
พลิกฟ้า ล่าตะวัน 4 // ** 27774490 **
11 ธ.ค. 2551
พลิกฟ้า ล่าตะวัน 4 // ** 27774490 **
"ตอนนี้นอกจากสปอนเซอร์แล้ว ทุกอย่างพร้อม" อาจารย์ด๋อยเปรยกับพวกทอรุ้งที่กำลังช่วยกันจัดเตรียมต้นกล้าเพื่อนำไปปลูกตอนออกค่าย
เก๋บ่นถึงมีนากับสายลมที่หายหน้าไปหลายวันแล้ว ลันเตาพยักหน้ารับเพราะนึกเป็นห่วงมีนาอยู่เหมือนกัน ทอรุ้งหันไปเห็นยอดชายกับไข่เป็ดที่ซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้และกำลังจะหนีเพราะขี้เกียจทำงาน เธอนึกโมโห จึงปล่อยพลังใส่ถังน้ำมันใบใหญ่สองใบลอยละล่องไปมาครอบยอดชายกับไข่เป็ดไว้ แล้วก็นำร่างของทั้งคู่กลิ้งมาหาพวกทอรุ้ง ยอดชายกับไข่เป็ดร้องลั่น อาจารย์ด๋อย เก๋และลันเตาอึ้ง
ดวงตาที่เป็นสีฟ้าของทอรุ้งกลับเป็นปกติ เธอเสียใจที่ไม่สามารถควบคุมพลังได้ ลันเตาเข้ามาปลอบแล้วเปลี่ยนเรื่องคุยบ่นถึงมีนากับสายลม ทอรุ้งเองเป็นห่วงสองพี่น้องอยู่เหมือนกันจึงชวนลันเตาไปเยี่ยม และพบว่าสองสาวเจ็บหนัก
ทอรุ้งโทรไปขอความช่วยเหลือจากอาจารย์ด๋อย อาจารย์ด๋อยนำสมาชิกชมรมฯ มาเยี่ยมและพาเพื่อนที่เป็นหมอมาช่วยดูอาการให้มีนากับสายลม ทอรุ้งกับเก๋ช่วยกันดูแลสายลม ในขณะที่ลันเตาเข้าไปดูแลมีนาอย่างใกล้ชิด แต่กลับโดนมีนาทำร้ายเพราะไม่พอใจที่มาวุ่นวายกับชีวิตของเธอ
แผ่นดินโดนหัวหน้าเรียกเข้าไปเตือนเรื่องเอวานอฟ จึงออกมาเปรยกับลูกน้องว่า
"หัวหน้าให้ระวังถ้าจะแตะมิสเตอร์เอวานอฟ เพราะคนคนนี้ภาพพจน์เขาคือมิสเตอร์คลีนในสังคม ภาพพจน์ดีจนคนไม่คิดว่าเขาจะทำชั่วได้"
"แล้วข้อมูลเจ้าหน้าที่ขององค์กรสุริยะที่เราได้มาล่ะครับ" จ่าสิงห์ส่งข้อมูลให้
"ข้อมูลที่ได้มามันไม่มีอะไรเลย เกือบทุกคนล้วนเป็นนักวิทยาศาสตร์มือดี ที่สำคัญทุกคนในนั้นไม่มีประวัติอาชญากร"
แผ่นดินส่ายหน้า จ่าหยอยถอนใจบ่นว่า คงคว้าน้ำเหลวอีกตามเคย กมลส่งยิ้มหันมามองแผ่นดินอย่างรู้กันเอ่ยว่า
"ถ้าผมเดาไม่ผิด สารวัตรก็ยังโฟกัสไปจุดเดิมใช่ไหมครับ" แผ่นดินนิ่งครุ่นคิดไม่พูดอะไร
