
ความรักของ'เจมส์-ดวงใจ'
เขยฝรั่งสะใภ้อินเตอร์ : ต้องมีเมียสาวไทยเท่านั้น 'วิศวกรอเมริกัน-สาวอำนาจเจริญ' : เรื่ิอง เสาวลักษ์ คงภัคพูน / สุชาติ สูงเรือง
6 ปีที่แล้ว ชายชราชาวอเมริกัน "เจมส์ เอส คิงส์ " เกษียณหน้าที่ตำแหน่งวิศวกรอุตสาหกรรมแร่ยูเรเนียม จากโรงงานแห่งหนึ่งในบ้านเกิด โดยที่ผ่านมาใช้ชีวิตอยู่ลำพังมาหลายปีแล้ว หลังจากหย่าขาดจากภรรยาชาวอเมริกัน ส่วนบุตร 4 คนต่างเติบโตมีหน้าที่การงานมั่นคง ชีวิตนับจากนี้เขาไม่ยอมที่จะหายใจทิ้งเพื่อรอวันตาย แต่ต้องการจะเก็บเกี่ยวสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตซึ่งไม่เคยได้ทำมาก่อนตลอดช่วงอายุหลายสิบปีที่ต้องจมอยู่กับหน้าที่การงาน
"เจมส์ " ตัดสินใจเก็บข้าวของที่จำเป็น ถือพาสปอร์ตเดินทางมาสู่ประเทศไทยทันทีด้วยความมุ่งมั่น ทิ้งชีวิตคนอเมริกันไว้เบื้องหลัง นับจากนี้จะไม่หวนกลับไปใช้ชีวิตที่รีบเร่งอีกต่อไป เป้าหมายอยู่ที่เมืองไทยแห่งเดียวเท่านั้น เมืองที่อากาศบริสุทธิ์เหมาะสำหรับการใช้ชีวิตวัยชรา ที่สำคัญจะต้องมีภรรยาชาวไทยให้ได้ เพราะหญิงไทยสวย ใจดี พร้อมจะดูแลคนแก่ที่มีความรักเต็มเปี่ยมมอบให้ และหวังว่าจะได้รับกลับคืนเติมเต็มชีวิตของคนไม้ใกล้ฝั่งเช่นกัน
เมื่อตั้งใจที่ต้องมีภรรยาคนไทยให้ได้ ระหว่างการท่องเที่ยว "เจมส์ " ก็พยายามพูดคุยศึกษาดูใจกับหญิงไทยที่ถูกตาต้องใจ กระทั่งพบรักกับหญิงชาวอุดรธานีคนหนึ่ง "เจมส์ " จึงตัดสินใจมาใช้ชีวิตครอบครัวกับเธอที่ จ.อุดรธานี แต่รักก็ต้องล่มสลาย มีความสุขได้เพียง 5 เดือน ภรรยาก็ตีจากไปมีคู่ใหม่เป็นคนไทยด้วยกัน โชคยังดีที่การเลิกรากับหญิงไทยที่เขาพบคนแรก ยังเต็มไปด้วยความรักหญิงไทยไม่แปรเปลี่ยน เพราะอยู่ด้วยแล้วสบายใจ เอาใจใส่ ดูแลและมีครอบครัวที่อบอุ่น แม้เธอจะทิ้งไป แต่ก็ไม่เคยหลอกเอาเงินเขาไป เป็นการจากเพราะเหตุผลส่วนตัวเท่านั้น
เมื่อระเห็จจากบ้านอดีตภรรยาด้วยอาการบอบช้ำด้านจิตใจ "เจมส์ " เก็บตัวในโรงแรมระดับ 5 ดาวที่อุดรธานีแห่งหนึ่ง อาศัยอินเตอร์เนตเป็นเพื่อนคลายเหงา และมุ่งไปสุ่จุดประสงค์เดิมตามที่ตั้งใจ ด้วยการแชทหาหญิงไทยผ่านทางอินเตอร์เนต กระทั่งมาสะดุดที่ "ดวงใจ " หญิงสาวโสดวัย 30 ปีเศษ ชาวจังหวัดอำนาจเจริญที่ไปประกอบธุรกิจในจังหวัดอุดรธานี
แชทคุยกันอยู่หลายวัน จึงรู้ว่าดวงใจ เปิดร้านอินเตอร์เนตใกล้โรงแรมที่พัก ห่างไปเพียงไม่ถึง 200 เมตร เขาสอบถามทางและตัดสินใจเดินไปหา นาทีแรกที่พบหน้า "เจมส์" รู้สึกปิ๊งทันที และรู้สึกดียิ่งขึ้นเมื่อได้เริ่มพูดคุยกัน
กามเทพแผลงศรคนทั้งคู่ การคบหาเป็นลักษณะก้าวกระโดด พูดคุยกันเพียง 2 อาทิตย์ เมื่อรู้สึกว่า"ใช่ " ทั้งคู่จึงตกลงใจไปจดทะเบียนสมรสเป็นสามีภรรยาที่ถูกต้องกันตามกฏหมาย ก่อนจะย้ายกลับไปตั้งหลักปักฐานใช้ชีวิตคู่กันที่บ้านเกิดฝ่ายหญิงที่บ้านเลขที่ 42 ม.16 ต.บุ่ง อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ
