
บุญ...อุทิศกุศลทารกแท้ง (วัดแค)
วิถีบุญวิถีธรรม : บุญ...อุทิศกุศลทารกแท้ง (วัดแค) : เรื่อง ไตรเทพ ไกรงู / ภาพ ประเสริฐ เทพศรี
"งานบำเพ็ญกุศลอุทิศดวงวิญญาณทารกที่เสียชีวิตจากการคลอดก่อนกำหนด" เป็นงานบุญของวัดแค ต.รั้วใหญ่ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ซึ่งมีพระครูปลัดธรรมวงศานุวัตร (สมศักดิ์ กตวัฑฒโน) หรือ พระครูโอ๋ เป็นเจ้าอาวาส โดยในปีนี้จะจัดในวันอาทิตย์ที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๔ ซึ่งเป็นปีที่ ๔ ครั้งที่ พิธีกรรมจะเริ่มเวลา ๐๙.๐๐ น. เป็นต้นไป ทั้งนี้ เวลา ๑๓.๐๐ น. อ.ลักษณ์ เรขานิเทศ (โหรฟันธง) จะเป็นผู้นำประกอบพิธีบวงสรวงขอขมากรรม ขออโหสิกรรม เวลา ๑๔.๐๐ น. พระสงฆ์แสดงพระธรรมเทศนา ๑ กัณฑ์ เวลา ๑๔.๓๐ น. พระสงฆ์สวดมาติกาบังสุกุล และประชุมเพลิง เวลา ๑๕.๐๐ น.
บรรกาศในงานบุญ ๔ ครั้งที่ผ่านมานั้น ศาลาและลานโล่งของวัดแคจะเนืองแน่นไปด้วยประชาชนเดินทางมาจากทั่วสารทิศ จากเหนือจรดใต้ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากกรุงเทพฯ ทั้งที่เดินทางมาคนเดียว แบบคู่รักหนุ่มสาว และครอบครัว
บรรยากาศในพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศดวงวิญญาณทารกที่เสียชีวิตจากการคลอดก่อนกำหนด ไม่แตกต่างจากงานเผาศพจริงๆ แม้จะมีการเขียนเฉพาะชื่อผู้ตายลงในกระดาษแล้วนำไปใส่โลง แต่ก็มีผู้มาร่วมงานหลายร้อยคนร้องไห้ราวกับว่ามีร่างอันไร้วิญญาณของลูกจริงๆ
นอกจากนี้แล้วมีสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจ และถือว่าเป็นความพิเศษแตกต่างจากงานบุญทั่วๆ ไป คือ สังฆทาน หรือสิ่งของที่ผู้ร่วมงานนำมาทำบุญจะเป็นข้าวของเครื่องใช้เกี่ยวกับเด็กทั้งสิ้น เช่น ที่นอน หมอน มุ้ง ขวดนม แป้ง ผ้าอ้อม เสื้อผ้า จักรยาน รวมทั้งอุปกรณ์กีฬาประเภทต่างๆ
"การทำแท้งเป็นเรื่องของทางโลก ส่วนเรื่องการทำบุญเป็นเรื่องของทางธรรม พิธีนี้มุ่งเน้นให้มีจิตสำนึกเรื่องบาปบุญคุณโทษ จะเป็นใครก็ได้ขอเพียงให้ผู้เคยกระทำความผิดพลาดในอดีต ทั้งตั้งใจและไม่ตั้งใจ ได้มีโอกาสตระหนักถึงการกระทำอันเป็นบาป ทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อบรรเทาจิตใจให้ทุเลาลงไม่มากก็น้อย" นี่เป็นคำยืนยันของพระครูโอ๋
พร้อนนี้พระครูโอ๋ ยังบอกด้วยว่า การทำแท้งที่เกิดขึ้นด้วยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ถือเป็นกรรมหนัก เพราะเป็นการฆ่าชีวิต ไม่ได้เกิดขึ้นกับเฉพาะผู้เป็นแม่เท่านั้น แต่ส่งผลไปยังทุกคนผู้ที่มีส่วนร่วมในการทำแท้ง ผู้ที่บอกให้ไปทำแท้ง ผู้ที่พาไป ผู้ที่ให้เงินไปทำ ผู้ที่แนะนำสถานที่ให้ไปทำ รวมทั้งผู้ลงมือทำ ทั้งที่เป็นหมอและไม่ได้เป็นหมอ ถือว่ามีส่วนร่วมในการทำกรรมหนักทั้งสิ้น
สำหรับปัจจัยทัยทานที่ญาติโยมนำมาถวายนั้น พระครูโอ๋ บอกว่า เป็นของที่พระนำไปใช้ไม่ได้เลยสักอย่าง ไม่ว่าจะเป็นที่นอน หมอน มุ้ง ขวดนม แป้ง ผ้าอ้อม เสื้อผ้า จักรยาน รวมทั้งอุปกรณ์กีฬาประเภทต่างๆ ทั้งนี้ทางวัดได้นำไปต่อบุญให้ผู้ที่ทำบุญ คือ มอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนในเขต ต.รั้วใหญ่ ซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์มอบให้วิทยาลัยนาฏศิลปสุพรรณบุรี ซื้อเครื่องอบขนมปังมอบให้โรงเรียนวัดโคกโคเฒ่า มอบเงินเพื่อจัดซื้อเครื่องติดตามค่าออกซิเจนในเลือดสำหรับทารกที่คลอดก่อนกำหนดให้โรงพยาบาลพระปกเกล้า จ.จันทบุรี มอบเงินเพื่อซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ให้โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่๑๗ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เป็นต้น
ทั้งนี้ พระเทพสุวรรณโมลี หรือ "หลวงพ่อสอิ้ง" เจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี พระนักประพันธ์และนักเทศน์ของชาวสุพรรณบุรี เคยแสดงพระธรรมเทศนาไว้เมื่อครั้งถูกนิมนต์ในงานดังกล่าวว่า
"โดยปกติแล้วเรามักจะทำบุญให้บุคคลที่เกี่ยวพันกับเรามานาน ที่เรียกว่าอยู่และเห็นหน้ากันมานาน จนบางครั้งเราอาจจะลืมไปว่าทารกที่ตายก่อนกำหนดนั้น ก็มีจิตวิญญาณ ทารกบางคนเกิดมา ๑-๒ วัน ก็เสียชีวิต พ่อแม่สมัยใหม่ไม่ได้ประกอบพิธีกรรมใดๆ ทางศาสนา และเมื่อวัดใดวัดหนึ่งจัดงานขึ้น จึงมีคนไปร่วมงานจำนวนมาก ซึ่งอาจจะดูเป็นเรื่องแปลก แต่ถ้าคิดว่าเป็นการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับไปแล้ว ก็ถือว่าเป็นการทำบุญตามธรรมดาตามวิถีชาวพุทธ"



