น มุ่งผลักดันให้มีการสอบมาตรฐานวิชาชีพด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่ไม่อิงผลิตภัณฑ์ในประเทศขึ้น
แน่นอนยิ่งกว่าแช่แป้งว่า ในอนาคตวิศวกรคอมพิวเตอร์ที่มีใบรับรองวิชาชีพไอที ย่อมมีภาษีดีกว่าคนที่ไม่มี เพราะโอกาสเดินเข้าไปอยู่ในองค์กรที่มีชื่อเสียงมีมากกว่า แถมเมื่อเข้าไปแล้วโอกาสที่จะได้รับการพิจารณาเงินเดือน หรือสิทธิพิเศษก็ย่อมเหนือกว่าคนอื่น
อาจารย์ณัฏฐ์ โอธนาทรัพย์ สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ กล่าวว่า ไอทีพาสปอร์ตมีประโยชน์มากโดยจะเป็นเครื่องมือช่วยประเมินว่า ผู้สอบผ่านมีความรู้ความเข้าใจและความสามารถด้านไอทีอย่างแท้จริง รวมถึงผู้ที่สำเร็จการศึกษาไปแล้วและกำลังทำงานอยู่ในสถานประกอบการ มีความพร้อมด้านไอทีมากน้อยแค่ไหน ทั้งยังเป็นการอัพเดทความรู้ด้านเทคโนโลยี และที่สำคัญเป็นการเสริมความมั่นใจและภาคภูมิใจให้แก่ผู้สอบ
อย่างไรก็ตาม ใบวิชาชีพนี้ไม่ได้แถมมาอัตโนมัติพร้อมกับปริญญาบัตร ผู้ที่ต้องการถือครองจะต้องลุกขึ้นมาบริหารสมองด้วยการเข้ารับการทดสอบ ซึ่งในแต่ละปีทางสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติหรือ สวทช. เปิดสอบปีละ 2 ครั้ง คือ เมษายนและตุลาคม
โครงการสอบมาตรฐานวิชาชีพไอที จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2549 และจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 มีนักศึกษาและคนทำงานในสายวิชาชีพไอที สมัครสอบ 5,037 คน และสอบผ่าน 493 คน หรือ 9.79% ของผู้เข้าสอบ
ทั้งนี้ เพื่อผลักดันให้มีจำนวนผู้สมัครสอบโดยรวมมากกว่า 2,000 คนต่อปี สวทช.จึงร่วมมือกับสถาบันการศึกษา 15 แห่ง สนับสนุนสนับสนุนให้นักศึกษาและบุคลากรทั้งภายในและเครือข่ายภายนอกเข้าร่วมสอบมาตรฐานวิชาชีพไอที โดยเป็นศูนย์สอบและศูนย์ติวสอบทั่วประเทศ พร้อมนำตัวอย่างข้อสอบเก่ามารวบรวมไว้ที่หน้าเว็บโครงการ เพื่อเป็นแนวทางการทำข้อสอบ หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่สถาบันวิทยาการ สวทช. โทร.0-2642-5001 และ www.nstdaacademy.com



