
เตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์
การให้คำปรึกษาก่อนการแต่งงานและตั้งครรภ์ เป็นการให้การดูแล และปรึกษาคู่สมรส เป็นการเตรียมความพร้อมก่อนการตั้งครรภ์ เพื่อไม่ให้เกิดภาวะเสี่ยงสูง หรือปัญหาสุขภาพของทารกในครรภ์ การดูแลก่อนการแต่งงานและการตั้งครรภ์
สตรีเป็นโรคลมชัก การตั้งครรภ์มีความเสี่ยงที่ทารกจะพิการแต่กำเนิด ถ้าทราบก่อนการตั้งครรภ์ สามารถลดความพิการของทารกได้
สตรีต้องใช้ลิ้นหัวใจเทียม และต้องใช้ยา anticoagulant ได้แก่ coumadin ซึ่งสามารถผ่านรกไปยังทารก ทำให้ทารกพิการแต่กำเนิดได้ โดยมีรายงานว่า ทารกพิการจะมีความผิดปกติของใบหน้า และตัวเตี้ย ดังนั้น ถ้าได้รับการตรวจก่อนการตั้งครรภ์ และทราบว่า มารดาใช้ยา coumadin อยู่ ควรเปลี่ยนเป็นยา heparin ในระหว่างตั้งครรภ์เนื่องจาก heparin ไม่สามารถผ่านรกได้
สตรมีประวัติโรคไต และได้รับการตรวจก่อนการตั้งครรภ์ จะได้รับการรักษาและคำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ โดยปกติถ้าระดับของ creatinine ก่อนการตั้งครรภ์ 3 มก./ดล. และความดันโลหิต diastolic 100 มม. ปรอท ก่อนการตั้งครรภ์ สามารถให้การตั้งครรภ์ดำเนินต่อไปได้โดยมีภาวะความเสี่ยงต่ำ แต่ในกรณีที่สตรีมารับการตรวจก่อนการตั้งครรภ์ และพบว่ามีภาวะไตวาย แพทย์จะแนะนำให้คุมกำเนิด เนื่องจากการตั้งครรภ์จะทำให้มีโอกาสเสี่ยงทั้งต่อสุขภาพของมารดาและทารกในครรภ์
สตรีมีประวัติโรค SLE ถ้าได้รับการตรวจโรคก่อนการตั้งครรภ์ ก็สามารถให้คำแนะนำว่า ควรจะตั้งครรภ์ในระยะสงบของโรค ถ้าตั้งครรภ์ในระยะที่กำลังเป็นโรค อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์ได้ เช่น การแท้ง การคลอดก่อนกำหนด ภาวะความดันโลหิตสูงระหว่างตั้งครรภ์ และภาวะทารกเจริญเติบโตช้าในครรภ์ เป็นต้น
สตรีเป็นความดันโลหิตสูงเรื้อรัง การได้รับการประเมินสภาพของไต และหัวใจก่อนการตั้งครรภ์ ก็จะสามารถลดภาวะแทรกซ้อนและภาวะเสี่ยงในระหว่างตั้งครรภ์ได้ นอกจากนี้แพทย์ยังสามารถเลือกใช้ยารักษาความดันโลหิตสูงที่ปลอดภัยในระหว่างการตั้งครรภ์ เพื่อลดการเกิดความพิการแต่กำเนิดในทารกได้
การประเมินประวัติสุขภาพอนามัยเจริญพันธุ์
1. ประเมินประวัติครอบครัว
2. ประเมินภาวะโภชนาการ มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ การประเมินภาวะโภชนาการประกอบด้วย การชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง การคำนวณหาดัชนีมวลกาย (BMI) การซักประวัติลักษณะทางโภชนาการของผู้รับบริการ การใช้วิตามิน และอาหารเสริม นอกจากนี้ การรับประทานกรด filic 0.4 มก./วัน ก่อนการตั้งครรภ์จะสามารถลดภาวะ neural tube defect ของทารกในครรภ์ลงได้ จากการวิจัยยังพบว่า อุบัติการณ์ของความพิการแต่กำเนิดของทารกจะสูงขึ้น ในมารดาที่มีระดับสังกะสีในเลือดต่ำ
3. ประเมินภาวะเศรษฐกิจและสังคมของผู้รับบริการ จะเป็นตัวกำหนดระยะเวลาที่เหมาะสมของการมีบุตร เพื่อไม่ให้การมีบุตรเป็นภาระต่อครอบครัว สภาพการทำงานตลอดจนภาวะแวดล้อมของที่ทำงาน สารเคมีต่างๆ เช่น สารตะกั่ว พบว่า ถ้ามารดามีระดับของสารตะกั่วในเลือดสูงเกินกว่า 30 มก./100 มล. จะทำให้เกิดความผิดปกติของทารกในครรภ์ได้ สาร organic solvents บางชนิดก่อให้เกิดความพิการแต่กำเนิดได้ นอกจากนี้ อาจทำให้อัตราการแท้งสูงขึ้น การได้รับรังสีมากกว่า 20 rad ทำให้ทารกพิการแต่กำเนิดได้เช่นกัน
นอกจากนี้ ยังมีรายงานทางการแพทย์พบว่า การเกิดมะเร็งในเด็กจะสูงขึ้น 2.4 เท่า ในทารกครรภ์แฝดที่ได้รับรังสีเอกซเรย์ขณะอยู่ในครรภ์ การดื่มสุรา การสูบบุหรี่ การใช้สารเสพติดชนิดต่างๆ ตลอดจนการรับประทานยาบางชนิดเป็นประจำ เช่น ยานอนหลับ จะมีผลต่อสุขภาพของทารกในครรภ์ มารดาที่สูบบุหรี่จะทำให้ทารกแรกเกิดมีน้ำหนักน้อย และก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการแท้ง การคลอดก่อนกำหนด ยาเสพติดก็มีผลต่อทารกในครรภ์เช่นกัน
ในกรณีตรวจพบว่า ยังไม่มีภูมิคุ้มกันหัดเยอรมัน สามารถฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดเยอรมัน เมื่อตั้งครรภ์จะสามารถป้องกันความพิการแต่กำเนิดของทารกในครรภ์ได้ การให้วัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบบี แก่ผู้รับบริการที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกันจะลดการติดเชื้อโรคนี้ไปยังทารกได้
รพ.เกษมราษฎร์ประชาชื่น
โทร.0-2910-1600



