
ออกกำลังกาย ป้องกันโรคหัวใจ
มนุษย์มีการเคลื่อนไหวร่างกายอยู่เกือบตลอดเวลา ทำงาน เล่นกีฬา ผู้ที่ร่างกายแข็งแรงจะสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีภูมิต้านทานโรค และมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอ
การขาดกิจกรรมใช้แรงกายเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคหัวใจ และการเสียชีวิตจากหลายสาเหตุ แต่สังคมปัจจุบันกลับเอื้อให้มนุษย์มีการใช้แรงกายลดลงมาก รวมทั้งมักมีข้ออ้างที่ทำให้ขาดการออกกำลังกายที่พบมากที่สุดคือ “ไม่มีเวลา” และสาเหตุที่ทำให้หยุดทำกิจกรรมต่อเนื่อง คือ การบาดเจ็บจากการออกกำลังกาย
สภาพวัฒนธรรมของครอบครัว กลุ่มเพื่อน โรงเรียน รวมถึงความปลอดภัยของสถานที่ และพฤติกรรมการใช้เวลาหน้าทีวี ก็มีส่วนทำให้การประกอบกิจกรรมทางกายลดลงด้วย อันเป็นเหตุให้อุบัติการณ์โรคเรื้อรัง เช่น โรคหลอดเลือด เบาหวาน โรคอ้วน กลับเพิ่มมากขึ้น
คนที่ใช้ชีวิตแบบนั่งๆ นอนๆ มีโอกาสเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจเป็น 2 เท่าของคนปกติ และพบว่า ปริมาณกิจกรรมทางกายที่ทำ > 2000 กิโลแคลอรี (kcal) ต่อสัปดาห์ จะสามารถลดอัตราเสียชีวิต จากโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ถึง 28%
ในส่วนของการออกกำลังกายเพื่อป้องกันโรคหัวใจ สามารถกระทำได้เต็มที่ตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล แนะนำให้ทำกิจกรรมทางกายระดับปานกลางอย่างน้อยวันละ 30 นาที ทุกวันในสัปดาห์เท่าที่จะทำได้
ประโยชน์ของการออกกำลังกายต่อโรคและภาวะเรื้อรังอื่นๆ
1.ความดันโลหิตสูง การออกกำลังกายสม่ำเสมอสามารถลดการเป็นโรคความดันโลหิตสูงได้ ผู้ที่เป็นโรคแล้วสามารถลดความดันโลหิตได้ทั้งในระยะสั้น (ช่วงเวลา 8-12 ชม. หลังออกกำลังกายทันที) และในการปรับตัวระยะยาวโดยความดันโลหิตได้เฉลี่ย 10 มม.ปรอท
2.เบาหวาน ช่วยลดการเกิดโรคเบาหวานชนิดไม่พึ่งอินซูลิน (NIDDM) ได้ และสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน การออกกำลังกายจะช่วยปรับเมตาบอลิซึมของกลูโคส และเพิ่มความไวต่ออินซูลิน โดยช่วยลดการสลายกลูโคสจากตับเพิ่มการใช้กลูโคสของกล้ามเนื้อและลดน้ำหนักตัว
3.ความอ้วน สำหรับการป้องกันโรค ลำพังเฉพาะการออกกำลังกายจะลดน้ำหนักได้เพียง 2-3 กก. แต่ถ้าร่วมกับการควบคุมอาหารจะลดน้ำหนักได้ถึง 8.5 กก. ขณะที่การควบคุมอาหารอย่างเดียว ลดน้ำหนักได้ประมาณ 5 กก. เช่น เดินเร็ว ปั่นจักรยาน โดยทำเป็นระยะเวลานาน และเพิ่มความถี่เพื่อเพิ่มปริมาณพลังงานที่ใช้ให้มากขึ้น
4.ไขมัน สามารถลดโคเลสเตอรอลรวมได้ประมาณ 63% และยังเพิ่มไขมันชนิดดี (HDL) ในกระแสเลือดเป็นการลดความเสี่ยง และเพิ่มการป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจอีกด้วย
5.โรคหลอดเลือดสมอง ผู้ที่ออกกำลังกายโดยใช้พลังงาน 2,000-3,000 kcal ต่อสัปดาห์ จะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรค 0.54 เท่าของผู้ที่ใช้พลังงานน้อยกว่า 1,000 kcal ต่อสัปดาห์ พบว่าการเดิน (20 กม. ต่อสัปดาห์) จะช่วยลดความเสี่ยงได้ดี
6.ภาวะกระดูกบาง การลื่นล้มของผู้สูงอายุ การออกกำลังกายมีผลในการป้องกันภาวะกระดูกบาง โดยเป็นที่ทราบว่า การออกกำลังกายแบบมีแรงต้าน จะช่วยเพิ่มความหนาแน่นของกระดูกได้ โดยมีงานวิจัยที่สนับสนุนความสัมพันธ์ระหว่างความหนาแน่นกระดูกกับความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ ผู้สูงอายุที่มีร่างกายแข็งแรงมีการประสานการทำงานของระบบกล้ามเนื้อกระดูกที่ดี ก็ลดความเสี่ยงต่อการลื่นล้มได้ด้วย
7.โรคภูมิแพ้ หอบหืด การออกกำลังกายแบบแอโรบิก และการว่ายน้ำจะช่วยควบคุมโรคภูมิแพ้และหอบหืดได้ดี โดยประโยชน์ที่เกิดขึ้นทั้งในช่วงหลังการออกกำลังกายทันที และจากการปรับตัวระยะยาว
โรงพยาบาลไทยนครินทร์
โทร.0-2361-2800