ส่วนเอวานอฟก็ได้รับคำแนะนำจากโยชิดะว่า แผ่นดินคงไม่ยอมวางมือแค่นี้แน่ เพราะดูจากประวัติแล้วเขาไม่ใช่คนโง่ เอวานอฟจึงขอแรงให้โยชิดะช่วยจัดการกับแผ่นดิน เพราะไม่ต้องการให้แผ่นดินมาก่อกวนการทำงานขององค์กรฯ
"ก็ที่บอสเรียกตัวผมมา เพราะงานนี้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับ" โยชิดะพูดนิ่งๆ
ทอรุ้งถามสายลมที่อาการดีขึ้นแล้วว่า เกิดอะไรขึ้นใครกันที่ทำร้ายสายลมกับมีนา แต่สายลมบ่ายเบี่ยงอ้างว่า เรื่องมันผ่านไปแล้ว แล้วถามหามีนา แต่พอรู้ว่าลันเตาคอยดูแลอยู่แอบเศร้า ส่วนมีนาเมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นลันเตานั่งหลับสัปหงกอยู่ข้างเตียงก็หงุดหงิด จึงตวาดไล่ แต่ลันเตากลับส่งยิ้มถามไถ่อาการด้วยความเป็นห่วง แล้วมีนาก็ได้ยินเสียงยอดชาย ไข่เป็ด เถียงกับอาจารย์ด๋อยอยู่ข้างนอกเพราะกำลังเตรียมอาหารให้มีนากับสายลม เธอไม่พอใจทะลึ่งตัวจะลุกขึ้น
ลันเตารีบเข้าไปดึงให้นอนพัก แล้วทั้งคู่ก็เสียหลักล้มลงไปบนเตียง ปากของลันเตาประกบกับริมฝีปากของมีนาอย่างไม่ตั้งใจ ทั้งสองคนชะงักด้วยความตกใจ มีนาตั้งสติได้รีบผลักลันเตากระเด็นไปกองที่พื้นแล้วตวาดไล่
ลันเตาขอโทษบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ และผลที่ตามก็คือโดนมีนาตบเข้าเต็มหน้า แล้วจะปล่อยพลังใส่ แต่เพราะร่างกายยังอ่อนแอ เธอจึงทรุดลง ลันเตาเข้าประคองแต่ก็โดนตวาดไล่อีก ลันเตาหน้าเจื่อนถอยออกไป มีนามองตามลันเตาแล้วเอามือแตะริมฝีปากตัวเองด้วยความเจ็บใจ
ทอรุ้งเมื่อรู้ว่าลันเตาโดนมีนาตบก็เป็นห่วงและไม่เข้าใจว่าทำไมมีนาต้องปิดกั้นตัวเองขนาดนี้ด้วย เธอเปรยกับลันเตาที่เดินออกมาส่งว่า
"แน่ใจนะ ว่าอยู่ดูแลสองคนนั่นได้"
"แน่ใจสิวะ คงไม่โดนตบซ้ำสองหรอกน่า แกกลับไปช่วยตากับยายทำงานเถอะ ทางนี้ไม่ต้องห่วง บายๆ" ลันเตาโบกมือไล่ เก๋แซวว่า งานนี้ซื้อใจไปทั้งดวงเลย
"เฮ้ย งานนี้เพื่อมนุษยธรรมโว้ย" ลันเตาแก้เขิน
"เออ รู้แล้ว เจ้าคนมนุษยธรรมสูง ยังไงพรุ่งนี้ฉันจะแวะมาก็แล้วกัน" ทอรุ้งตัดบท
