ไลฟ์สไตล์

รุมสับโครงการOne Tablet Pc Per Child

รุมสับโครงการOne Tablet Pc Per Child

23 ส.ค. 2554

รุมสับ โครงการ One Tablet Pc Per Child ให้คอมฯประจำตัวเด็ก เท่ากับเปิดช่องนำภัยต่าง ๆ มาสู่เด็ก ตั้งแต่ปัญหาติดเกมส์ไปจนถึงอันตรายจากเวปไซต์ไม่เหมาะสม ล่าสุดเริ่มมีปัญหาเด็กใช้สื่อออนไซต์ประจานเพื่อนที่ไม่ถูกกัน จนทำให้เด็กที่เป็นเหยื่อไม่อยากไปเรียน ขณะท

23 ส.ค.2554 ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี  สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเสวนาเรื่อง “ มองรอบด้านเด็กไทยกับไอที “ เปิดนโยบายแจกแท็ปเล็ตให้นักเรียน ป.1 หรือ โครงการ One Tablet Pc Per Child ส่งผลดี-ผลเสียต่อเด็กอย่างไร เด็กอายุ 6-7 ปี ควรใช้คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เนตจริงหรือ ?


 นางศรีสุดา ตันทะอธิพานิช ผู้จัดการมูลนิธิอินเทอร์เนตร่วมพัฒนาไทย กล่าวว่า ในหลายประเทศอ้างถึงผลเชิงบวกต่อการการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาให้เพื่อการศึกษา แต่ในหลายประเทศมีผลวิจัยว่า ไม่ได้เกิดผลทางบวกต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็ก อย่างเช่น สหรัฐอเมริกา ที่นำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อการเรียนการสอนตั้งแต่ ค.ศ.2001 โดยคาดหวัง เด็กจะมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีขึ้นแต่ก็เป็นแค่ราคาคุย อินเทอร์เนตที่ไปถึงทุกห้องเรียนตั้งแต่ค.ศ.2004 กลับมีครูที่ใช้ประโยชน์เพื่อการเรียนการสอนได้อย่างคุ้มค่าแค่ 23% สัมพันธ์กับผลประเมินของ Pisa ในปี 2003 พบว่า เด็กที่ใช้คอมฯบ่อยไม่ได้ทำคะแนนได้ดีกว่า เด็กที่ใช้คอมฯน้อยกว่าเสมอไป เด็กที่ใช้มากที่สุดกลับมีคะแนนประเมินต่ำทั้งใน 3 ด้าน คือ อ่าน เขียน คำนวณ เช่นเดียวกับผลประเมินในปี 2006 และ 2009 ก็ออกมาในทำนองเดียวกัน

 ล่าสุดเมื่อ ค.ศ.2007 ที่ผ่านมา นักวิชาการของอเมริกาเริ่มคุยกันว่า ครูไม่มีทางเรียนรู้เทคโนโลยีได้เร็วเท่ากับเด็กเพราะครูมีภาระอื่น ๆ มากมาย ส่วนเด็กสามารถใช้เวลาเรียนรู้ด้วยตัวเองหรือเรียนรู้จากเพื่อน ๆ ได้ ขณะที่อันตรายจากอินเทอร์เนตมีมากมาย รวมถึงปัญหาติดเกมส์ ที่สำคัญ การที่จะให้เด็กใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสมนั้น ครู พ่อแม่ จะต้องกลยุทธ์ใช้เทคโนโลยีกระตุ้นการเรียนรู้สำหรับเด็กแต่ละวัยและรู้วิธีดูแลการใช้คอมฯและอินเทอร์เนตของเด็กด้วย มีโปรแกรมป้องกันการเข้าเวปที่ที่ไม่เหมาะสม แต่เชื่อว่า ร.ร.ส่วนใหญ่ยังไม่มีโปรแกรมดังกล่าว หรือมีก็ไม่มีประสิทธิภาพที่ดีพอ เพราะฉะนั้น ควรต้องมีการเตรียมความพร้อมให้รอบด้านจริง ๆ ก่อนจะแจกแท็ปเล็ตให้เด็ก

 รศ.นพ.ศิริไชย หงษ์สงวนศรี หงษ์สงวนศรี จิตแพทย์เด็ก คณะแพทยศาสคร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าว่า แม้กระทรวงได้เตรียมระบบป้องกัน ไม่ปล่อยให้เด็กใช้แท็ปเล็ตเข้าอินเทอร์เนตได้อย่างเสรี แต่จริง ๆ แล้ว เราไม่สามารถกั้นเด็กยุคนี้จากการเข้าสู่โลกอินเทอร์เนตได้ อย่างไรก็ตาม การที่เด็กมีคอมพิวเตอร์ติดตัว ก็เสี่ยงกับปัญหาเด็กติดเกมส์ ซึ่งปัจจุบันเด็กไทย

