
วรวัจน์"ชี้การศึกษาต้องเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน
วรวัจน์" ชูนโยบายการศึกษาต้องเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน แฉ! หนี้สาธารณะ 4.2 ล้านล้านบาท หากไม่พัฒนาคน ชาติไทยไม่มีรอดแน่ ชี้อาจต้องใช้หนี้นานกว่า 400 ปีหากใช้หนี้คืนแค่ปีละหมื่นล้าน ย้ำบริหารรูปแบบใหม่ยึดพื้นที่แต่ละภูมิภาคเป็นฐาน มอบมหาวิทยาลัยเป็น "แม่ท
เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นางบุญรื่น ศรีธเรศ และนายสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เข้ารับตำแหน่งวันแรก พร้อมร่วมประชุมกับผู้บริหารศธ.เพื่อมอบนโยบาย โดยนายวรวัจน์กล่าวว่า เป้าหมายของการจัดการศึกษาต้องไปถึงขั้นพัฒนาศักยภาพของคนในชาติ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ช่วยให้ประเทศอยู่รอดในภาวะที่มีหนี้สินล้นพ้นตัว
"ปัจจุบันไทยมีหนี้สาธารณะ 4.2 ล้านล้านบาท ปีที่ผ่านมาตั้งงบประมาณจ่ายหนี้คืนไป 1.8 แสนล้านบาท แต่เป็นเงินต้นแค่ 1 หมื่นล้านบาท ที่เหลือเป็นดอกเบี้ย และในปี 2557 ประเทศไทยจะครบกำหนดที่ต้องทยอยใช้คืนหนี้ ซึ่งเป็นปัญหาว่าจะหาเงินจากที่ไหนมาใช้หนี้ในภาวะที่มีศักยภาพจ่ายเงินต้นได้แค่ปีละ 1 หมื่นล้านบาท และถ้าอ้างอิงตัวเลขใช้คืนหนี้ปีละ 1 หมื่นล้านบาทแล้ว นั่นหมายความว่าอีก 400 กว่าปีจะใช้หนี้ 4.2 ล้านล้านบาทหมด เรียกว่าชั่วชีวิตคนหลายรุ่นยังใช้ไม่หมด" นายวรวัจน์ กล่าว
นายวรวัจน์ กล่าวต่อว่า การบริหารยึดพื้นที่เป็นฐาน ทุกหน่วยงานในพื้นที่ต้องทำงานร่วมกันแบบบูรณาการ เส้นแบ่งระหว่างองค์กรหลักจะต้องเหลือน้อยที่สุด โดยให้มหาวิทยาลัยเป็นตัวนำในการบริหารงานระดับจังหวัด ทั้งนี้ได้เร่งให้แต่ละกระทรวงเสนอจัดทำแผนงบประมาณปี 2555 เสนอต่อครม.และในส่วนของ ศธ. คิดว่าจะต้องได้แผนงบประมาณ 2555 ภายในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อเสนอของบประมาณ ตนอยากให้เป็นโครงการใหม่ อะไรที่เป็นโครงการเก่าตัดได้ก็ตัด และอยากให้เป็นการบูรณาการทำงานร่วมกันตั้งแต่ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานไปจนถึงระดับอุดมศึกษา
ด้านนายสุรพงษ์ กล่าวว่า การทำงานของตนยึดหลักนโยบายของรัฐบาล และทำตามหน้าที่รมช.ศึกษาธิการให้ดีที่สุด ส่วนการแบ่งงานตนไม่ทราบว่าแบ่งตามภูมิภาค เพิ่งทราบเรื่องนี้เป็นครั้งแรก แต่ขอสงวนไม่พูด เพราะยังไม่มีหนังสือคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรจาก รมว.ศึกษาธิการ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของ รมว.ศึกษาธิการ



