
พลังบวกช่วย "ฟ้า" มีสติ
หนึ่งบทแห่งชีวิตที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่นั่นหมายถึง ความตั้งใจ และสิ่งที่มุ่งหวังทำด้วยสองมือ
วันนี้แล้วที่สาวสวยที่สุดของประเทศไทย “ฟ้า” ชัญษร สาครจันทร์ สาวสถาปัตยกรรมการออกแบบภายใน แห่งมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วัย 21 ปี เจ้าของมงกุฎ “มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส ประจำปี 2554" จะโบกมือลาประเทศไทย (ชั่วคราว) เพื่อไปปฏิบัติภารกิจการเป็นตัวแทนสาวไทย เข้าร่วมชิงมงกุฎบนเวทีขาอ่อนชื่อก้องโลก “มิสยูนิเวิร์ส 2011” ที่เมืองเซาเปาโล ประเทศบราซิล ด้วยความมุ่งมั่น แต่ความพร้อมของเธอในการทำหน้าที่ตัวแทนสาวไทยจะมีมากน้อยแค่ไหน ขยับลงอีกบรรทัดกันเลยดีกว่า...
ชีวิตหลังจากได้รับตำแหน่ง "มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส" เป็นอย่างไรบ้าง
ฟ้าได้รับตำแหน่งมา 5 เดือนแล้วค่ะ ชีวิตเปลี่ยนไปหมดเลย อย่างเมื่อก่อนไม่มีหน้าที่อะไรไม่มีความกดดัน ความกดดันตรงนี้ถ้าเราเป็นเด็กไม่ได้รับนะ แต่ตอนนี้เหมือนเราก้าวกระโดดเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมา คนอื่นๆ เขาจะค่อยๆ เปลี่ยนของเราแป๊บเดียวความรับผิดชอบเยอะเลย กลายเป็นจุดสนใจไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม ทำให้เราต้องมีความรับผิดชอบสูงขึ้นทั้งกับตัวเอง งาน คนรอบข้าง และต้องไม่ทำให้ครอบครัวเป็นห่วง
กลายเป็นจุดสนใจรู้สึกอึดอัดหรือเปล่า
แรกๆ อึดอัดโดยเฉพาะเวลาแต่งตัวไม่สวยคนจะมอง แต่ถ้าวันไหนเราแต่งตัวสวยจะมองก็มองไปเลย (หัวเราะ) เพราะเราไม่สามารถพร้อมสวยได้ทุกวัน อย่างวันไหนแต่งหน้าแล้วเขาบอกว่าไม่สวยเลย เราก็ต้องมีสตินิดหนึ่งพิจารณาว่ามันไม่ดีจริงหรือเปล่า แรกๆ จิตตกบ่อยมาก เพราะไม่คุ้นเคยกับการที่ต้องวางตัวตลอดเวลา ตอนนี้อาจจะยังไม่สามารถควบคุมตัวเองได้สมบูรณ์แบบ อย่างน้อยสิ่งที่เรียนรู้คือไม่ว่าจะเกิดอะไรผิดพลาดขึ้นอย่าไปจมอยู่กับมัน ซึ่งถ้าจมอยู่จะจบอยู่แค่ไหน ดังนั้นเราต้องระวังตัวขณะเดียวกันการระวังนี้ต้องไม่กดดันตัวเองด้วย
วันนี้ต้องเดินทางไปประกวดมิสยูนิเวิร์สแล้ว รู้สึกตื่นเต้นหรือเปล่า
ตื่นเต้นน้อยกว่าตอนที่ขึ้นเวทีประกวดมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์สมากค่ะ เพราะเวทีนี้มีเวลาเตรียมตัวค่อนข้างมาก ฟ้าไม่ได้กลัวเวทีเพราะรู้สึกว่าทุกคนคงมีความไม่พร้อมคนละแบบ เลยมองในด้านที่เราพร้อมมากๆ แล้วดีกว่า เรียกว่ารอคอยอย่างตื่นเต้นว่า แต่ละวันเราจะได้ทำอะไรบ้าง แต่พอจะทราบกิจกรรมของเขาล่วงหน้าแล้ว เช่น ไปดูการแข่งม้า ไปดูละครเวที ฝึกการตีกอล์ฟ ฝึกเต้นแซมบ้า ไปชมรอบเมืองเซาเปาโล