ลันเตาพยักหน้ารับแล้วยกมือไหว้อาจารย์ด๋อย ทุกคนนั่งประจำที่ อาจารย์ขับรถที่พาทุกออกไป ลันเตาหันหลังกลับขึ้นคอนโดเพื่อดูแลสองสาว โยชิดะที่ยืนหันหลังพิงรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ค่อยๆ หันกลับมามองตามลันเตาไปอย่างใจเย็น แล้วกลับไปรายงานเอวานอฟ
เอวานอฟไม่พอใจนักเมื่อรู้ว่ามีนาปล่อยให้เพื่อนๆ ในชมรมเข้าไปในห้องพัก เพราะกลัวจะเสียวินัย แต่โยชิดะก็สวนอย่างใจเย็นว่า
"ถ้าบอสมั่นใจในการสร้างคนขององค์กรสุริยะ ก็ไม่เห็นต้องกลัว ผมว่าเราควรใช้ประโยชน์กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากกว่า เพราะได้ยินพวกมันคุยกันถึงเรื่องโครงการเข้าค่ายปลูกป่า"
"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับองค์กรสุริยะ"
"เกี่ยวแน่ ถ้าบอสอยากใช้มันเป็นเกราะป้องกันตัว โดยไม่ต้องลั่นไกปืนให้ก้องไปกระเทือนหูตำรวจ"
โยชิดะส่งยิ้มอย่างมีเลศนัย เอวานอฟชะงักครุ่นคิดตาม
สายลมออกมาช่วยลันเตาทำงานบ้าน เพราะเกรงใจแล้วเกิดหน้ามืดเป็นลม เพราะยังไม่หายดี ลันเตาจึงอุ้มสายลมกลับเข้าห้อง สายลมเขินอายและยิ่งอายหนักขึ้นเมื่อลันเตาเห็นเห็นช่อดอกไม้ของเขาอยู่ในห้อง
"เออ คือมันเหี่ยวแล้วพี่มีนาก็เลยเอามาทิ้ง ฉันเห็นมันสวยแปลกดีก็เลย" สามลมอึกอัก
"ฮ่าๆ คุณนี่แปลกนะสายลม ชอบเก็บดอกไม้เหี่ยวๆ คุณชอบรูปที่ผมถ่ายให้เหรอ" ลันเตาถามต่อเมื่อรูปถ่ายฝีมือตัวเอง
"อืม ฉันชอบ ไม่เคยมีใครถ่ายรูปให้ฉันสวยอย่างนี้มาก่อนเลย รูปที่ลันเตาถ่ายให้ มันทำให้ฉันรู้สึกว่าฉันยังมีความสุขอยู่"
สายลมพูดออกมาด้วยรอยยิ้มที่แฝงความเศร้าอยู่ภายใจ
"แหม พูดอย่างกับชีวิตมีแต่ความทุกข์ เอาน่าแล้วผมจะถ่ายให้อีกนะ ตอนนี้คุณนอนก่อนดีกว่าเดี๋ยวผมจะไปดูพี่สาวคุณหน่อย เขาไม่ยอมทานข้าวเลยรู้ไหม"
"เห็นทอรุ้งว่าเธอโดนพี่มีนาตบ" สายลมถามด้วยความสงสาร
ลันเตาเอามือคลำแก้มข้างที่โดนตบแล้วยิ้มออกมาอย่างไม่คิดมากบอกว่า เรื่องเล็ก ถือซะว่ามีนาฝากรักแล้วเดินยิ้มออกไป สายลมหน้าสลด รู้สึกเศร้าทุกครั้งที่ลันเตาออกอาการห่วงใยมีนา ส่วนลันเตาก็แอบเศร้าเช่นกันเพราะมีนาออกมายื่นคำขาดอย่างไม่มีเยื่อใยว่า
"ถ้าพรุ่งนี้ฉันยังเห็นนายอยู่ที่นี่ นายตายแน่" มีนาปิดประตูใส่หน้าลันเตา ลันเตายืนอึ้ง
