ไลฟ์สไตล์

"ดีแทค"ยันไม่ผิดเดินหน้าเปิด3จีเมินเสียงท้วงกสท

"ดีแทค"ยันไม่ผิดเดินหน้าเปิด3จีเมินเสียงท้วงกสท

18 ส.ค. 2554

ดีแทคเดินหน้าบริการ 3จี ยันทำทุกอย่างตามกรอบของกฎหมายและรายละเอียดสัมปทาน เผยได้รับหนังสือจาก กสท เพียงฉบับเดียว แถมไม่มีการห้ามดีแทคบริการ 3จี ด้านรมว.ไอซีทีระบุไม่ให้กระทบผู้บริโภคแน่

            นายจอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค กล่าวหลังเข้าพบ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ว่า ได้ขอให้รัฐมนตรีเข้ามาดูแลเรื่องการให้บริการ 3จี บนคลื่นความถี่ 850 เมกะเฮิรตซ์ (เอชเอสพีเอ) เพื่อให้เกิดความยุติธรรมในการให้บริการต่อลูกค้า ซึ่งการเดินหน้า 3จีของดีแทคนั้น ได้ทำทุกอย่างตามกรอบของกฎหมาย และดำเนินตามรายละเอียดสัญญาสัมปทาน

             ส่วนกรณีบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ส่งหนังสือเตือนให้ดีแทครอการชี้แจงจากสำนักงานอัยการสูงสุดนั้น นายจอน กล่าวว่า ดีแทคได้รับหนังสือจาก กสท ฉบับเดียว เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2554 และในหนังสือไม่มีข้อความระบุห้ามดีแทคดำเนินการแต่อย่างใด อีกทั้งไม่มีข้อความแสดงว่าการดำเนินการของดีแทคผิดสัญญาสัมปทาน ทั้งนี้ ที่ผ่านมาบริษัทได้ดำเนินการทุกอย่างตามขั้นตอน ซึ่งตามสัญญาสัมปทานดีแทคก็มีสิทธิเปิด 3จี ได้เช่นเดียวกับผู้ประกอบการรายอื่น

             ด้าน น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า ได้ติดตามปัญหาการให้บริการ 3จีของดีแทคมาอย่างปัญหาต่อเนื่อง แต่ขณะนี้ยังให้ความเห็นไม่ได้ ต้องรอให้มีการแถลงนโยบายของรัฐบาลเสร็จสิ้นก่อน อย่างไรก็ตาม จะไม่ทำให้ประชาชนผู้ใช้บริการดีแทคเดือดร้อน เพราะตามหลักการแล้วผู้บริโภคต้องไม่กระทบ เพราะผู้ใช้บริการเหล่านี้เสียค่าใช้บริการอยู่แล้ว จึงต้องได้รับความยุติธรรม

             ทั้งนี้ ในการทำงานจะเตรียมกลับไปจัดลำดับความสำคัญของเรื่องต่างๆ โดยอาจจะแยกออกเป็นหมวดๆ เช่นปัญหาข้อพิพาทของคู่สัญญาสัมปทาน การอนุมัติของงบลงทุนโครงการ รวมถึงแผนงานหลักของไอซีที เพื่อให้เป็นไปตามภาพรวมของนโยบายรัฐบาล โดยเฉพาะกระจายบริการโทรคมนาคมสาธารณูปโภค ให้ครอบคลุมประชาชนในพื้นที่ห่างไกลมากที่สุด

             สำหรับปัญหาใหญ่ที่สุดเกี่ยวกับไอซีที และสั่งสมมานาน เห็นว่าเป็นการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำของผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือในตลาด รวมทั้งข้อพิพาทที่มากกว่า 100 คดี ระหว่างผู้ประกอบการเอกชนกับทีโอที และกสท ดังนั้นในหน้าที่ของรมว.ไอซีทีจะต้องมาศึกษารายละเอียด ให้มีการดำเนินการเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ภายใต้กรอบของกฎหมาย ซึ่งการทำงานต้องไม่เลือกปฏิบัติ และทุกฝ่ายที่จะแข่งขันต้องเท่าเทียม