ไลฟ์สไตล์

หนุนโลจิสติกส์ระหว่างปท.โตกว่า 30%

หนุนโลจิสติกส์ระหว่างปท.โตกว่า 30%

20 ส.ค. 2554

ระบบธุรกิจที่สะท้อนให้เห็นถึงอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ

@ จีน + อินเดีย + 10 อาเซียน ขยายตัว
@ ยุโรป USA นิ่งสนิท

            “ระบบโลจิสติกส์” ระหว่างประเทศ ทั้งขนส่งสินค้าทางทะเล ทางรถลากคอนเทนเนอร์ใหญ่ และทางอากาศระหว่างประเทศ เป็นส่วนหนึ่งของระบบธุรกิจที่สะท้อนให้เห็นถึงอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในภาคที่เป็นจริงได้มากที่สุด ทั้งในประเทศและของโลก นับเป็นเฟืองจักรสำคัญในการรับส่ง “สินค้า” นำเข้าจริงๆ และส่งออกจริงๆ ทุกประเภท สะท้อนภาพการผลิตที่เป็นจริงในปัจจุบันและอนาคตการผลิตได้

            หากมีการนำเข้าเครื่องจักรขนาดใหญ่จำนวนมาก ย่อมหมายถึงการขยายการลงทุนมากขึ้น แรงงานมีการจ้างงานมากขึ้น รายได้ประชาชาติย่อมจะสูงขึ้นด้วย

            ในช่วงปี 2011 นี้ เศรษฐกิจโลกเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ค่อนข้างชัดเจน จากการนำเข้าและส่งออก ที่เติบโตขึ้นลงตามภาวะเศรษฐกิจ ในปี 2009 เศรษฐกิจชะลอตัว ไม่มีลูกค้ามากนัก ไม่มีลูกค้าใหม่ แต่ในปี 2010 เริ่มที่จะกระเตื้องขึ้นมาฟื้นตัวบ้าง แต่ในปี 2011 นี้ การเติบโตเพิ่มขึ้นมากถึง 30%

            ในระยะ 6 เดือนแรกของปีนี้ ตลาดอาเซียน ตลาดอินเดีย และตลาดจีน เติบโตมากขึ้นที่สุด ในขณะที่ตลาดยุโรปและสหรัฐอเมริกา การนำเข้าและส่งออกยังคงทรงตัวอยู่ ไม่ขยายตัว
 ตลาดที่ขยายตัวสูงที่สุดคือ ตลาดในกลุ่มประเทศอาเซียน เพื่อนบ้านรอบๆ ไทยนี่เอง ปีนี้การขนส่งด้วยระบบโลจิสติกส์ของ Leo โตมากที่สุดถึง 25% คาดว่า หากมีการเปิดการค้าเสรีและเชื่อมโยงกันระหว่างกลุ่ม 10 ประเทศอาเซียน “อาเซียนเดียว AEC” ในอีก 3 ปีข้างหน้า ตลาดอาเซียนจะเติบโตมากขึ้น

            จากการสำรวจเมื่อเร็วๆ นี้ คาดว่า ตลาดพม่ามีศักยภาพสูงมากในการเติบโตทางเศรษฐกิจ และกลุ่มประเทศอินโดจีน ยังคงเป็นเป้าหมาย ลาว กัมพูชา

            ปีนี้เศรษฐกิจเอเชีย จีน อินเดีย เติบโตขึ้น อัตราการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้นมากถึง 300-400% ในการขนส่งสินค้าทุกประเภท ข้าว ไม้ ยางพารา ฯลฯ ไปยังอินเดียและจีน

            ผมคิดว่า ต้องยอมรับว่า ระบบการค้าเสรีจะทำให้ประเทศไทยได้ประโยชน์จากการเป็นศูนย์กลางทางการค้า ด้านการขนส่งทางเรือและทางอากาศ แต่ยังมีปัญหาด้านปริมาณ จำนวนการขนส่งที่อนุญาต รวมทั้งการจัดเก็บสินค้า ที่ยังต้องพัฒนาและการควบคุมสินค้าให้มีคุณภาพ ให้เป็นผลดีต่อผู้บริโภค

