
พัก'ใจ-กาย'ที่'เกาะปาลาวัน'
เบียดธรรมชาติที่เกาะปาลาวัน อีกหนึ่งเกาะที่นักเที่ยวตัวยงต้องสัมผัส โดย...กาญจนา หงษ์ทอง
บางครั้งคนเราก็ไม่รู้หรอกว่าโชคชะตาจะขีดเส้นให้เราต้องร่อนเร่พเนจรไปที่ไหนบ้าง ก็คงเหมือนปีนี้ ใครจะคิดว่าจะต้องโคจรกลับมาเยือนประเทศฟิลิปปินส์ถึงสองครั้งสองคราว เมื่อต้นปีเพิ่งบากหน้าไปหาดินแดนเจ็ดพันเกาะอยู่หลัดๆ ตอนนั้นไปตะลุยเกาะบอราคาย(Boracay) และเกาะเซบู (Cebu)
5 เดือนผ่านไป อยู่ในท่าพร้อมไปฟิลิปปินส์อีกยก คราวนี้ตั้งใจว่าจะเบนเข็มไปหาเกาะปาลาวัน (Palawan) บ้าง จำได้ว่าเวลารอนแรมอยู่ต่างประเทศ เจอนักท่องเที่ยวหลายคน มักจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ถ้าเล็งพิกัดไปหาหนึ่งในเกาะงดงามที่สุดของฟิลิปปินส์ จงมุ่งหน้าไปหาเกาะปาลาวัน
เที่ยวนี้ลองเปลี่ยนไปใช้บริการสายการบินฟิลิปปินส์ แอร์ไลน์ส (0-26335713-4) สายการบินแห่งชาติของประเทศฟิลิปปินส์ แถมยังเป็นสายการบินเก่าแก่ที่สุดในทวีปเอเชียด้วย เขามีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไป-กลับมะนิลา วันละ 3 ไฟลท์ พอไปถึงมะนิลาก็มีเส้นทางบินเชื่อมไปยังเกาะแก่งน้อยใหญ่อีกเกือบ 30 เส้นทาง นี่เป็นครั้งแรกที่ลองบินกับสายการบินนี้ ก็ต้องบอกทั้งบริการบนเครื่องและสภาพเครื่องสอบผ่าน
จากมะนิลาบินต่อไปเกาะปาลาวัน แค่ชั่วโมงเศษก็ถึงสนามบินปูเอร์โต พรินเซซา ก่อนเครื่องบินจะถึงเกาะปาลาวัน มองลงมาจะเห็นเกาะแก่งของฟิลิปปินส์ทอดตัวระเกะระกะเต็มไปหมด นั่นเพราะรายรอบปาลาวันมีเกาะเล็กเกาะน้อยอีกกว่า 1,700 เกาะ
เห็นไกด์เกริ่นว่าวันเดียวจะพาไปเที่ยว 3 เกาะ แค่คิดก็ชิงเมื่อยไปก่อนแล้ว เขาพูดจริงทำจริง พาลงเรือที่ฮอนด้าเบย์จากนั้นพาโคลงเคลงบนเรือไม้ไผ่มุ่งหน้าไปหาเกาะปลาดาว เกาะงู และเกาะพันดัน
มองจากแนวราบ ดูไม่ออกว่าเป็นรูปปลาดาว แต่ไกด์บอกว่าถ้ามองจากบนอากาศจะเห็นเกาะนี้เป็นทรวดทรงคล้าย นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มาเที่ยวก็เป็นพวกชาวฟิลิปปินส์เองมากกว่าครึ่ง ที่เหลือก็มีพวกยุโรป เกาหลี ญี่ปุ่น และไต้หวัน คนไทยยังไม่ค่อยมาเที่ยวกันเท่าไหร่ ยกเว้นพวกที่ตั้งใจมาดำน้ำจริงๆ ถึงจะมุ่งหน้ามาที่ปาลาวันและเกาะละแวกนี้เลย
จากเกาะปลาดาว ไกด์พาเรานั่งเรือต่อไปหาเกาะงู เหมือนเช่นเคย คนที่นี่เขาตั้งชื่อเกาะตามรูปร่างของเกาะ เกาะงูถ้ามองจากทางอากาศก็จะเห็นรูปร่างคดเคี้ยวผอมบางเหมือนงูเลย
อ้อยอิ่งอยู่ที่เกาะงูกันได้พักใหญ่ ก็นั่งเรือต่อไปยังเกาะพันดัน เกาะที่เป็นหนึ่งในไฮไลท์ของย่านนี้ เพราะหาดทรายขาวเนียน และน้ำทะเลที่ใสแจ๋ว แถมยังมีที่พักบนเกาะด้วย ทำให้เกาะนี้ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่มาแวะพักค้างคืนกันที่นี่ เกาะนี้เขาตั้งชื่อตามต้นพันดัน ต้นไม้ที่เป็นเหมือนโลโก้ของเกาะ
แล้ว 3 เกาะนี้ก็ทำให้รายชื่อเกาะแก่งน้อยใหญ่ในบ้านเราผุดพรายขึ้นกลางกระหม่อม เกาะช้าง เกาะหมาก เกาะล้าน เกาะเสม็ด และอีกหลายๆ เกาะจะเหมือน 3 เกาะนี้มั้ยที่ชื่อนั้นได้มาเพราะรูปร่างหรือต้นไม้บนเกาะ
กลางฤดูฝนบนเกาะปาลาวัน อากาศทำท่าคุ้มดีคุ้มร้าย มวลอากาศแบบร้อนชื้น ค่อยๆ แทรกตัวผ่านผิวหนัง
หลังจากลำเลียงข้าวปลาอาหารลงไปตุนในกระเพาะ ฉันมุ่งหน้าไปที่เมืองสะบัง ต้นทางของการไปเยือนอันเดอร์กราวนด์ รีเวอร์ (Underground River) ไกด์บอกว่าเราต้องนั่งรถเกือบ 2 ชั่วโมง ผ่านถนนที่ค่อนข้างแคบและคดเคี้ยว แต่ไม่น่าเบื่อเพราะมีวิวสวยๆ ให้ดู เลยทำให้มีโอกาสได้เห็นความสมบูรณ์ของป่าที่นี่ ข้อมูลจากการท่องเที่ยวฟิลิปปินส์ (www.tourism.gov.ph) บอกว่าป่าสมบูรณ์ของประเทศฟิลิปปินส์กว่า 70% อยู่ที่เกาะปาลาวัน