แผ่นดินมาดักรอทอรุ้งอยู่หน้าบ้าน แต่ทอรุ้งเข้าใจผิดว่าเป็นคนร้ายจึงเอาถุงผ้าที่ใส่หนังสือฟาดหัว แผ่นดินร้องลั่นพร้อมตัดพ้อ ทอรุ้งเห็นแผ่นดินเสียงดังก็รีบเอามือปิดปาก เพราะกลัวตากับยายตื่นแล้วเธอจะโดนเล่นงาน แผ่นดินชะงักจ้องทอรุ้ง ทอรุ้งรู้ตัวรีบเอามือออก
"เดี๋ยวฉันทายาให้ก็ได้" ทอรุ้งอาย
"ไม่เป็นไร ไกลหัวใจ" แผ่นดินว่า แล้วชวนทอรุ้งออกไปทานอาหารด้วยกัน
"ขอบคุณมากนะทอรุ้ง ที่มาเป็นเพื่อนฉัน" แผ่นดินมองทอรุ้งอย่างอารมณ์ดีหลังทานอาหารเสร็จ
ทอรุ้งลูบท้องตัวเองบ่นว่า ดึกๆ ฟาดข้าวขาหมูบ่อยๆ เธอพุงปลิ้นแน่
"ไม่หรอกน่า ออกมามืดๆ อย่างนี้ขืนทำบ่อยมีหวังฉันโดนตากับยายเธอว่าเอาแน่"
"กลัวตากับยายฉันว่า แล้วไม่กลัวแฟนแหกอกเอาเหรอคะสารวัตร" ทอรุ้งพูดอย่างไม่คิดอะไรมาก แต่กลับทำให้แผ่นดินถึงกับชะงักซึมลงไปทันที แต่ทอรุ้งไม่เข้าใจจึงแซวต่อ
"มะๆ แหม พอพูดถึงแฟนเข้าหน่อย ถึงกับกระอักกระอ่วน มวนท้องเลยเหรอคะสารวัตร ไม่ต้องห่วงน่าเขาคงไม่หึงม้าดีดกะโหลกอย่างฉันหรอกสารวัตรเป็นอะไรเหรอคะ ทำไมพูดถึงแฟนแล้วเดี้ยงไปเลยล่ะ" ทอรุ้งชักสงสัย
แผ่นดินส่ายหน้าไม่พูดอะไร ทำให้ทอรุ้งยิ่งสงสัยจึงไล่ให้แผ่นดินไปหาคนรักเพื่อทำคะแนน แต่แผ่นดินกลับชวนเธอกลับบ้านทันที แล้วเดินนำไปที่รถ ทอรุ้งเป็นงงกับอารมณ์ที่แปรปรวนของชายหนุ่ม และเมื่อมาถึงบ้านทอรุ้งก็บอกกับแผ่นดินว่า
"เอาเป็นว่าฉันขอโทษก็แล้วกัน ถ้าพูดอะไรให้สารวัตรไม่สบายใจ ฉันไปล่ะนะ ง่วงจะแย่แล้ว"
ทอรุ้งเปิดประตูรถลงไป แต่ก็ชะงักเมื่อแผ่นดินพูดว่า ขอบใจนะ แล้วขับรถออกไป
แผ่นดินขับรถไปในถนนสายเปลี่ยว เพราะหวังอยู่เงียบๆ สักพัก แล้วเขาก็ได้พบกับชายชุดดำและเกิดการต่อสู้กัน แผ่นดินเป็นฝ่ายเสียเปรียบเพราะไม่ทันตั้งตัว เขาเกือบโดนสังหารด้วยดาบซามูไร แต่ชายชุดดำยั้งมือทัน เขาทิ้งข้อความไว้ให้แผ่นดินว่า "เตือนก่อน ตาย" แล้วก็หายตัวไปในความมืด แผ่นดินงงเป็นไก่ตาแตก มองฝ่าความมืดไปรอบๆ
แผ่นดินนั่งครุ่นคิดดึงชายชุดดำที่ได้ต่อสู้กัน แล้วเขาก็เอื้อมไปหยิบรูปคนรักมาดูพร้อมกับรำพึงว่า
