
รักลงตัวราชินีช้าง-เชฟมือทอง
'รักลงตัวราชินีช้าง-เชฟมือทอง'โดย... เสาวลักษ์ คงภัคพูน / กวินทรา ใจซื่อ
เสียงหัวร่อต่อกระซิกที่ดังมาจากบ้านพักอาศัยของครอบครัว "เลกี้" ในเมืองคอร์นวอลล์ ประเทศอังกฤษ เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นประจำ ระหว่างคู่สามี-ภรรยาอารมณ์ดี "วัลยา-จอห์น" ช่วยกันนั่งประดิดประดอยสินค้าทำมือ ที่มีลูกค้าสั่งออเดอร์ไว้ ส่วนใหญ่เป็นของชำร่วยงานแต่งที่มีเอกลักษณ์ความเป็นไทย ผลิตจากกระดาษสา นอกจากนี้ยังประดิษฐ์การ์ดจากกระดาษสา ตุ๊กตาจากถุงเท้าเป็นรูปสัตว์น่ารัก ทะเล้น ซึ่งล้วนเป็นงานทำมือทั้งหมด สำหรับไปจำหน่ายตามงานแสดงสินค้าต่างๆ
เมื่อละสายตาจากงานประดิษฐ์ ทั้งคู่ก็จะหันไปหยอกล้อกับน้องแซม เลกี้ บุตรชายวัย 6 ปี ที่กำลังน่ารักน่าชัง บางครั้งเจ้าตัวน้อยก็จะมาช่วยประดิษฐ์สินค้าด้วย เป็นช่วงเวลาที่ทั้งสามคน พ่อแม่ลูกได้พูดคุยอยู่ใกล้ชิด ซึ่งเป็นเส้นทางที่พวกเขาเลือกแล้ว ทั้งที่ฝ่ายชายเคยทำงานเป็นพ่อครัวระดับเชฟมาก่อน ส่วยภรรยาก็มีดีกรี "ราชินีช้างคนแรกของเมืองไทย" เมื่อ 10 กว่าปีก่อน น.ส.วัลยา หรือ หม่วย ทองศักดิ์ บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยศิลปากร ได้เบนเข็มไปเรียนด้านการออกแบบดีไซน์ จากนั้นก็ทำงานอยู่ในบริษัทด้านการออกแบบได้ระยะหนึ่ง แต่รู้สึกเบื่อกับงานประจำจึงตัดสินใจลาออก เมื่อเพื่อนชวนไปนิวซีแลนด์จึงตัดสินใจเดินทางไปทันที
ไปถึงก็ได้เริ่มเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติม พร้อมกับทำงานพิเศษแลกอาหารและที่พักวันละ 3 ชั่วโมง
ที่นี่เอง...ราชินีช้างคนแรกของเมืองไทย ก็ได้พบรักกับเชฟหนุ่มชาวอังกฤษ ที่เดินทางมาท่องเที่ยว การพูดคุยที่ถูกชะตา คุยกันรู้เรื่อง มีมุมมองชีวิตที่คล้ายกัน เวลาครึ่งเดือนที่ได้ทำความรู้จักกันและกัน ช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ความรู้สึกของฝ่ายหญิงคือ ประทับใจเขาตั้งแต่แรกพบ เพราะเป็นผู้ชายน่าคบหา อัธยาศัยดี มีความเอื้ออาทร อ่อนน้อม เคารพผู้ใหญ่ นิสัยคล้ายคนไทย
ส่วนความรู้สึกฝ่ายชาย ณ เวลานั้น เขารับรู้ได้ถึงความสดใสร่าเริง ความอารมณ์ดีจากหญิงไทยร่างอวบ ที่มักมาพร้อมเสียงหัวเราะ ไม่เรื่องมาก ใช้ชีวิตแบบสบายๆ เมื่ออยู่ใกล้แล้วรู้สึกสบายใจ
"จอห์น" เดินทางกลับบ้านเกิด พร้อมภาพถ่ายหญิงสาวในชุดสีน้ำเงินเข้ม อวบอ้วนด้วยน้ำหนักตัว 76 กิโลกรัม ใบหน้าสวยใส ซึ่งเป็นภาพถ่ายในตำแหน่งราชินีช้าง เป็นภาพแทนตัวยามคิดถึง แต่จอห์นมักจะนำภาพนี้ไปอวดเพื่อนๆ ให้เห็นถึงความสวยระดับดีกรีนางงามของแฟนสาว
ผ่านไป 7 เดือน จอห์นตัดสินเดินทางมาเมืองไทย เพื่อขอหม่วยแต่งงาน และจากความจริงใจที่จอห์นแสดงออก ความอ่อนน้อมรู้จักเคารพผู้ใหญ่ ทำให้เข้ากับครอบครัวน้องหม่วยได้เป็นอย่างดี
"บรรยากาศตอนแต่งงานผม รู้สึกดีมากๆ ประทับใจพิธีกรรมทางสงฆ์ในตอนแต่งงาน สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นในครอบครัวของภรรยา นอกจากนี้ยังมีเพื่อนสนิท คนที่รักและหวังดีกับเราสองคนมาร่วมแสดงความยินดีด้วย ยิ่งทำให้รู้สึกอบอุ่น"