            การเปิดตลาดอาเซียน เป็นการเปิดโอกาส และมองหาโอกาสที่จะได้ประโยชน์จากตลาดที่เติบโตมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา และมองในภาพบวก ให้พร้อมที่จะแข่งขันจากประเทศเพื่อนบ้าน และโอกาสที่จะ “บุก” ประเทศเพื่อนบ้านได้ โดยเฉพาะในกลุ่มอินโดจีน

            “ความมั่นใจ ความเชื่อมั่น” ของคุณภาพการบริการ เป็นสิ่งที่ “ไทยได้เปรียบ” แม้ว่าจะไม่มีกองเรือพาณิชย์ของไทยเอง แต่ในฐานะ เป็น Logistics Provider ผู้รับจัดการขนส่งภายในและระหว่างประเทศของไทยก็ได้รับการยอมรับมากขึ้นจากผู้ส่งออกและนำเข้า ที่ต้องการการบริการ “ครบวงจร” แบบ one stop service มากขึ้น

            ด้วยเหตุนี้ ระบบไฮเทค จึงเข้ามามีบทบาทมากขึ้น โดยเฉพาะการพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่อำนวยความสะดวกให้การค้าระหว่างประเทศสะดวกมากขึ้น นับตั้งแต่โปรแกรม E-asy Program, ช่วยลดขั้นตอนการจองพื้นที่คอนเทนเนอร์ หรือเรือส่งออก นำเข้า ลดค่าใช้จ่ายและความผิดพลาดในการส่งข้อมูล และยังมีโปรแกรม E-B/L Print ที่สามารถเชื่อมกับธนาคาร เพื่อยืนยันการส่งออกและได้รับโอนเงินทันที ตาม LC ที่ธนาคารรับรองได้ถึงความรวดเร็วด้านการเงิน

            อีกโปรแกรมที่ได้พัฒนาคือ Roms and Tracking System ที่สามารถตรวจสอบรายละเอียดสินค้าทางอินเทอร์เน็ตและติดตามสถานะสินค้าขาเข้าจากประเทศต่างๆ ด้วย Shipment Calender ตลอด 24  ชั่วโมง ทำให้สามารถวางแผนการผลิต การตลาด ได้ทันที ถูกต้องและรวดเร็ว โดยเชื่อมกับเมือง 350 เมืองใน 117 ประเทศทั่วโลก

            ระบบการนำเข้าและส่งออกยังสามารถเชื่อมกับ E custom ของกรมศุลกากร ที่เน้นระบบไร้กระดาษ ในการจัดทำพิธีการศุลกากรขาเข้า-ขาออก

            ระบบทั้งหมดนี้ คาดว่า อีก 5 ปีข้างหน้าจะได้ความนิยมมากขึ้นและต้องใช้ระบบที่พัฒนาการนำเข้าและส่งออกแบบไฮเทคเพิ่มขึ้น และได้รับการยอมรับมากขึ้น ด้วยระบบออนไลน์ภายในประเทศและระหว่างประเทศ

            ในอนาคตคิดว่า การขนส่งสินค้าทางอากาศ ด้วยเที่ยวบินตรง หรือเที่ยวบินต่อ คาดว่าจะเติบโต แม้จะไม่มีการแข่งขันมาก แต่ก็เป็นวิธีการส่งสินค้ารวดเร็ว เหมาะกับการขนส่งสินค้าที่ต้องการความรวดเร็ว อาทิ ผัก ผลไม้หรืออาหาร หรือสินค้าที่ต้องส่งด้วยระบบควบคุมอุณหภูมิ อย่างอาหารทะเล ที่ต้องใช้คอนเทนเนอร์พิเศษที่ควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสม เป็นการขยายตลาดต่างประเทศได้

            การขนส่งที่ต้องเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ อย่างเครื่องจักรขนาดใหญ่ สารเคมี น้ำมันพืช น้ำมัน ก๊าซ ไปยังประเทศต่างๆ หรือนำเข้ามาจากต่างประเทศ ก็เป็นหนึ่งในการบริการที่ไทยน่าจะมีโอกาส “เปิดตลาด” นี้ได้

            ขณะเดียวกัน การขนส่งภายในประเทศและการขนส่งข้ามพรมแดนน่าจะเติบโตมาก เป็นทางเลือกทางหนึ่งในการขนส่งโดยรถบรรทุกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว มาเลเซีย สิงคโปร์ และกัมพูชา เป็นต้น

            รอ AEC อาเซียนเดียว อีก 3 ปี ต้อง “เตรียมคิด” รับมือให้เต็มที่