ไลฟ์สไตล์

วธ.เผยสำรวจปชช.99%หนุนร่วมภาคีฯยูเนสโก

วธ.เผยสำรวจปชช.99%หนุนร่วมภาคีฯยูเนสโก

17 ส.ค. 2554

วธ.เผยผลสำรวจปชช.99% หนุนร่วมภาคีฯยูเนสโก ชงเสนอคณะรัฐมนตรี "ยิ่งลักษณ์"ไฟเขียวร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยมรดกวัฒนธรรมจับต้องไม่ได้

          17 สิงหาคม ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.)  กระทรวงวัมนธรรม(วธ.) กล่าวถึงแนวทางการแก้ปัญหาหลังจากทางกัมพูชา(เขมร)ขึ้นทะเบียนท่ารำ และหนังใหญ่ ภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก)ว่า

          ขณะนี้ สวธ. ได้สรุปรายละเอียดเกี่ยวกับร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยมรดกวัฒนธรรมจับต้องไม่ได้ พ.ศ....เสนอต่อนางสุกุมล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงวัมนธรรม(รมว.วธ) เรียบร้อยแล้ว  เพื่อนำเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบดันผลักดันออกเป็นกฎหมาย เนื่องจากหากไทยจะเข้าร่วมอนุสัญญาฯ ของยูเนสโกจะได้มีกฎหมายรองรับ รวมทั้งเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการจดทะเบียนและคุ้มครองมรดกวัฒนธรรมจับต้องไม่ได้ในส่วนของประเทศไทยอีกด้วย

          ศ.ดร.อภินันท์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ร่างพ.ร.บ.บ.ว่าด้วยมรดกวัฒนธรรมจับต้องไม่ได้ พ.ศ...ได้จัดทำและทำการประชาพิจารณ์มาแล้ว 1 รอบ โดยในร่าง พ.ร.บ.  ดังกล่าวฯ มีทั้งหมด  56 มาตรา แบ่งเป็น 8 หมวด ดังนี้ 1.บททั่วไป 2. คณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมมรดกจับต้องไม่ได้ 3.คณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมมรดกจับต้องไม่ได้ประจำจังหวัด 4.การขึ้นทะเบียนมรดกวัฒนธรรมจับต้องไม่ได้ 5.การคุ้มครองและส่งเสริมมรดกวัฒนธรรมจับต้องไม่ได้ 6.การแก้ไขและเพิกถอนทะเบียนมรดกวัฒนธรรมจับต้องไม่ได้ 7.กองทุนคุ้มครองและส่งเสริมมรดกวัฒนธรรมจับต้องไม่ได้ และหมาด 8 มีการกำหนดบทลงโทษ

          “สวธ. ได้ทำการประชาพิจารณ์ความเห็นจากนักวิชาการวัฒนธรรมระดับจังหวัด ประธานสภาวัฒนธรรม ผู้แทนองค์การบริหารส่วนจังหวัดและตำบล ผู้แทนศูนย์วัฒนธรรมในสถานศึกษา และผู้แทนจากสภาเด็กและเยาวชน เกี่ยวกับการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาฯ ของยูเนสโก เมื่อปี 2553 โดยพบว่าร้อยละ 99 เห็นว่าไทยควรเข้าร่วมเป็นภาคีอนุสัญญาฯ โดยเร่งด่วน เพื่อปกป้องมรดกวัฒนธรรมของไทย ส่วนอีกร้อยละ 1 ไม่เห็นด้วย” ศ.ดร.อภินันท์ กล่าว

          ศ.ดร.อภินันท์  กล่าวต่อไปว่า สำหรับขั้นตอนการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาฯ ตามหนังสือแจ้งจากกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ที่ กต.0805/1111 ลงวันที่ 30 ธันวาคม 2553 แจ้งว่าขั้นตอนการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาฯ  กระทรวงวัฒนธรรม และรัฐบาลต้องดำเนินการ ดังนี้ 1.รัฐบาลต้องได้ข้อยุติว่าไทยจะเข้าร่วมเป็นภาคีอนุสัญญาฯ หรือไม่ และต้องศึกษาให้แน่ชัดว่าต้องออก พ.ร.บ.เพื่อรองรับพันธกรณีในอนุสัญญาฯ ดังกล่าวหรือไม่ 2.หากได้ข้อยุติตามข้อ 1 แล้ว ก่อนลงสัตยาบันแสดงเจตนาในอนุสัญญาฯ และมีผลผูกพันกับประเทศไทยนั้น กระทรวงวัฒนธรรมในฐานะส่วนราชการเจ้าของเรื่อง ต้องให้ประชาชนเข้าถึงรายละเอียดของอนุสัญญาฯ

          "3.จากนั้นต้องนำอนุสัญญาฯ พร้อมร่างพ.ร.บ. ที่รองรับพันธกรณีในอนุสัญญาฯ เสนอให้ครม. เห็นชอบ เพื่อส่งให้รัฐสภา พิจารณาเห็นชอบอนุสัญญาฯ ตามมาตรา 190 วรรคสองของรัฐธรรมนูญ รวมทั้งต้องแนบร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยมรดกวัฒนธรรมจับต้องไม่ได้ พ.ศ.... ให้รัฐสภาพิจารณาด้วย

          ทั้งนี้หากรัฐสภาให้ความเห็นชอบเข้าร่วมภาคีอนุสัญญาฯ กต. ก็จะดำเนินการให้สัตยาบันอนุสัญญาฯ ได้ทันที โดยอนุสัญญาดังกล่าวจะมีผลบังคับกับประเทศไทย 3 เดือนหลังจากวันที่ได้นำสัตยาบันสารขึ้นทะเบียนไว้กับผู้อำนวยการใหญ่ของยูเนสโก " ศ.ดร. อภินันท์  กล่าว