จอห์นบอกเล่าด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเมื่อรำลึกถึงวันแห่งความประทับใจ หลังแต่งงาน "หม่วย" ย้ายตามสามีไปอยู่ที่เมืองคอร์นวอลล์ ประเทศอังกฤษ ถึงวันนี้ชีวิตรักกว่า 10 ปีก็ยังมีแต่ความหวาน ครอบครัวมีแต่เสียงหัวเราะ สามีบอกรักภรรยาทุกวัน และหากมีเรื่องขุ่นเคืองใจก็จะรีบจับเข่าพูดคุยกันทันที
"หม่วย" บอกว่า แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว แม้ว่าช่วงปีแรกต้องปรับตัวอย่างมาก เพราะไม่มีเพื่อน อยู่ไกลพ่อแม่ญาติพี่น้อง แต่ด้วยความที่เป็นนักกิจกรรม ชอบพบปะผู้คน เลือกสลัดความเหงาด้วยการเข้ารวมกลุ่ม "ผู้หญิงที่มีสีสัน" สมาชิกมีทั้งหญิงชาวอังกฤษและสะใภ้ของชาวอังกฤษ กิจกรรมมีทั้งแลกเปลี่ยนเรื่องภาษา การทำอาหาร วัฒนธรรม และการเลี้ยงดูลูก
“ที่ไหนมีเรียน มีสอนฟรีไปหมด เพราะต้องปรับตัวให้เร็ว ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นความรู้ที่เราสามารถนำมาใช้ได้ในชีวิตประจำวัน คนที่มาอยู่ต่างแดนการเรียนภาษาเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะบางเมืองถ้าคนเอเชียอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ก็จะถูกกีดกัน ต้องปรับตัวเปิดใจที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ให้ได้อย่างรวดเร็ว จะทำให้ชีวิตมีความสุข” หม่วยบอก
ด้วยความสามารถในการออกแบบและมีฝีมือในงานประดิษฐ์ งานทำมือ หม่วยและจอห์น ได้ช่วยกันทำธุรกิจส่วนตัว ขายผ่านเว็บไซต์ชื่อ Candlelight Creations ออกบูธขายสินค้าเองตามเมืองต่างๆ และรับผลิตตามสั่งจากลูกค้า โดยมีบริษัทลูกค้าที่มีชื่อเสียงทั้ง ดิ อีเดน โปรเจกท์ มาร์ค แอนด์ สเปนเซอร์ และการ์เด้น เซ็นเตอร์ เป็นต้น โดยจอห์นดูแลเรื่องการตลาด ส่วนหม่วยดูแลเรื่องการผลิตทั้งหมด
“เป็นสินค้าทำมือทั้งหมด เอกลักษณ์อิงความเป็นไทย ทำให้ได้รับการตอบรับจากลูกค้าชาวต่างชาติดีมาก มีคำสั่งซื้อมาเรื่อยๆ งานเยอะมาก ยังต้องไปออกบูธขายสินค้า ขายจนหมด พอขายหมดก็มานั่งทำกันใหม่ แต่ก็มีความสุขมาก เพราะเราสองคนได้อยู่ด้วยกันตลอด ที่สำคัญได้อยู่เลี้ยงดูน้องแซมอย่างใกล้ชิด ได้ใกล้ลูกได้เลี้ยงดูเขาตลอดเวลา” หม่วยบอก
คุณหม่วยบอกว่า เคยตั้งท้องแต่ก็แท้งลูกมาแล้วถึง 3 ครั้ง อาจเป็นเพราะท้องตอนอายุมากก็เป็นได้ ทุกครั้งที่แท้งลูกจึงรู้สึกเศร้า เสียใจ จนสามีสงสาร ซึ่งคุณจอห์นจะคอยดูแลอย่างดี จนมาท้องน้องแซมได้ระวังตัวตลอดจนถึงวันคลอด เห็นหน้าลูกครั้งแรกรู้สึกมีความสุข ดีใจมากที่เขามาอยู่กับเรา
“ที่บ้านมีโปสเตอร์ภาษาไทยติดฝาผนังไว้ ฝึกให้ลูกได้ท่องภาษาไทยบ้าง เลี้ยงลูกผสมกันระหว่างอังกฤษกับไทย สอนให้เขารู้จักบ้านเกิดของแม่ พร้อมกับที่พ่อเขาก็สอนให้รู้จักกับวัฒนธรรมของชาวอังกฤษ ที่สำคัญให้เป็นคนโอบอ้อมอารี รู้จักแบ่งปัน ช่วยเหลือผู้อื่น มีสัมมาคารวะกับผู้ใหญ่ เพราะต้องการให้เขาเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ดี”
และนี่เป็นอีกหนึ่งครอบครัวที่สร้างความสุขให้เกิดขึ้นได้ทุกนาที ทุกสถานที่ เป็นความรักที่ผสมผสานอย่างลงตัวสำหรับสาวนักกินกับเชฟนักปรุง...