"ความตายมันเริ่มใกล้ตัวพี่เข้ามาทุกทีแล้วนะคะแพร์ แต่พี่ไม่กลัวหรอกนะคะ เพราะมันเท่ากับว่า พี่เข้าใกล้ความจริงเข้าไปทุกทีเหมือนกัน" แผ่นดินมีสีหน้ามุ่งมั่นขึ้นมาอย่างชัดเจน
มีนากับสายลมตื่นขึ้นมาในตอนเช้าก็ไม่พบลันเตาแล้ว เพราะเขาต้องออกไปส่งหนังสือพิมพ์ แต่ลันเตาก็เตรียมอาหารไว้ให้ทั้งคู่ พร้อมกับแนบจดหมายบอกว่า วันนี้ที่ชมรมจะมีประชุมเรื่อง
"ค่ายอาสาปลูกป่าลดโลกร้อน" ถ้ามีนากับสายลมไปไหว ก็อยากให้ไปร่วมด้วย
มีนาจึงสั่งให้สายลมแต่งตัวไปมหาวิทยาลัยด้วยกัน แต่ไม่ยอมทานอาหารที่ลันเตาเตรียมไว้
มีนากับสายลมมาถึงหน้าชมรม ก็เห็นทอรุ้ง ลันเตา เก๋ ยอดชายและไข่เป็ดกำลังมุงดูอะไรบางอย่างอยู่ที่หน้าประตูจึงเอ่ยถาม ลันเตาหันมาเฉลยว่า อาจารย์ด๋อยกำลังต้อนรับขับสู้สปอนเซอร์ใหญ่อยู่ มีนากับสายลมมองตามก็เห็นอาจารย์ด๋อยเดินนำเอวานอฟออกมา
"บอส" สายลมร้อง มีนารีบสะกิดเตือน เป็นเชิงไม่ให้พูดอะไร
"ขอบคุณมิสเตอร์เอวานอฟมากนะครับ ที่ช่วยอุปถัมภ์ชมรมรักษ์โลกของเรา อ้อ แล้วนี่คือสมาชิกส่วนหนึ่งของชมรมเราครับ"
อาจารย์พาเอวานอฟมาหาพวกทอรุ้งแล้วแนะนำสมาชิกในชมรมฯ ให้รู้กับเอวานอฟ เอวานอฟยิ้มให้และทำเหมือนไม่เคยรู้จักมีนากับสายลมกันมาก่อน มีนากับสายลมสบตากับเอวานอฟก็รู้ถึงความหมายทันที
"พวกคุณคือความหวังใหม่ของโลกใบนี้ ยินดีที่องค์กรสุริยะจะได้มีส่วนร่วมมือในการคืนชีวิตให้โลกของเรา" เอวานอฟส่งยิ้ม
"พวกเราก็ดีใจเหมือนกันค่ะ ที่โลกนี้ยังมีผู้ใหญ่ใจดีอย่างคุณ" ทอรุ้งพูดด้วยความจริงใจ
จ่าสิงห์กับจ่าหยอยถือหนังสือพิมพ์ที่ลงข่าวเรื่ององค์กรสุริยะเป็นสปอนเซอร์สนับสนุนชมรมรักษ์โลกของพวกทอรุ้ง และจะให้สมาชิกชมรมฯ ไปออกค่ายปลูกป่าแถวองค์กรสุริยะ มาให้แผ่นดินกับกมลดู แผ่นดินครุ่นคิดมั่นใจว่า เรื่องนี้ต้องมีเบื้องหลัง จึงบอกกับลูกน้องว่า จะพาทุกคนตามไปดูเพื่อให้หายข้องใจว่าคิดมากไปหรือเปล่า
แผ่นดิน กมล จ่าหยอยและจ่าสิงห์กลายเป็นพิเศษของอาจารย์ด๋อยที่ร่วมออกค่ายปลูกป่ากับสมาชิกชมรมรักษ์โลกด้วย มีนากับสายลมเห็นแผ่นดินมาร่วมงานด้วยก็นึกสงสัยเช่นเดียวกับทอรุ้ง เธอจึงแอบถามเรื่องนี้กับอาจารย์ด๋อย แต่อาจารย์ไม่มีคำตอบให้ ในขณะที่สายลมก็แอบถามมีนาว่า
