
ปั้นบัณฑิต-พัฒนาบุคลากร
ปั้นบัณฑิต-พัฒนาบุคลากร : เปิดวิสัยทัศน์ ดร.เฉลย ภูมิพันธุ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด โดย หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ
"เราใช้ LERT Model ในการผลิตและพัฒนาศักยภาพบัณฑิตให้มีคุณภาพเพื่อนำมาสู่การพัฒนาท้องถิ่น เป็นคำที่ผมบัญญัติขึ้นมาเอง โดยอักษา L ย่อมาจาก Language หมายความว่าบัณฑิตทุกคนจะต้องเป็นผู้มีความรู้ทางด้านภาษา ทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ ส่วน E มาจาก Experience คือประสบการณ์ บัณฑิตทุกคนจะต้องมีการเรียนรู้จากประสบการณ์ นอกเหนือจากประสบการณ์ในห้องเรียน R มาจาก Research ทำการวิจัยเพื่อพัฒนาและค้นคว้าหาองค์ความรู้ใหม่ๆ พร้อมทั้งมุ่งเน้นให้นักศึกษาเชี่ยวชาญในด้านเทคโนโลยีและตัวสุดท้าย T มาจาก Technology เพราะฉะนั้นจึงมั่นใจได้ว่าบัณฑิตที่นี่จะมีคุณภาพ " ผศ.ดร.เฉลย ภูมิพันธุ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด กล่าว
พร้อมทั้งอธิบายว่าการใช้ LERT Model ในการผลิตบัณฑิตยังเป็นการเตรียมความพร้อมสู่เวทีอาเซียนอีกด้วย และยังเปิดสอนภาษาเพิ่มเติมให้นักศึกษาอีก คือภาษาจีน นอกเหนือจากภาษาอังกฤษ เป็นการสร้างบัณฑิตให้มีคุณภาพและความสามารถในการแข่งขันในตลาดแรงงาน ทั้งในท้องถิ่นและในกลุ่มประเทศอาเซียน เพราะในปี 2558 การเคลื่อนย้ายแรงงานจะเป็นไปอย่างเสรี การศึกษาก็เช่นเดียวกันจึงต้องมีการเตรียมความพร้อมให้บัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาออกไปให้แข่งขันในตลาดแรงงานได้
นอกจากนี้การพัฒนาของบุคลากรในมหาวิทยาลัย ยังใช้นโยบาย LERT Model เช่นกัน แต่มีบริบทที่แตกต่างกัน อย่างเช่น ตัวอักษร L ในส่วนของการพัฒนาอาจารย์ ย่อมาจากคำว่า Leadership คือภาวะผู้นำที่บุคลากรทางการศึกษาต้องได้รับการพัฒนาอยู่เสมอ ส่วน E มาจากคำว่า Expert บุคลากรจะต้องมีความเชี่ยวชาญในวิชาชีพนั้นๆ และ R มาจากคำว่า Research มุ่งเน้นในการค้นคว้าวิจัยหาความรู้ใหม่ๆ เพื่อนำมาพัฒนาองค์กร และแน่นอนก็ต้อง ตัวอักษร T ก็ต้องมาจากคำว่า Teaching /Technique บุคลากรต้องมีเทคนิคในด้านการทำงานและแนวทางในการสอนที่มีคุณภาพสูงสุดนั่นเอง
"ผมเชื่อว่าถ้าหากครูมีคุณภาพ นักศึกษาก็จะมีคุณภาพเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่อาเซียนต้องมีความพร้อมทั้งนักศึกษาและอาจารย์ ผมจึงใช้ LERT Model ในการพัฒนาทั้งสองระดับไปพร้อมๆ กันเพื่อให้เกิดคุณภาพมากที่สุด" อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด กล่าว
ปัจจุบัน มรภ.ร้อยเอ็ด มีความร่วมมือจัดการศึกษาร่วมกันกับประเทศเวียดนาม และจีน มีการแลกเปลี่ยนนักศึกษาและอาจารย์ร่วมกัน คาดว่าอีก 2 ปีข้างหน้าจะมีนักศึกษาจีนมาเรียนที่ มรภ.ร้อยเอ็ดเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ ซึ่งความร่วมมือนี้ เป็นการเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาและอาจารย์หากมีการเปิดเสรีการศึกษา จะสามารถเรียนรู้และปรับตัวตามความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้ ซึ่งนักศึกษา มรภ.ร้อยเอ็ด ที่ไปเรียนจะเป็นนักศึกษาปี 2 เอกภาษาจีน ส่วนใหญ่จะได้รับคำชมมาจากทางมหาวิทยาลัยในประเทศจีน ว่าปรับตัวเข้ากับสังคมวัฒนธรรมจีนได้เป็นอย่างดี
ปัจจุบันมรภ.ร้อยเอ็ดมีนักศึกษา 5,000 คน มีอาจารย์ 300 คน เนื้อที่ 961 ไร่ เปิดสอนคณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ วิทยาลัยการจัดการ วิทยาลัยเทคโนโลยีและการสื่อสาร วิทยาลัยการศึกษา วิทยาลัยนิติรัฐศาสตร์ ตามแผนพัฒนามหาวิทยาลัย 25 ปี จะเปิดสอนคณะพยาบาลศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์สุขภาพ โดยกันพื้นที่ไว้ประมาณ 200 ไร่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานมหาวิทยาลัยขอนแก่นให้เป็นสถาบันการศึกษาพี่เลี้ยงตามเงื่อนไของสภาการพยาบาลว่าจะต้องมีสถาบันการศึกษาที่เปิดสอนด้านดังกล่าวมาก่อน 20 ปีเป็นพี่เลี้ยง คาดว่าจะเปิดรับนักศึกษาได้เร็วๆ นี้ เนื่องจากมีบุคลากร อาคารและสถานที่ วัสดุอุปกรณ์ ครุภัณฑ์ เครื่องมือต่างๆ หมดแล้วคาดว่าจะเสนอให้สภาการพยาบาล และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาพิจารณาได้ในเร็วๆนี้ ส่วนสาขานิติรัฐศาสตร์ ซึ่งนำเอาวิชานิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ 3 สาขาวิชามาบูรณาการเป็นหลักสูตรเดียวกัน อยู่ระหว่างการส่งให้ผู้ทรงคุณวุฒิวิพากษ์หลักสูตรคาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้ ซึ่งจะเน้นผลิตบัณฑิตให้มีความรู้ด้านกฎหมายมหาชน เพื่อออกไปรับใช้ชุมชน คาดว่าจะเปิดสอนได้เร็วๆ นี้เช่นกัน
"การจะทำงานใดๆ ต้องมีการวางแผนผมเชื่อว่าถ้ามีแผนที่ดี เป้าหมายที่วางไว้ก็จะไม่ไกลเกินเอื้อม และถึงแม้ว่าผู้บริหารจะมีการผลัดเปลี่ยนไปตามวาระแต่ว่าแผนก็จะยังคงอยู่เพราะมีเป้าหมายที่ชัดเจน ฉะนั้น LERT Model จึงเป็นแนวทางในการพัฒนาบัณฑิตและบุคลากรอย่างต่อเนื่องและตลอดไปได้เช่นเดียวกัน" ผศ.ดร.เฉลย กล่าวทิ้งท้าย



