
จัดโชว์'หนังใหญ่'สวยสุดของไทย
กรมศิลป์จัดโชว์หนังใหญ่ชุด พระนครไหว ที่สวยงามสุดของไทย สร้างสมัยร.2 ยกเป็นต้นแบบจัดสร้างหนังใหญ่ชุดใหม่ เปิดให้ประชาชนเข้าชมในนิทรรศการพิเศษเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย ภัณฑารักษ์แนะส่งเสริมคนในประเทศรู้จักหนังใหญ่ ดีกว่าไปขึ้นทะเบียนแล้วคนในประเทศไม่รู้
เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม นางสุกุมล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการผลักดันร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยมรดกวัฒนธรรมจับต้องไม่ได้ พ.ศ. ...ของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) หลังจากทางประเทศกัมพูชาขึ้นทะเบียนท่ารำ และหนังใหญ่ ภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ว่า ได้หารือกับนายอภินันท์ โปษยานนท์ อธิบดี สวธ. เกี่ยวกับการผลักดันร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวแล้ว โดยกำหนดกรอบระเวลาไว้ว่าหลังจากรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเสร็จเรียบร้อย วธ.ก็จะนำร่างพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบทันที
“ขณะนี้ได้มอบหมายให้ สวธ. ส่งหนังสือสอบถามความเห็นเกี่ยวกับการประกาศใช้ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยมรดกวัฒนธรรมจับต้องไม่ได้ ไปยังหน่วยงานต่างๆ ที่มีส่วนได้เสีย ว่าเห็นด้วยหรือไม่ และมีข้อเสนออย่างไรบ้าง ส่วนกรณีที่ไทยจะเข้าร่วมภาคีอนุสัญญาฯ ของยูเนสโกหรือไม่นั้น จะต้องมีการนำเข้าไปหารือกับ ครม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง อย่างไรก็ตามการดำเนินการเรื่องนี้จะเร่งหารือให้ได้ข้อสรุปโดยเร็ว”นางสุกุมล กล่าว
นายดิษพงศ์ เนตรล้อมวงศ์ ภัณฑารักษ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรมศิลปากร ในฐานะผู้ให้ความรู้เรื่องหนังใหญ่ในนิทรรศการพิเศษเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย 2554 เรื่อง “งานช่างหลวง” ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 17 ตุลาคม 2554 ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กล่าวว่า การแสดงหนังใหญ่นั้นในพงศาวดารเขียนไว้ว่า หนังใหญ่จะแสดงเฉพาะในพระราชสำนัก ต่อมาพระมหากษัติย์เสด็จไปตามหัวเมืองต่างๆ มหาดเล็กก็นำไปแสดงเผยแพร่ออกไปตามจังหวัด วัดต่างๆ เช่น ที่วัดขนอน จ.ราชบุรี โดยเฉพาะหนังใหญ่ชุดพระนครไหว สร้างสมัยรัชกาลที่ 2 ได้รับการยกย่อง มีชื่อเสียง ลวดลายและสีสัน ดูเหมือนจะมีชีวิต มีความสวยงามที่สุดและเมื่อแสดงประกอบกับทิพยดุริยางค์และนาฏลีลาชั้นครูแล้ว ถึงกับทำให้ผู้ชมรู้สึกสั่นสะท้านในความงามราวกับต้องมนต์สะกดไปทั้งพระนคร อันเป็นที่มาของชื่อหนังชุดนี้
ต่อมาตกทอดมาสมัยรัชกาลที่ 7 มีการตั้งกรมมหรสพมีการแสดงหนังใหญ่ชุดพระนครไหวจนสมัยกรมศิลปากร ปัจจุบันหนังใหญ่ชุดนี้ไม่สามารถนำออกมาเล่นได้แล้ว เพราะเสื่อมสภาพลง แต่คุณค่าและความสวยงามยังคงมีอยู่ กรมศิลปากรได้จัดทำหนังใหญ่ขึ้นมาอีก 1 ชุดสำหรับการแสดงและศึกษาผสมผสานระหว่างสิ่งที่เป็นวัตถุจับต้องได้ คือ ตัวหนังใหญ่ และสิ่งที่จับต้องไม่ได้ คือ การแสดง โดยมีแรงบันดาลใจและต้นแบบมาจากหนังใหญ่ชุดพระนครไหว โดยได้นำมาจัดแสดงในนิทรรศการครั้งนี้ด้วย เช่น หนังใหญ่พลับพลา ตอน วิรุญจำบังนั่งเมือง หนังจับ เป็นต้น
“ศิลปะหนังใหญ่ถือเป็นวัฒนธรรมสากล เป็นการเล่นหนังกับเงาไม่ได้มีเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เท่านั้น ในตุรกี อียิป เอเชียกลาง จีนก็มี ความคล้ายคลึงในกลุ่มเดียวกันจึงเกิดขึ้นบ้างดังคำว่าที่ว่า ศิลปะโรมันไม่ได้เป็นของอิตาลีอย่างเดียวแต่เป็นศิลปะของยุโรปทั้งหมด เช่นเดียวกัน หนังก็เป็นวัฒนธรรมสากล การขึ้นทะเบียนมรดกวัฒนธรรมจับต้องไม่ได้นั้นก็แล้วแต่ละประเทศจะให้ความสนใจ ศิลปะหนังใหญ่ของไทยกับกัมพูชาอาจจะมีความคล้ายกัน แต่ก็ไม่ได้เหมือนกันเลยทีเดียว หนังใหญ่ไทยก็มีประวัติสืบทอดมาตั้งแต่สมัยอยุธยาเหมือนกัน ไม่ผิดแปลกที่กัมดูชาจะขึ้นทะเบียนไว้ หรือไทยจะขึ้นทะเบียนด้วย เป็นเรื่องที่ดี จริงๆเราไม่ต้องสนใจคนอื่นหรอก ควรส่งเสริมคนในประเทศเราให้รู้จักหนังใหญ่ของไทยก็พอ ดีกว่าไปขึ้นทะเบียนแล้วคนในประเทศไม่รู้ว่าคืออะไร” นายดิษพงศ์ กล่าว
นายดิษพงศ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ไม่เห็นด้วยที่จะดึงเรื่องวัฒนธรรมไปเชื่อมโยงกับเรื่องการเมือง คนที่ชอบพูดว่าเราโดนโขมย อยากถามกลับว่าทุกวันนี้คุณสนใจศิลปะวัฒนธรรมเหล่านี้หรือเปล่า ถ้าเค้าขโมยไปแล้วทำให้ดี ก็ให้เขาโขมัยไปเถอะ เรื่องวัฒนธรรมไม่ได้เกี่ยวกับเชื้อชาติ สัญชาติ อะไรที่ดีงามก็คือวัฒนธรรมสากลของโลก ของถ้าดีจริงต้องอยู่ได้
ขณะเดียวกัน บล็อกเกอร์ชาวเขมร ได้นำรายงานเกี่ยวกับการขอทะเบียนท่ารำไทยต่อยูเนสโกออกเผยแพร่ที่ http://ki-media.blogspot.com/2011/08/cambodia-and-thailand-in-hand-gesture.html



