ไลฟ์สไตล์

วังจันทรเกษมขึ้นทะเบียนปี54

วังจันทรเกษมขึ้นทะเบียนปี54

24 ส.ค. 2554

กรมศิลป์เผยวังจันทรเกษมขึ้นทะเบียนโบราณสถานปี 54 ชี้ตกแต่งภายในได้ แต่ห้ามปรับโครงสร้าง สถาปัตยกรรมภายนอก

             แหล่งข่าวระดับสูงของกรมศิลปากร เปิดเผยถึงมีการซ่อมแซมตกแต่งห้องทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่อาคารราชวัลลภ ภายในวังจันทรเกษมว่า วังจันทรเกษมนั้นถือว่าเป็นแหล่งโบราณสถานทั้งรอบรั้วกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)  พื้นที่ 43 ไร่  3 งาน 72 ตาราวา โดยเฉพาะอาคารราชวัลลภถือเป็นอาคารประกอบสำคัญในพื้นที่ดังกล่าว ทั้งหมดได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานกับกรมศิลปากรลำดับ ประกาศเมื่อวันที่  26 มีนาคม 2544 ลำดับที่ 183 ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน (กระทรวงศึกษาธิการ (วังจัทรเกษม) เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร) ตามหลักการแล้วแหล่งที่ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานนั้น จะต้องมีการอนุรักษ์รักษาของเดิมเอาไว้ หากจะมีการซ่อมแซม ปรับปรุง หรือเปลี่ยนสภาพภายนอกไปจากโครงสร้าง และสถาปัตยกรรมเดิม จะต้องทำหนังสือแจ้งมายังกรมศิลปากรเพื่อขออนุญาตก่อน  แต่หากเป็นการตกแต่งซ่อมแซมภายใน ไม่กระทบต่อโครงสร้าง และสถาปัตยกรรมเดิม ก็สามารถทำได้ ไม่มีปัญหา

             “การซ่อมแซมหรือปรับเปลี่ยนสภาพภายนอกนั้น ต้องคงสภาพไว้ด้วยโครงสร้างเดิม ยกเว้นกรณีมีการเสริมคานภายใน หรือรื้อระเบียง ที่เก่ามากรับน้ำหนักไม่อยู่แล้ว สามารถทำใหม่ได้ แต่ต้องทำหนังสือแจ้งและซ่อมแซมให้กลับอยู่ในรูปแบบเดิม หากเป็นการซ่อมแซมแค่รื้อกระเบี้องเล็กๆน้อยๆ หรือตกแต่งภายในซึ่งมีสภาพทรุดโทรม ไม่ต้องแจ้งก็ได้ กรณีการซ่อมแซมปรับปรุงอาคารราชวัลลภภายในวังจันทร์เกษมนั้น กรมศิลปากรจะขอตรวจสอบรายละเอียดอีกก่อนว่าเป็นการกระทบต่อโครงสร้างและสถาปัตยกรรมภายนอกที่มีอยู่เดิมหรือไม่” แหล่งข่าวระดับสูงของกรมศิลปากร กล่าว

             ด้านนายเดโช สวนานนท์ อดีตอธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ในการต่อเติม เปลี่ยนแปลง โบราณสถานที่ขึ้นทะเบียนกับกรมศิลปากรทุกแห่ง เช่น ทุบกำแพง ผนัง พื้น หลังคา จะต้องขออนุญาตมายังกรมศิลปากรก่อน หากไม่ได้มีการขออนุญาตในการซ่อมแซม เปลี่ยนแปลง แล้วไปดำเนินการเลย จะถือว่าเป็นการทำลายโบราณสถาน ผิดกฎหมายตามพ.ร.บ. โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2535   ทั้งนี้ ในกรณีที่ต่อเติม ซ่อมแซมอาคารภายในเพื่อประโยชน์ใช้สอยนั้น ก็ต้องแจ้งขออนุญาตเช่นเดียวกัน เพราะ ถือว่าได้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบให้เปลี่ยนไปจากเดิม  ซึ่งหากทำอะไรโดยไม่มีการแจ้ง ก็ถือว่า เป็นเรื่องที่เสียมารยาทมาก เนื่องจาก กระทรวงศึกษาธิการ เคยกำกับดูแลกรมศิลปากร มาก่อน  ก็ควรจะต้องรู้หลักการดำเนินการที่ถูกต้อง

             “ผมคิดว่าที่ผ่านมา เวลารัฐมนตรีมาใหม่เกือบทุกคน จะต้องมีธรรมเนียมการปรับตกแต่งห้องทำงานใหม่ แต่ผมอยากจะทราบว่ามันมีความจำเป็นแค่ไหนที่รัฐมนตรีจะต้องมาทุบห้องทำงานเก่าทิ้ง และยิ่งคุณเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก็ควรจะเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์และรักษาไว้ ไม่ใช่คิดเพียงว่าเป็นเหตุผลส่วนตัว  ส่วนการที่ไม่มีการแจ้งการปรับปรุงมายังกรมศิลปากร เป็นการกระทำที่ไร้มารยาท ไม่เคารพกฎหมาย ๆไม่รู้คุณค่าของการรักษาไว้ซึ่งมรดกทางวัฒนธรรม”  อดีตอธิบดีกรมศิลปากร กล่าว