มีการฝึกซ้อมเต้นแซมบ้าไปบ้างแล้ว
เขาไม่ได้สั่งว่าต้องฝึกนะคะ แค่รู้สึกว่าอยากเข้าใจแซมบ้าสักนิดหนึ่ง กลัวว่าถ้าไปถึงแล้วเวลาไม่พอแทนที่เราจะสามารถเรียนรู้ได้เต็มที่อาจจะได้ไม่เท่าไร พอได้เรียนเต้นเบื้องต้นมาแล้วสนุกนะคะ สิ่งหนึ่งที่การเต้นสไตล์ละตินจะเน้นคือการขยับสะโพก ทำแล้วรู้สึกเหมือนเราเป็นสาวละตินแข็งแรงและสดชื่น
คิดว่าจุดเด่นของเราคืออะไร
น่าจะเป็นรอยยิ้ม (หัวเราะ) เพราะเป็นคนร่าเริงและออกตลกๆ นิดหนึ่ง มีความเป็นธรรมชาติสูงมาก ซึ่งเป็นข้อดีของตัวเองเลยหวังว่าตรงนี้จะกลายเป็นจุดเด่นของเรา ความที่เราเป็นคนสนุกสนานเฮฮา ก็อยากจะชวนเพื่อนๆ ให้มาสนุกสนานด้วยกัน น่าจะเป็นวิธีการสร้างความโดดเด่นที่เป็นธรรมชาติ
เห็นว่าปีนี้ไม่มีการประกวดชุดประจำชาติ
ไม่เป็นไรเลย เพราะที่สำคัญที่สุดไม่ใช่เรื่องของรางวัล แต่เป็นเรื่องที่เรานำความเป็นไทยออกไปสู่เวทีสากลเพื่อบอกให้คนทั่วโลกรู้ ยังไงก็ต้องทำให้สวยเพื่อให้ทุกคนรู้จักและจำเอกลักษณ์ของไทยให้ได้มากที่สุด เพราะในหนึ่งปีจะมีโอกาสได้โชว์แค่ครั้งเดียว ถึงแม้ปีนี้จะไม่มีการประกวดแต่ฟ้าก็รู้สึกภูมิใจมากที่ได้ใส่ชุดนี้ไปโชว์ เพื่อเป็นการโชว์เอกลักษณ์ความเป็นไทยออกไปสู่ต่างประเทศ
ความมั่นใจตอนนี้กี่เปอร์เซ็นต์แล้ว
ถ้าในใจให้ 95 เปอร์เซ็นต์ค่ะ แต่ถ้าภายนอกให้ 90 เปอร์เซ็นต์แล้วกัน จะไป 100 เปอร์เซ็นต์เมื่อเหยียบประเทศบราซิลค่ะ ถามว่าหวังมงกุฎหรือเปล่าก็หวังนะ เพราะถ้าเราหวังแค่เข้ารอบอาจจะได้แค่นั้น หวังให้สูงๆ ไปเลย เพราะการประกวดมิสยูนิเวิร์สไม่ได้เป็นการประกวดเหมือนตุ๊กตาบาร์บี้ เขาประกวดคนที่มีเสน่ห์มีชีวิต ตรงนี้เราอาจจะมีสิ่งที่เขาต้องการก็ได้ หวังไว้ลึกๆ แล้วกันว่าเขาจะเลือกเรา ฟ้าค่อนข้างมั่นใจเพราะการประกวดคนที่จะแพ้หรือชนะอยู่ที่ความมั่นใจด้วย ใครก็กลัวได้แต่คนชนะคือคนที่สามารถรู้ข้อดีของตัวเองและพรีเซนต์ออกมาให้ดีที่สุด
ที่ผ่านมาเตรียมตัวยังไงบ้าง
