ไลฟ์สไตล์

'สมพงษ์'ติงนโยบายรบ.ใช้งบสูง

'สมพงษ์'ติงนโยบายรบ.ใช้งบสูง

22 ส.ค. 2554

'สมพงษ์'เชื่อนโยบายการศึกษารัฐบาลใหม่ใช้งบสูง แต่ผลสัมฤทธิ์ต่ำ ชี้ขณะนี้ยังไม่เห็นแนวปฎิบัติที่ชัดเจน ติง'วรวัจน์'มองการศึกษาด้านเดียว หวั่งพาระบบการศึกษาหลงทาง

            22 ส.ค.54 รศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงนโยบายด้านการศึกษาของรัฐบาลชุด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่จะประกาศต่อรัฐสภาในวันที่ 23-24 ส.ค.นี้ ว่านโยบายการศึกษา เช่น แจกแทปแลต นำโครงการเงินกู้เพื่อการศึกษาที่ผูกพันกับรายได้ในอนาคต"(กรอ.)กลับมาใช้ โครงการพักชำระหนี้สินครูครูคนใดมีหนี้สินไม่เกิน 5 แสนบาท ฯลฯ ส่วนใหญ่เป็นเพียงเกียร์ที่นำไปสู่ระบบทุนนิยม การตลาด การมีงานทำ ความทันสมัย การเป็นอาเซียน นานาชาติ แต่ไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาการศึกษาที่ชัดเจน เป็นรูปธรรม

            โดยเฉพาะตัวนโยบายที่ดูแล้วจะเน้นการใช้งบประมาณที่สูง ไม่แน่ชัดว่า 4 แสนล้านบาทจะเพียงพอหรือไม่ เพราะไม่เห็นถึงกระบวนการที่จะทำให้เกิดผลขึ้น ไม่มีตัวชี้วัด ผลสัมฤทธิ์ ผลตอบแทนที่เกิดขึ้นว่าจะคุ้มทุนที่เสียไปหรือไม่ นอกจากนั้นนโยบายส่วนใหญ่ เป็นการดำเนินการโดยให้กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เป็นศูนย์กลาง ไม่มีการเปิดโอกาสให้ภาคเอกชน หน่วยงานอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งที่ผลงานวิจัยชี้ชัดว่าการศึกษาไทยที่ล้มเหลวตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา เกิดจากการจัดแบบกระทรวงศึกษาธิการเป็นศูนย์กลาง

            รศ.ดร.สมพงษ์ กล่าวต่อว่า นโยบายด้านการศึกษา ตอนนี้ไม่มีกลไกที่ชัดเจน ไม่มีใครเห็นถึงบทบาทของนางบุญรื่น ศรีธเรศ และนายสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล รมช.ศึกษาธิการ ว่าจะเข้ามาทำอะไร ขณะเดียวกัน นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญากุล รมว.ศึกษาธิการ ก็มุ่งวาดฝันอนาคต เน้นบูรณาการเชื่อมโยง แต่ไม่เห็นแนวปฎิบัติ แถมการบูรณาการยังไม่เชื่อมโยงกับปัญหาที่เกิดขึ้นจริงๆ

            ทั้งนี้ อย่างปัญหายาเสพติด คุณแม่วัยใส มองปัญหาด้านการศึกษาเพียงพอด้านเดียว ซึ่งเรื่องนี้ ทางรมว.ศึกษาธิการ ควรมีทีมงาน ผู้เชี่ยวชาญมาช่วยผลักดัน ให้คำแนะนำในการพัฒนาการศึกษา เพราะเท่าที่ทราบ รมว.ศึกษาธิการ และรมช.ศึกษาธิการทั้ง 2 ท่าน เตรียมตัวมาดี แต่ไม่มีความมั่นใจ ไม่ได้ศึกษารายละเอียดของการศึกษาอย่างชัดเจน ทำให้นโยบายที่จะดำเนินการไม่เห็นเป็นรูปธรรม หรือมีแนวทางในการแก้ปัญหาการศึกษาได้ ซึ่งเชื่อว่าหากได้รับฟังข้อมูล องค์ความรู้ด้านการศึกษาทุกด้านจะช่วยให้เข้าใจการศึกษา และแก้ปัญหาได้ถูกต้องมากขึ้น

            "ตอนนี้ระบบการศึกษาไทยเหมือนเต่าที่กำลังเดินไปอย่างช้าๆ และบางครั้งเดินกลับไปกลับมา เพราะรัฐบาลที่มาจากคนละพรรคการเมืองย่อมหยิบยกนโยบายของตนเองมาปัดฝุ่นใช้ใหม่อีกครั้ง อย่าง การนำกรอ.กลับมาใช้ เป็นต้น แต่สิ่งที่ผมเป็นห่วง คือ ถ้าคนที่เข้ามาวางนโยบายไม่เข้าใจการศึกษาอย่างแท้จริง จะส่งผลต่อการพัฒนาการศึกษา ทำให้การศึกษาไทยหลงทาง เช่น การโละทิ้งโครงการครูพันธุ์ใหม่ ทั้งที่ครู กระบวนการผลิตครูถือเป็นสาระสำคัญในการปฎิรูปการศึกษา ส่งผลต่อคุณภาพการศึกษาทั้งหมดซึ่งหากศธ.โละทิ้งโครงการนี้จริงๆ เชื่อว่าการศึกษาไทยล้มเหลวกว่าที่เป็นอยู่ เพราะระบบการศึกษาจะดีได้ ต้องมีครูที่ดี ไม่ใช่อยู่ที่เทคโนโลยี ดังนั้น จึงอยากให้ทบทวนโครงการครูพันธุ์ใหม่อีกครั้ง" รศ.ดร.สมพงษ์ กล่าว