จากหมู่บ้านสะบัง ไกด์พานั่งเรือไปอีกเกือบครึ่งชั่วโมง จึงจะถึงอุทยานแห่งชาติปูเอร์โต พรินเซซา ที่ตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติตั้งแต่ปี 1992 และได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกจากยูเนสโกเมื่อปี 1999 ที่ผ่านมานี้เอง จากความสมบูรณ์และความหลากหลายของผืนป่า เพราะป่า 8 ใน 13 ประเภทที่เจอในแถบทรอปิคอล เอเชีย พบได้ที่นี่ แน่นอนมาที่นี่เราไม่ได้เจอแค่ป่าฝนแบบร้อนชื้น แต่ยังมีป่าโกงกาง ป่าชายหาด ป่าดิบเขา ป่าบนที่ราบ และป่าในแม่น้ำ
นักท่องเที่ยวพอมาถึงที่นี่ก็รีบสาวเท้าไปบนสะพานไม้พุ่งไปหาธารน้ำใต้ดินกันทั้งนั้น โดยจะต้องเดินเท้าไปอีกนิดนึง เพื่อไปที่จุดลงเรือ แต่พอมาถึงจุดนี้ ก็ต้องเจอกับนักท่องเที่ยวที่ต่อคิวลงเรือกันแน่นไปหมด
หลังจากกลับมาหาข้อมูลก็พบว่า สถานที่ที่ผ่านเข้ารอบเป็น 28 แห่งสุดท้ายของโหวตหาสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติยุคใหม่ เฉพาะในเอเชียยังมีอีกประมาณ 6-7 แห่ง นอกจากอันเดอร์กราวนด์ ริเวอร์ ของอุทยานแห่งชาติปูเอร์โต พรินเซซา ก็ยังมีฮาลองเบย์ของเวียดนาม ก็มีเกาะเชจูของเกาหลี เกาะโคโมโดของอินโดนีเซีย เกาะมัลดีฟส์ เทือกเขาหยูซานของไต้หวัน และซันดาร์บานส์ของประเทศอินเดียและบังกลาเทศ
ส่วนที่นี่จะติดเป็น 1 ใน 7 ของสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติยุคใหม่รึเปล่าต้องลุ้นกันต่อในวันที่ 11 เดือน 11 ปีนี้
ก่อนลงเรือเขาให้นักท่องเที่ยวทุกคนใส่ชูชีพและหมวก เพื่อความปลอดภัย ลำหนึ่งปกติเขาจะให้นั่งประมาณ 8-10 คน โดยจะมีฝีท้ายรั้งท้ายอยู่ข้างหลัง คอยเป็นไกด์ชี้ชวนและให้ดูมุมต่างๆ ที่น่าสนใจ เพราะภายในถ้ำจะมืดมาก ลูกทัวร์คนที่นั่งหน้าสุดจะต้องทำหน้าที่ฟังฝีพายแล้วส่องไฟไปยังเป้าหมาย ถึงจะเห็นหินงอกหินย้อย หินหน้าตาประหลาด หรือรูปแปลกๆ บนผนังถ้ำ ที่บางทีเราก็มองไม่ออกว่าเป็นอะไร พอฝีพายบอกเราถึงร้องอ๋อ เป็นต้นว่ารูปไดโนเสาร์ รูปงู รูปเต่า
ถ้ำแห่งนี้ประกาศตัวว่ามีขนาดยาวที่สุดในโลกประมาณ 8.2 กิโลเมตร แต่ส่วนที่ฝีพายพาเราเข้าไปก็จะแค่ครึ่งทางเท่านั้น แล้วพายกลับออกมาทางเดิม โดยใช้เวลาล่องเรือลัดเลาะมุดอยู่ภายในถ้ำประมาณ 45 นาที
ระหว่างทางถ้าแหงนคอขึ้นมองเพดานถ้ำ จะเจอค้างคาวก็เต็มไปหมด แถมยังมีนกบินฉวัดเฉวียนไปมา น่าเสียดาย ที่มืดมากจนแทบมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
แม้ผลของการโหวตหาสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติยุคใหม่ ไม่มีชื่ออันเดอร์กราวนด์ ริเวอร์ของฟิลิปปินส์ แต่นี่คือหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าตื่นตาตื่นใจ ที่สักครั้งในชีวิตคุณควรจะพาตัวเองมาด้อมๆ มองๆ ความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติบนเกาะปาลาวันแห่งนี้
เอาเป็นว่า ถ้ามองหาเกาะที่ประวัติศาสตร์นัดพบกับธรรมชาติต้องไปที่เกาะเซบู แต่ถ้ามองเกาะที่มีไว้ให้นอนเอกเขนก พักผ่อนหย่อนอารมณ์ เกลือกกลิ้งปิ้งตัวบนหาดขาวเนียนต้องไปเกาะบอราคาย แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่นึกอยากผจญภัยหรือขยับตัวเข้าเบียดธรรมชาติแล้วล่ะก็ จงมุ่งหน้ามาหาเกาะปาลาวัน



