ผู้นำท้องถิ่นศรีสะเกษเยือนกัมพูชา
นายอำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ นำกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในอำเภอภูสิงห์ เดินทางเชื่อมความสัมพันธ์ระดับท้องถิ่น ระหว่างไทย - กัมพูชา ช่วยเหลือพัฒนา ศูนย์การเรียนรู้ชาวกัมพูชา
ผู้สื่อข่าวรายงาน วันที่ 21 ส.ค.54 ที่หมู่บ้าน อูกิกันดาน อำเภออะลองเวง จังหวัดอุดรมีชัย กัมพูชา นายเกริกชัย ผ่องแผ้ว นายอำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ นำคณะผู้บริหารท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในเขตอำเภอภูสิงห์ เดินทางเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชา เยี่ยมชมช่วยเหลือ ศูนย์การเรียนรู้ ที่ดำเนินการสร้างมาแล้วกว่า 4 ปี เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระดับท้องถิ่นระหว่าง 2 ประเทศ
โดยศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้ ได้รับงบประมาณจากรัฐบาลไทย และทางอำเภอภูสิงห์ เป็นผู้ก่อสร้าง และให้การสนับสนุนทางด้านความรู้ บุคลากร ในการเรียนรู้ ขณะเดินทางไปถึง ชาวบ้านในหมู่บ้านกำลังเรียนรู้วิธีเลี้ยงไก่ ซึ่งได้สอบถามไปยัง หัวหน้าศูนย์ฯ ทราบว่ายังขาดแคลนไก่ โดยทางอำเภอภูสิงห์ และสำนักงานเกษตร อำเภอภูสิงห์ รับปาก จะได้นำแม่พันธุ์ไก่บ้านของไทย มามอบให้กับชาวบ้านกัมพูชา ในโอกาสต่อไป
นายเกริกชัย กล่าวว่า ภายหลังจากที่ศาลโลกได้ตัดสินให้กองกำลังทหารทั้งฝ่ายไทย และฝ่ายกัมพูชา ถอนกำลังออกจากพื้นที่ข้อพิพาท โดยกำหนดเป็นเขตปลอดทหาร 4 จุด ส่งผลให้บรรยากาศตามแนวชายแดนดีขึ้น ที่จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ ที่มีเส้นทางเชื่อมโยงออกไปสู่แหล่งท่องเที่ยว 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก อย่างเช่น นครวัต-นครธม ของกัมพูชา ได้พัฒนาเป็นเส้นทางลาดยาง ด้วยความร่วมมือของรัฐบาลไทย ให้เงินกู้ปลอดดอกเบี้ยเพื่อพัฒนาเชื่อมโยงกัน
ขณะนี้บรรยากาศตามแนวชายแดนเริ่มดีขึ้นโดยลำดับ ขณะที่กัมพูชาเองก็หวังที่จะนำเข้าสินค้าจากฝั่งไทย ผ่านเส้นทางนี้เพราะระยะทางสั้น สะดวก ต้นทุนในการขนส่งถูกกว่าทุกเส้นทางสู่นครวัต-นครธม ที่มีนักท่องเที่ยวทั่วโลกเดินทางมา ตนเองในฐานะผู้นำท้องถิ่น ก็ได้พัฒนาความสัมพันธ์ในระดับล่างเท่าที่จะทำได้ อย่างน้อยก็เป็นคนที่อยู่บ้านชิดติดกัน ซึ่งก็ได้รับการตอบสนองที่ทรงคุณค่า ด้วยไมตรีจิตที่งดงามของผู้นำท้องถิ่นในกัมพูชาด้วย ซึ่งตนก็จะได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาได้รับทราบต่อไป ถึงความสัมพันธ์อันดีต่อกัน
การเดินทางมาในครั้งนี้ของทางผู้นำท้องถิ่น ฝ่ายปกครอง ได้เป็นการประเดิมในส่วนของนำแนะการท่องเที่ยวโดยผ่านทางด่านช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ ผ่านเส้นทางสายลวดเดิม ที่ปัจจุบันเป็นเส้นทางลาดยางตลอด จากฝั่งไทย สู่นครวัตร-นครธม เพียง 135 กิโลเมตร จึงเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปเที่ยวยังประเทศกัมพูชา ภายใต้บรรยากาศการต้อนรับของชาวกัมพูชา ที่เป็นมิตร ให้การต้อนรับคณะเป็นอย่างดี สร้างความสัมพันธ์ที่ดีในระดับท้องถิ่นของทางอำเภอเป็นอย่างดีด้วย