 รวมถึงเด็กในประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะในเอเชีย อย่าง เกาหลี ที่สามารถ access ได้ 100 % แล้วและกำลังจะแจกแท็ปเล็ตให้เด็กเหมือนกัน มีปัญหาติดเกมส์มาก มีเด็ก 1-2% ติดเกมส์ ส่วนเด็กไทย ผลวิจัยเมื่อปี 2546 พบว่า เด็กปกติเล่นเกมส์ 10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในช่วงเปิดเทอม ปี 2550 เพิ่มเป็น 12.7 ชั่วโมง เฉลี่ย 2 ชั่วโมงต่อวัน ปิดเทอมเพิ่ม 3 ชั่วโมงต่อวัน ในเด็กชายมากกว่า เด็กหญิง 2 เท่า ถ้าแยกตามระดับอายุ พบ เด็กประถมเล่นเกมส์ 95 นาทีต่อวัน มัธยม 2 ชั่วโมงต่อวัน เกมส์ที่เด็กติดส่วนใหญ่เป็นเกมส์รุนแรง เกมสีขาวไม่มีวันดึงดูดใจให้เด็กเล่นได้

 ที่น่าเป็นห่วงคือ เด็กที่ติดเกมส์จะมีพฤติกรรมเหมือนเด็กติดยาเสพติด เด็กจะหมกหมุ่น อยากแต่เล่นเกมส์ เด็กบางคนถึงกับเดินออกจากห้องเรียนดื้อ ๆ เพื่อไปเล่มเกมส์ เด็กที่ไม่ได้เล่นเกมส์จะรู้สึกหงุดหงิดเหมือนเด็กไม่ได้เสพยาก และจะมีลักษณะต้องใช้ยาแรงขึ้นเรื่อย ๆ มีเกิดความเครียดก็จะหันไปเล่มเกมส์ทันที เหมือนเด็กหนีปัญหาไปเสพยา ทักษะการเข้าสังคม การเข้ากับผู้อื่นจะน้อยลง

 “ ที่เราต้องกังวลกับปัญหาเด็กติดเกมส์ เพราะเริ่มมีงานวิจัยที่ไม่เป็นทางการออกมาว่า เด็กติดเกมส์จะไอคิวลดลง 10 คะแนน เด็กติดเกมส์จะมีผลการเรียนเฉลี่ยไม่เกิน 2.7 เด็กทั่วไปอยู่ที่ 3.00 ขึ้นไป นอกจากนั้น เกมส์รุนแรงจะส่งผลให้เด็กมีพฤติกรรมก้าวร้าว งานวิจัยกว่า 200 งานยืนยันเรื่องนี้ ประสบการณ์ตรงในฐานะจิตแพทย์ของผม เคยเจอเคสเด็ก ม.4 รายหนึ่งที่อยู่ในครอบครัวที่ดี พ่อแม่จบการศึกษาระดับปริญญาโท มีการเลี้ยงดูอย่างดี หันกลับมาต่อยแม่ตาเขียวเมื่อแม่เข้าไปบอกให้เลิกเล่นเกมส์ เด็กที่ติดเกมส์จะมีความเล่นใจคนอื่นน้อยลง เมื่อเห็นเด็กเดือดร้อนจะไม่ข่วยเหลือ เขารู้สึกธรรมดาเหมือน Unit ในเกมส์ตายไป ที่น่าสนใจ คือ ในกรณีผู้ที่ยาพบว่า จะเกิดการเปลี่ยนแปลงในสมองทำให้เขาเกิดความรู้สึกต้องการยา ซึ่งมีการวิจัยพบว่า ในกรณีของเด็กติดเกมส์ก็มีการเปลี่ยนแปลงทางสมองในลักษณะเดียวกัน ทั้งนี้ ยิ่งเด็กเล็กยิ่งมีโอกาสติดเกมส์สูง เพราะฉะนั้น ถ้าแจกแท็ปเล็ตให้นักเรียน ป.1 แล้วไม่มีการควบคุมที่ดีพอ มีโอกาสแย่ลงทั้งสติปัญญา สุขภาพ และนิสัย “ รศ.นพ.ศิริชัย กล่าว

 ทั้งนี้เมื่อมีอินเทอร์เนตเข้ามาเพิ่มอีก ปัญหาอื่นๆ จะตามมา โดยเฉพาะภัยทางเพศที่มากับเวปไซต์ต่าง ๆ ที่สำคัญ มีการข่มขู่กับผ่านทางอินเทอร์เนต มีการนำรูป เรื่องส่วนตัว ไป โพสต์ไปนินทาในเครือข่ายสังคมออนไลน์ กลายเป็นเรื่องที่นินทาไม่ยอมจบ เด็กหลายคนไม่ยอมไปโรงเรียนเพราะอับอาย กลัว หรือบางคนก็ต้องย้ายโรงเรียนหนี ปัจจุบัน สมาคมจิตแพทย์ในอเมริกา เริ่มคุยกัน หาอายุที่เหมาะสมสำหรับการเริ่มใช้อินเทอร์เนตของเด็ก แม้ว่าจะยังไม่สามารถหาผลวิจัยมายืนยันได้ว่า ควรเริ่มต้นที่อายุเท่าใด แต่คงมีผลลบมากกว่าผลดีอย่างแน่นอนถ้าเราให้เริ่มใช้ตั้งแต่ ป.1 ซึ่งเป็นวัยที่ยังแยกแยะสิ่งใดไม่ออก