"บอสคิดอะไรอยู่ แล้วตำรวจตามมาทำไม"
"ฉันก็อยากรู้คำตอบนี้เหมือนกันแหละ แต่อีกไม่นานเราได้รู้แน่" มีนาตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ
รถบัสของสมาชิกชมรมฯ หักหลบหมาที่วิ่งตัดหน้าจึงเสียหลักลงข้างทาง และค้างอยู่บนไหล่ทางที่ลาดชันจนเกือบจะตกอยู่แล้ว ทุกคนลงมามุงดูแล้วช่วยกันดันรถขึ้นมา แต่ก็ไม่ได้ผล
จู่ๆ ท้องฟ้าก็เริ่มแปรปรวนเพราะทอรุ้งเพ่งมองไปที่ล้อรถแล้วปล่อยพลังออกมาเพื่อให้ล้อรถขยับ ลันเตาสะกิดเรียกอาจารย์ด๋อยกับเก๋ ทั้งสามเข้าไปบังทอรุ้งไว้ รถบัสค่อยๆ เคลื่อนขึ้นไปอยู่บนถนนอย่างง่ายดาย จนคนที่ดันรถอยู่ไม่ทันตั้งตัว ต่างล้มกันระเนระนาด
"เกิดอะไรขึ้น" มีนากับสายลมเงยหน้ามองท้องฟ้าที่กำลังปั่นป่วนอย่างงงๆ
แผ่นดินหันมามองทอรุ้งด้วยความสงสัย แล้วมีนาก็บอกกับสายลมว่า ความแปรปรวนที่เกิดขึ้นเมื่อกี้อาจเกิดเองตามธรรมชาติก็ได้ แต่ในใจก็แอบกังวลอยู่เหมือนกัน
เอวานอฟพาโยชิดะออกมาต้อนรับสมาชิกชมรมรักษ์โลกที่เดินมาถึง และแนะนำโยชิดะกับทุกคนว่าเป็นผู้ช่วยของเขา แล้วเริ่มสร้างภาพเรียกความศรัทธาจากพวกนักศึกษา ส่วนพวกแผ่นดินก็เริ่มสังเกตรอบๆ บริเวณองค์กรสุริยะเพื่อหาจุดผิดสังเกตสักอย่าง
อาจารย์ด๋อยพาสมาชิกชมรมฯ มาที่ลานกางเต็นท์เพื่อจับจองที่พัก แผ่นดินเดินเข้ามาคุยกับทอรุ้ง จ่าหยอยตามมาแซวทำให้ทั้งคู่เขิน
"จ่าหยอย คดีร้านจ่ายันต์ยังไม่เคลียร์เลยนะ" แผ่นดินเหล่มองจ่าหยอย จ่าหยอยหน้าเจื่อน
"เอ๊ะ ลืมถามเขาไปเลยว่า จะไปเอาน้ำดื่มได้ที่ไหน" เสียงอาจาย์ด๋อยบ่น
สายลมลืมตัวอาสาจะไปเอาให้ ทุกคนหันมามอง มีนารีบแก้แทนว่า จะไปถามให้แล้วลากสายลมออกไป ลันเตาขยับจะตามแต่ไม่ทันจึงได้แต่ถอนใจเซ็ง
เอวานอฟแอบมาพบกับมีนาและสายลมในมุมลับตา เขากำชับสองสาวว่า
"ไม่ต้องทำอะไร เธอสองคนก็เป็นนักศึกษามาออกค่ายปลูกป่าไปก็เท่านั้น อ้อ แต่จำไว้อย่างหนึ่งว่าต่อหน้าคนพวกนั้น เธอกับองค์กรสุริยะไม่รู้จักกัน โครงการปลูกป่าจะทำให้ภาพพจน์ขององค์กรสุริยะใสสะอาดที่สุด"