สิ่งที่ฟ้าเตรียมตัวมากเป็นพิเศษ คือเรื่องของจิตใจ ฟ้าไปอยู่วัดถือศีลนั่งสมาธิ ทำให้ใจเย็นลงเวลาเห็นปัญหาจะได้ไม่ตกใจ และพยายามอยู่กับคุณพ่อคุณแม่เยอะๆ เพื่อท่านจะได้สอนเรื่องทัศนคติที่ดีให้เราเรื่องการคิดบวกหรือการให้กำลังใจตัวเอง ฟ้ามองว่าเรื่องอื่นเป็นเรื่องภายนอกแต่เรื่องภายใน น่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้เขาเลือกว่าใครควรได้เป็นมิสยูนิเวิร์ส เลยค่อนข้างที่จะใช้เวลากับการสร้างทัศนคติที่ดีให้แก่ตัวเองเยอะๆ ปกติฟ้าเป็นคนชอบอ่านหนังสือหมวดพัฒนาตัวเองอยู่แล้ว ซึ่งในหมวดนี้จะมีการรวมธรรมะเข้าไปด้วยอยู่แล้ว เลยเหมือนการอ่านหนังสือธรรมะอย่างหนึ่ง
ทำไมถึงชอบอ่านหนังสือหมวดพัฒนาตัวเอง
ฟ้าเป็นคนชอบพัฒนาตัวเองค่ะ จะสำรวจตัวเองตลอดเวลา บางทีรู้สึกว่าทำไมเราถึงไม่มีความสุขกับเรื่องแค่นี้ เดี๋ยวนี้เราเปลี่ยนไปนะทำไมกลายเป็นคนใจร้อน อาจจะเป็นเพราะเรามีความกดดันมีหน้าที่ต้องทำ เลยต้องหันกลับมามองตัวเองว่าเราเปลี่ยนไปในทางที่แย่ลงหรือเปล่า ฟ้าดีใจมากที่ได้รับตำแหน่งนี้ ทำให้เราได้พัฒนาตัวเองได้อย่างรวดเร็ว ถึงมันจะยากแต่เป็นประสบการณ์ที่มีค่ามาก คนเราเลือกสิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิตไม่ได้ แต่เมื่อสิ่งเหล่านั้นผ่านเข้ามาแล้วเราอาจจะรู้สึกว่า ทำไมไม่เป็นแบบนั้นไม่เป็นแบบนี้ ถ้าเราลองมองดูดีๆ จะเห็นว่าทุกสิ่งเป็นไปตามธรรมชาติ มีแต่เรานี่แหละที่พยายามเอาใจไปเกี่ยวกับมันทำให้เราเป็นทุกข์ อยากให้ทุกคนมองทุกสิ่งในแง่ดี แล้วจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุข
คิดว่าตัวเองมีหัวโขนอยู่บนศีรษะบ้างหรือเปล่า
ฟ้าเลือกที่จะไม่ใส่หน้ากากหรือหัวโขนเลย ความเป็นนางงามคือความดูดีความเป็นตัวเองเป็นอีกบทบาทหนึ่งค่ะ เราสามารถทำตัวสบายๆ สามารถทำตัวให้กิริยางามสง่าได้ นึกว่าเป็นแค่อีกบทบาทหนึ่ง ไม่ได้เป็นการใส่หน้ากาก ตัวฟ้าคือตัวฟ้าเราเลือกที่จะปรับความเป็นนางงามกับตัวเองให้เข้าหากัน เพราะจะได้เป็นสิ่งที่แท้จริง ฟ้าเชื่อว่าสิ่งที่เราพูดหรือแสดงออกไปนั้น คนเขารู้นะว่าจริงใจหรือไม่จริงใจ ฟ้าอยากให้คนรักฟ้าระยะยาว และอยากอยากให้ทุกคนเป็นแบบนี้ เวลาทำงานอาจจะต้องวางตัวให้เป็นที่น่าเคารพ แต่ไม่อยากให้ทุกคนมองว่าเป็นการเฟกท์ อยากให้มองว่าเราพูดดีกับเขาแล้วเขารู้สึกดี เป็นการเปลี่ยนมุมมองดีกว่า คนเราจำเป็นต้องมองโลกในแง่ดีนะ เพราะชีวิตมีความกดดันเยอะ อยากให้ใส่ใจเรื่องของจิตใจกันจะได้มีความสุข บางทีเวลาใจมีความสุขสิ่งของอะไรก็ไม่สำคัญแล้วล่ะ
และนี่...คือ พลังบวกที่ทำให้สาวอารมณ์ดี "ฟ้า" ชัญษร สาครจันทร์ ไม่เคยหวั่นกลัวกับสิ่งใด แม้หนทางข้างหน้าจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบก็ตาม...