 นางนัยนา ขนอนเวช ผอ.ร.ร.อนุบาลทานตะวัน กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการแจกแท็ปเล็ตให้นร.ป.1 เพราะวุฒิภาวะของเด็กไทยไม่พร้อม การเลี้ยงดูของพ่อแม่ยังไม่สร้างให้เด็กรู้จักหน้าที่ ความรับผิดชอบและวินัยได้ เด็ก ป.1 บางคนยังต้องป้อนข้าวอยู่เลย การเอาแท็ปเล็ตให้เด็กใช้จึงน่าเป็นห่วง น่าจะนำงบประมาณส่วนนี้ไปใช้ในสิ่งที่เกิดประโยชน์แท้จริงมากกว่า เช่น การพัฒนาห้องสมุดให้ดี ซื้อหนังสือเข้าห้องสมุด ซื้อสื่อ ของเล่นที่เป็นประโยชน์ต่อพัฒนาการของเด็ก

 นายกำธร   จิระเกียรติกุล เครือข่ายผู้ปกครองโรงเรียนวัดสุทธิวราราม กล่าวว่า เช้าเกินไปที่จะมาถกกันว่า ควรแจกแท็ปเล็ตให้เด็กหรือไม่ เพราะรัฐบาลต้องเดินหน้าโครงการนี้อย่างแน่นอน แต่ต้องจี้ให้มีการออกมาตรการมารองรับ ตั้งแต่เรื่องการบำรุงรักษา โดยเฉพาะ ถ้าจัดซื้อเครื่องจากประเทศจีนราคา 3,000 จริงตามข่าว คงจะต้องมีการซ่อมเครื่องภายใน 1 ปีแน่นอน

 อย่างไรก็ตาม การให้แท็ปเล็ตประจำตัวนักเรียนเป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วง เด็กเล็กยังต้องการการพัฒนาทางร่างกายผ่านกิจกรรมต่างๆ อีกมาก แต่พอเด็กได้แท็ปเล็ตไปก็จะไปจับกลุ่มเล่นเกมส์ผ่ายแท็ปเล็ตกัน อีกหน่อย เด็กไทยจะกลายเป็นเด็กหัวโตตัวลีบ นอกจากนั้น เด็กจะมีโอกาสเข้าเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องไปหาที่อื่น ออกจากห้องเรียนก็ไปจับกลุ่มกันตามใต้ตึกแอบเข้าเวปไวต์ลามกกัน เด็กไทยในยุคนี้แค่เด็กมัธยมก็ดูหนัง X ผ่านเวปไซต์กันเป็นแล้ว

 นางริสรวล อร่ามเจริญ อดีตนายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การให้เด็กเล็กใช้แท็ปเล็ตนั้น เร็วเกินไป อย่างน้อยควรเป็นระดับ ม.ต้น หรือย่างน้อย ป.4 อย่างไรก็ตาม ต้องดำเนินการโดยรอบครอบ คำนึงถึงผลดีและผลเสีย งบประมาณจำนวน 2หมื่นล้านเป็นเงินที่มาก บ้านเรามีกินแล้วเหรอ จะเอาเงินมาซื้อแท็ปเล็ตแจก แค่น้ำท่วมยังช่วยเหลือได้ไม่ครบ บางกรณีน้ำท่วมผ่านไป 2 ปีแล้ว ไม่ได้รับการช่วยเหลือเลย เพราะฉะนั้น ถ้ารัฐบาลไม่เห็นคความสำคัญของการศึกษาจริง ๆ แล้ว ก็อย่าเอาเรื่องนี้มาหาเสียง

 ขณะที่นักศึกษา รายหนึ่งยืนยัน เขาอยากได้รับแจกแท็ปเล็ต เพราะมันจะช่วยให้ความสุขมวลรวมของเด็กไทยเพิ่มขึ้น ทั้งยังเป็นการกระจจายโอกาสการเรียนรู้ อย่างไรก็ตาม ตนไม่ได้ตำหนิหนังสือไม่ดี แต่ต้องยอมรับความจริงว่า ถ้าไม่มีการบ้าน ไม่สอบ ก็ไม่มีเด็กคนไหนหยิบหนังสือมาอ่าน แต่แท็ปเล็ตเป็นสื่อที่สร้างโอกาสเรียนรู้สร้างสรรค์ ช่วยให้เด็กเข้าถึงเทคฯมากขึ้น โดยเฉพาะเด็กต่างจังหวัด ทั้งนี้ ในช่วงแรกทแทนที่แจกอาจนำร่องให้เด็กยืมเรียนไปก่อน ไม่ต้องเอากลับบ้าน ตรงนี้จะทำให้เด็กอยากไปโรงเรียนมากขึ้น เพราะไปแล้วมีโอกาสใกล้ชิดเทคฯ จากนั้น ก็ใช้เวลาระหว่างนี้ศึกษาผลกระทบ ก่อนจะมีการแจกจริง