
ทปอ.ยันไม่เลื่อนเวลาเปิดปิดภาคเรียนเทอมนี้
ประธานทปอ.ยันไม่เลื่อนเวลาเปิดปิดภาคเรียนปีการศึกษา 2555 ชี้เหตุต้องเตรียมการดีก่อน พร้อมหารือในที่ประชุม ทปอ.อาเซียน เดือน ต.ค.นี้ ที่ประเทศอินโดนีเซีย พร้อมเผยนโยบาย4 ด้าน มุ่งสู่ประชาคมอาเซียน
17ส.ค.2554 ศ.ดร.ประสาท สืบค้า อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ. )กล่าวถึงมติทปอ.กรณีให้เลื่อนวันเปิดปิดภาคเรียนของมหาวิทยาลัยให้ตรงกับอาเซียนว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และกระทบต่อสังคมอย่างมาก โดยเฉพาะโรงเรียนทุกสังกัดและสถานศึกษาทุกระดับชั้น เบื้องต้นขอยืนยันกับผู้ปกครองและนักเรียน นักศึกษาว่า การเปลี่ยนเวลาเปิดปิดภาคเรียนนั้นจะไม่ดำเนินการในปีการศึกษา 2555 อย่างแน่นอน เพราะจะอย่างไรก็คงทำไม่ทัน เนื่องจาก ทปอ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเตรียมการอย่างดีก่อน อีกทั้ง ตนจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือร่วมกันในที่ประชุม ทปอ.อาเซียน เดือน ต.ค.นี้ ที่ประเทศอินโดนีเซีย
ทั้งนี้ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่หากมีการดำเนินการอาจต้องทำในนามรัฐบาล คือให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการของทั้ง 10 ประเทศเป็นผู้ลงนามร่วมกัน อย่างไรก็ตาม สำหรับเวลาการเปิดปิดภาคเรียนที่เหมาะสมที่จะปรับเปลี่ยนให้ตรงกันอาจเป็นประเทศไทยปรับให้ตรงกับประเทศอื่นๆ หรืออาจเป็นประเทศอื่นที่ปรับมาให้ตรงกับประเทศไทย ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องไปหารือกัน โดยเบื้องต้นคาดว่าจะหาแนวร่วม 5 ประเทศในอาเซียน ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม และไทย มาทำการตกลงกันและเป็นแกนหลักทำเรื่องนี้ เพื่อมุ่งเน้นให้เกิดความร่วมมือเป็นเอกภาพ
ประธานทปอ.กล่าวต่อว่าในการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ในปี 2558ทปอ.ได้วางนโยบาย ประกอบด้วย การหารือนโยบายเรื่อง อาเซียนสตั๊ดดี้ (Asean Study) เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ภาษา วัฒนธรรม ศาสนา ของชาติต่างๆ ในประชาคมอาเซียน การหารือนโยบายเครดิต สเตชั่น ทรานส์เฟอร์ (Credit Station Transfer) เพื่อให้ครูและนักเรียน นักศึกษา สามารถเทียบวิทยฐานะและโอนหน่วยกิตระหว่างประเทศสมาชิกด้วยกันได้ ซึ่งในส่วนนี้ ทปอ.ได้หารือไปถึงกรณีที่ประเทศพม่าและฟิลิปปินส์จะต้องทำการปรับระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานจาก 10 ปี เป็น 12 ปี ให้ตรงกับไทยและประเทศสมาชิกชาติอื่นๆ ในอาเซียนด้วย นอกจากนี้ ทปอ. ยังหารือเรื่องการจัดตั้งศูนย์ความร่วมมือทางเทคโนโลยีกับอุบัติภัยร่วมกัน สืบเนื่องจากกรณีพิบัติภัยสึนามิที่เกิดขึ้นในประเทศไทยและพื้นที่ต่างๆ ในภูมิภาค และสุดท้ายคือการหารือเรื่องการปรับช่วงเวลาเปิดปิดภาคเรียนในแต่ละเทอมให้ตรงกันในหมู่ประเทศสมาชิก



