
ศาลปค.ไฟเขียวม.รามเดินหน้าสรรหาอธิการบดี
ศาลปกครองกลาง ไฟเขียว ม.ราม ฯ เดินหน้าสรรหาอธิการบดี สั่งยกคำขอคุ้มครองชั่วคราว ผู้สมัคร ฟ้องกก.อำนวยการสรรหา ฯ ไม่เพิกถอนสิทธิผู้สมัครที่ขาดคุณสมบัติ ศาลชี้ คำขอคุ้มครองกับคำขอท้ายฟ้องต้องการให้เพิกถอนสิทธิผู้ร่วมสมัคร ซึ่งศาลยังต้องตรวจสำนวน หากสั่งคุ้
ที่ศาลปกครอง ถ.แจ้งวัฒนะ วันที่ 24 ส.ค.54 ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งยกคำขอกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวคดีที่นายวิโชติ วัณโณ ซึ่งเป็นผู้สมัครเข้ารับการสรรหาเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง ยื่นฟ้อง นายกสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง , คณะกรรมการอำนวยการสรรหาอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง และนายวุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ ผู้สมัครเข้ารับการสรรหาเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1-3 เรื่องออกคำสั่งโดยมิชอบ กรณีผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ประกาศรายชื่อผู้เข้ารับการสรรหาอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง ลงวันที่ 3 ส.ค.54 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะผู้ถูกฟ้องที่ 3 ขาดคุณสมบัติ เนื่องจากไม่ได้เป็นข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาพ.ศ.2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2551 โดยเกษียณอายุราชการแล้วจึงเป็นเพียงข้าราชการบำนาญและมีสถานะเป็นลูกจ้างของมหาวิทยาลัยรามคำแหงเท่านั้น ไม่มีสิทธิสมัครเข้ารับการสรรหาอธิการบดี จึงมีคำขอคุ้มครองชั่วคราวให้ศาลปกครองเพิกถอนสิทธิของนายวุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ ในการเข้ารับการสรรหาอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหงไว้ก่อน
โดยศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ข้อกล่าวอ้างของผู้ฟ้องที่ว่า หากให้มีการลงคะแนนหยั่งเสียงต่อไป ซึ่งผู้ถูกฟ้องที่ 2 กำหนดให้มีการลงคะแนนหยั่งเสียงสรรหาอธิการบดี สำหรับอาจารย์ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และนักศึกษาทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ในวันที่ 26 ส.ค.54 และหยั่งเสียงล่วงหน้าในวันที่ 23 ส.ค.นี้ จะก่อให้เกิดความเสียหายต่องบประมาณของมหาวิทยาลัยในการเตรียมการเลือกตั้ง และเลือกตั้งครั้งใหม่ และค่าใช้จ่ายในการแนะนำ โฆษณา เตรียมการหยั่งเสียง รวมถึงค่าจ้างเจ้าหน้าที่ของผู้ฟ้องคดี อันยากแก่การเยียวยาในภายหลังนั้น ยังมีน้ำหนักไม่เพียงพอเมื่อเปรียบเทียบกับผลกระทบต่อการบริหารงานของมหาวิทยาลัยรามคำแหงโดยตรง ที่จำเป็นต้องมีผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีซึ่งในส่วนของค่าเสียหายที่ผู้ฟ้องกล่าวอ้างนั้น สามารถเยียวยาแก้ไขในภายหลังในรูปของค่าสินไหมทดแทนหากผู้ฟ้องคดีเป็นฝ่ายชนะคดี อีกทั้ง คำขอเกี่ยวกับคำขอวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาของผู้ฟ้องคดีดังกล่าวนั้น ก็เป็นคำขอเดียวกันกับคำขอในคำฟ้อง ซึ่งศาลยังมิได้พิจารณาพยานหลักฐานจากคู่กรณีทั้งสองฝ่ายแต่อย่างใด หากศาลกำหนดให้มีการทุเลาการบังคับตามประกาศฉบับดังกล่าว อาจก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการพิจารณาพยานหลักฐานโดยรอบคอบได้ ในชั้นนี้จึงไม่ควรมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับตามประกาศของผู้ถูกฟ้องที่ 2 จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ฟ้อง



