
อิ่มอร่อยถูกปากที่'ศาลาริมน้ำ'
ชมวิวชิลๆ ริมสบรวก @ ศาลาแม่น้ำ
อุณหภูมิพุ่งสูงปรี๊ดสลับกับฟ้าฝนที่กระหน่ำลงมาแบบยากจะคาดเดาแบบนี้ คงต้องขออาศัยช่วงชุลมุนหลบหนีความวุ่นวายในเมืองหลวง ไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจก็เข้าท่าไม่น้อย หลังจากตัดสินใจพักใหญ่ก็เคาะลงตัวที่การเลือกสูดอากาศบริสุทธิ์ และชมป่าเขาอันอุดมสมบูรณ์ที่ดินแดนเหนือสุดแดนสยาม จ.เชียงรายโน่น...แต่ก่อนจะเริ่มกิจกรรมทั้งหมดทั้งมวลตามแผนที่วางไว้ คงต้องหาอะไรใส่ท้องกันก่อน หรือที่ใครๆ พูดกันว่า "กองทัพเดินด้วยท้อง" นั่นล่ะถูกต้องที่สุดแล้ว
หลังจากเก็บสัมภาระเข้าห้องพักสุดหรู ท่ามกลางความร่มรื่นเขียวขจีของโรงแรม อนันตรา สามเหลี่ยมทองคำ รีสอร์ทแอนด์สปา ก็ได้เวลาสองเท้าก้าวสรรหาของอร่อยใส่ท้องสำหรับมื้อกลางวันกันแล้ว...พนักงานหน้าตาจิ้มลิ้มผิวขาวใสสไตล์สาวเหนือไม่ผิดเพี้ยน แนะนำให้ตรงไปที่ห้องอาหาร
"ศาลาริมน้ำ" ห้องอาหารแบบโอเพ่นแอร์สุดหรู ริมแม่น้ำ "สบรวก" ซึ่งเป็นสาขาย่อยของแม่น้ำโขงและเป็นเส้นแบ่งเขตระหว่างไทยกับพม่าทางด้านทิศเหนือ ห้องอาหารแห่งนี้ออกแบบโดย บิล เบนซ์เล่ย์ สถาปนิกชื่อดัง เจ้าของรางวัลจากหลากหลายสถาบันทั่วโลก ตกแต่งตามคอนเซ็ปต์ความเป็นโมเดิร์นผสานกลิ่นอายของวัฒนธรรมท้องถิ่นแบบไทยล้านนา ประดับประดาด้วยตุงและโคมล้านนาสีสันสวยงามสะดุดตา เรียกความประทับใจจากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เข้ามาใช้บริการ
ที่นี่มีอาหารหลากสัญชาติไว้คอยบริการ สำหรับคนไทยที่รับประทานอาหารไทยมาแต่อ้อนแต่ออก ลองเปลี่ยนไปลิ้มรสอาหารยุโรปดูบ้างก็น่าจะดีไม่น้อย เพราะที่นี่เขาการันตีความอร่อยว่าไม่เป็นสองรองใคร ส่วนฝรั่งตาน้ำข้าวร้อยทั้งร้อยต้องแนะให้ลองอาหารไทยเท่านั้นถึงจะถูกใจ..ว่าแล้วก็ได้เวลานับหนึ่งความอร่อยวันนี้ด้วยออร์เดิร์ฟเรียกน้ำย่อยอย่าง แหนมเชียงราย ที่ได้ยินชื่อแล้วคงคิดว่าจานนี้แหนมล้วนๆ ชัวร์..แต่ด้วยกุศโลบายที่ต้องการให้ลูกค้าโดยเฉพาะชาวต่างชาติได้ลิ้มลองอาหารพื้นบ้าน เชฟจึงเพิ่มหมูยอ และไส้อั่วไว้ในเมนูนี้ด้วย ตามมาติดๆ กับ ของว่างรวมอนันตรา ภายในจานจัดมาให้ได้ชิมกันอย่างละนิดละหน่อยพอรู้รสความอร่อย มีทั้งทอดมันปลากราย ไก่สะเต๊ะเสิร์ฟพร้อมขนมปังฝั่งเศส และน้ำพริกลงเรือพร้อมผักสดจิ้มครบชุด
หลังน้ำย่อยทำงานเต็มที่ลองสั่งอาหารพื้นบ้านอย่าง ข้าวซอย มาชิมซักหน่อย ข้าวซอยของที่นี่เขาเลือกใช้เส้นหมี่นุ่มๆ และผักดองชนิดพิเศษสั่งตรงจากพม่า รสชาติเผ็ดเล็กๆ ช่วยเพิ่มความอร่อย ส่วนน้ำก็ข้นขลุกขลิกแถมรสชาติยังพอเหมาะพอดีอีกด้วย ส่วนอาหารพื้นถิ่นอีกอย่างที่มาแล้วต้องลองคือ แกงฮังเล ไม่ว่าจะเลือกทานเนื้อหมูหรือเนื้อวัวก็เปื่อยนุ่มลิ้นไม่แพ้กัน เพราะต้องนำไปหมักถึง 1 วันเต็มก่อนนำมาเคี่ยวนาน 3-4 ชั่วโมง เพื่อให้รสชาติกลมกล่อมถึงเนื้อ กินกับข้าวสวยร้อนๆ รับรองไม่ผิดหวัง
ส่วนมื้อไหนอยากหักมุมลองทานอาหารใต้ดูบ้าง แนะนำให้สั่ง ข้าวยำปักษ์ใต้ พร้อมเครื่องเคียงครบชุดทั้งแตงกวา หอม กลีบดอกดาหลา ใบชะพลูซอย และปลากรอบ ราดด้วยน้ำบูดูสั่งตรงจากปักษ์ใต้ นำมาเคี่ยวซ้ำอีกครั้งใส่สมุนไพรไทยอย่างข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด เพื่อดับกลิ่นคาว จานนี้รับรองว่าต้องถูกใจคนรักสุขภาพเป็นแน่ เพราะนอกจากรสชาติจะอร่อย สีสันสวยงามแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพอีกด้วย
หลังอิ่มของคาวเลือกสั่งของหวานสุดฮิตอย่าง ข้าวเหนียวมะม่วง มาตบท้ายมืออร่อยกันหน่อย ที่นี่เขาเลือกใช้ข้าวเหนียวมาจัดเป็นก้อนสี่เหลี่ยมสลับชั้นระหว่างข้าวเหนียวขาวและข้าวเหนียวดำดูแปลกตา โปะหน้าด้วยมะม่วงน้ำดอกไม้รสหวานอมเปรี้ยวเล็กๆ อร่อยลงตัวอย่าบอกใครเชียว
แอ่วเหนือคราวหน้าอย่าลืมแวะหาของอร่อยใส่ท้องที่ "ศาลาแม่น้ำ" ร้านเปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 10 โมงครึ่ง ไปจนถึง 5 ทุ่มนะคะ...