นางดวงใจ คิงส์ ปัจจุบันอายุ 35 ปี สาวไทยสะใภ้ฝรั่ง เล่าความประทับใจเกี่ยวกับตัวสามีว่า เมื่อคราวเปิดร้านอินเทอร์เน็ตที่จังหวัดอุดร มีฝรั่งมาใช้บริการในร้านมาก จึงมีโอกาสได้รู้ว่าคนตัวใหญ่ๆขาวๆ ใจดี มีความหวังในใจว่า ถ้ามีหนุ่มฝรั่งมาจีบ ก็จะลองถามพ่อแม่ดูว่าจะให้แต่งงานกับเขาไหม เมื่อเจอคุณเจมส์จริงๆก็นึกรัก คบหากัน ทำให้เชื่อมั่นว่า เขาต้องใจดี เป็นคนดี
"และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ จึงโทรศัพท์มาหารือพ่อแม่ ตอนแรกพ่อแม่ก็ยังห่วงเพราะเราเองก็ไม่ได้รักใครมาก่อน ไม่เคยมีครอบครัว สถานะโสด ไม่เหมือนผู้หญิงไทยทั่วไปที่มีสามีฝรั่ง ส่วนใหญ่เป็นม่ายลูกติด เมื่อพ่อแม่ยินดีโดยให้ลูกตัดสินใจด้วยตนเอง จึงตกลงจัดงานแต่งในปี 2551 โดยเจม - คิงส์ ให้สินสอด เป็นเงินก้อนแรกไถ่หนี้ ธกส.ให้ครอบครัว ประมาณ 2.5 แสนบาท ไถ่ที่นาออกจากธนาคารทุกแปลงจนหมด และเพื่อให้การครองเรือนสมบูรณ์ ก็ย้ายมาอยู่กับพ่อแม่ที่อำนาจเจริญ" ดวงใจบอก
แต่งงานกันมาหลายปี จนมีบุตรสาว ด.ญ.จันทร์เจ้า คิงส์ ชื่อเล่น น้องเจน ปัจจุบันวัยขวบเศษ แต่สะใภ้อินเตอร์รายนี้ยังไม่เคยได้ลัดฟ้าบินไปหาญาติพี่น้องสามีที่บ้านเกิดแม้แต่ครั้งเดียว ได้ชื่อว่าเป็นเมียฝรั่งแต่ไม่เคยเห็นเมืองนอกเมืองนากับเขาเลย แต่เธอก็ไม่เคยเรียกร้องอยากได้ อยากมี แค่ความสุขที่เกิดขึ้นในครอบครัวอย่างที่เป็นอยู่ก็ดีแล้ว
เจมส์ คิงส์ ปีนี้อายุ 72 ปีแล้วแต่ยังแข็งแรง เขาอยากปลูกผัก ขอให้เมียซื้อเมล็ดพันธุ์มาให้ เมื่อทดลองปลูกปรากฎว่า ต้นกล้าผักตายเกลี้ยง ไม่ได้กินแม้แต่ต้นเดียว เพราะเขาไม่เคยทำมาก่อน ไปใส่ปุ๋ยบำรุงดินเกินกำหนด ต้นผักจึงตาย อยากเลี้ยงไก่ทำเกษตรก็ไม่ถนัดจึงมีชีวิตอยู่อย่างเรียบง่าย บริหารจัดการเงินบำนาญที่ได้รับเดือนละ 3 หมื่นบาทจากรัฐบาลสหรัฐ ใช้จ่ายอย่างสมประโยชน์ ไม่ต้องประหยัดถึงขั้นรัดเข็มขัด แต่เงินจำนวนนี้ก็ทำให้ครอบครัวอยู่อย่างสบายตามอัตภาพ
"เราจบแค่ ม.ปลาย พูดฝรั่งก็แค่งูๆปลาๆ เวลาต้องการคุยอะไรที่ต้องใช้คำศัพท์ยาก คุยกันไม่รู้เรื่อง ก็จะใช้อินเทอร์เน็ตโปรแกรมแปลอังกฤษ-ไทย ก็พอจะรู้เรื่องกันบ้าง ชีวิตประจำวันคุณเจมส์ส่วนใหญ่ก็จะพักผ่อนนอนเล่นดูทีวี เล่นอินเทอร์เน็ตติดต่อญาติและเพือนๆที่อเมริกา อยู่กับลูก เขารักน้องจันทร์เจ้ามาก มีเวลาก็ไปเที่ยวกันทั้งครอบครัวใหญ่ไปเป็นโขยง เขาชอบให้พาไปเที่ยวแหล่งธรรมะ วัดวาอาราม ชอบพระธาตุพนมมากที่สุด ว่างเมื่อไหร่ก็แวะไปกราบพระธาตุทุกครั้ง "ดวงใจบอก
"ดวงใจ" ยังบอกอีกว่า อยากสื่อสารเรื่องนี้ไปถึงชาวต่างชาติว่า หญิงไทยรักจริง ถ้าขึ้นชื่อว่าได้ตกลงแต่งงานกันแล้วไม่มีเปลี่ยนแปลง เป็นภรรยาที่ดี ดูแลปรนนิบัติสามีอย่างที่หาได้ยากในหญิงชาวต่างชาติ
ส่วนเจมส์ กล่าวสั้นๆ ตอนท้ายเพียงว่า "คิดไม่ผิดที่ตั้งใจจะมีภรรยาชาวไทย เพราะได้รับการดูแลเอาใจใส่ ทั้งจากตัวภรรยาและจากคนในครอบครัว ทำให้รู้สึกอบอุ่น เป็นความรักความห่วงใยที่รับรู้และสัมผัสได้ คนไทยใจดียิ้มแย้ม มีความโอบอ้อมอารี ชอบช่วยเหลือผู้อื่น รู้สึกรักเมืองไทยมาก"