"งานนี้เกี่ยวข้อกับการที่สารวัตรแผ่นดินกับพวกตามมาด้วยใช่ไหมคะ"
"ใช่ พวกมันจะทำให้โครงการของเราพัง"
"ทั้งๆ ที่โครงการของเรา จะสร้างประโยชน์ให้มนุษยชาติงั้นเหรอคะ"
สายลมสงสัย เพราะเอวานอฟปิดบังความชั่วร้ายไม่ให้มีนากับสายลมรู้
"พวกมันไม่ฉลาดพอที่จะเข้าใจสิ่งที่เราทำหรอกสายลม" เอวานอฟยิ้มอย่างใจเย็น
"งั้นฆ่ามันทิ้งเลยไหมคะบอส" มีนาอาสา
"นั่นยังไม่ใช่หน้าที่หลักของเธอ หน้าที่ของเธอสองคน คือล่าคนอัจฉริยะ แล้วก็ถ่ายทอดพลังพิเศษลงในแผ่นประจุพลังงานเท่านั้น ส่วนเรื่องสารวัตรจอมแส่นั่น ฉันจัดการเอง" โยชิดะเดินเข้ามา
"กลับไปบอกพวกโง่นั่นด้วย ว่าเดี๋ยวฉันจะให้คนเอาน้ำกับอาหารไปให้ เย็นนี้องค์กรสุริยะเป็นเจ้าภาพเอง ฮ่าๆ" เอวานอฟเดินหัวเราะออกไป
มีนาชวนสายลมกลับ แต่โยชิดะเรียกไว้แล้วถามถึงอาการบาดเจ็บด้วยความเป็นห่วง มีนามองโยชิดะอย่างเหยียดๆ แล้วเดินเชิดออกไป โยชิดะได้แต่มองตามเพราะหลงรักเขาข้างเดียว
ในตอนค่ำ เอวานอฟเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารสมาชิกชมรมฯ และกล่าวต้อนรับทุกคนอย่างเป็นทางการอีกครั้ง เขาพูดถึงพลังงานบนโลกใบนี้ที่ใกล้จะหมดลงและการเยียวยารักษา
รวมทั้งความเสียสละของตัวเองเพื่อรักษาโลกใบนี้ ทำให้ทอรุ้งชื่นชมและเลื่อมใสศรัทธาเพราะคิดว่าเอวานอฟมีอุดมการณ์เดียวกับเธอ ส่วนโยชิดะก็แอบมองแผ่นดินด้วยสายมีเลศนัย
หลังงานเลี้ยงจบลง ทุกคนก็แยกย้ายกันเข้านอน และในคืนนั้นทอรุ้งก็ฝันเห็นระเบิดและพ่ออีก แต่ที่น่าแปลกกว่านั้นก็คือในฝันมีเด็กหญิงอีกสองคนมาตามหาพ่อเหมือนกับเธอ
ในขณะที่ทอรุ้งกำลังกระสับกระส่ายเพราะฝันร้าย มีนากับสายลมก็กำลังฝันแบบเดียวกับทอรุ้งเช่นกัน สามสาวสะดุ้งตื่น ทอรุ้งลุกออกมานั่งที่หน้าเต็นท์ สายลมออกมาคุยด้วยพร้อมกับปรับทุกข์เรื่องความฝัน มีนาตามออกมาดู แต่พอเห็นมีนาคุยอยู่กับทอรุ้ง ก็ชักสีหน้าใส่แล้วกลับเข้าเต็นท์ทันที ทอรุ้งมองตามมีนาแล้วบ่นกับสายลมว่า คนอะไรหงุดหงิดได้ทั้งวัน
"นั่นล่ะพี่สาวฉัน ถ้าวันไหนไม่หงุดหงิดแสดงว่าคนนั้นตัวปลอม"
"เธอเจอสภาพวีนแตกของพี่สาวเธอทั้งวัน ไม่เบื่อบ้างเหรอสายลม" ทอรุ้งสงสัย
สายลมถอนใจอย่างปลงๆ บอกว่า ชินแล้ว
"ชิน ความจริงคำนี้ก็ดีเหมือนกันนะ ชินซะ จะได้สบายใจ" ทอรุ้งคิดถึงคำพูดของสายลม
เช้าวันใหม่ เอวานอฟพาสมาชิกชมรมฯ มาที่ลานโล่งที่จะให้ช่วยกันปลูกป่า เขาอธิบายกับทุกคนว่า
"ที่นี่เคยเป็นสถานีทดลองขององค์กรสุริยะ แต่เกิดการระเบิดขึ้นสถานีจึงถูกย้ายไปสร้างใหม่ตรงโน้น ที่นี่ก็เลยถูกทิ้งร้าง กลายเป็นป่าเสื่อมโทรม เพื่อรอเวลาให้พวกเธอมาชุบชีวิตให้ป่าบริเวณนี้ฟื้นคืนชีพ"
"ได้เลยค่ะมิสเตอร์เอวานอฟ ชมรมรักษ์โลกจะคืนสีเขียวให้ป่าบริเวณนี้เอง" ทอรุ้งยิ้ม อาจารย์ด๋อยสั่งให้ทุกคนลงมือปลูกต้นไม้ได้
พวกของแผ่นดินปลูกป่าไปก็คอยจับพิรุธของเอวานอฟไป โยชิดะเห็นก็แกล้งเปรย
"จับผิด ระวังใจไม่สงบนะครับสารวัตร มิสเตอร์เอวานอฟคงเสียใจมาก ถ้าสิ่งที่เขาทุ่มเทเพื่อส่วนรวมมาทั้งชีวิต กลับถูกมองเป็นสิ่งชั่วร้ายและเขาคงเสียใจมากกว่า ถ้ารู้ว่าการเข้ามาของสารวัตรไม่ได้มาเพื่อทำกิจกรรมสร้างสรรค์ แต่เข้ามาเพื่อล่า"
โยชิดะแสร้งพูดด้วยความเศร้า แล้วเดินกลับออกไปเงียบๆ กมล จ่าสิงห์และจ่าหยอยมองโยชิดะอย่างครุ่นคิด แผ่นดินจึงเอ่ยว่า
"เรื่องนี้เวลาจะเป็นเครื่องตัดสิน เพราะถ้าเขาไม่ใช่คนดีจริง ความชั่วที่ซ่อนอยู่ใต้เปลือกของความดี จะโผล่มาให้เราเห็นเองแต่ผมยังเชื่อนะ ว่าเซ้นส์ของผมไม่พลาด"
แผ่นดินมองไปที่เอวานอฟอีกครั้งแล้วเดินเลี่ยงออกไปหาพวกทอรุ้ง
ทอรุ้งกับแผ่นดินปะทะคารมกันพอหอมปากหอมคอ แล้วก็ช่วยกันปลูกต้นไม้ต่อ แต่สักพักทอรุ้งก็สั่งให้แผ่นดินหยุดขุดดิน เพราะเห็นอะไรบางอย่างที่ก้นหลุม เธอรีบเอามือคุ้ยดินขึ้นมา ก็พบล็อกเกตแบบเดียวกับที่เธอมีฝังอยู่ก้นหลุม เธอหยิบสร้อยล็อกเกตของตัวเองขึ้นมาทาบกับล็อกเกตที่ขุดเจอด้วยความแปลกใจ
"ว้าย เป๊ะเลย มาฝังอยู่แถวนี้ได้ยังไงเนี่ย" เก๋ร้อง
"ไม่เห็นน่าแปลกเลย ที่นี่เคยเป็นสถานีวิจัยมาก่อนใครอาจทำตกไว้พอนานวันเข้าดินก็กลบจนมิด" แผ่นดินว่า
"อุ๊ย ถ้าอย่างงั้นก็ของคนตายสิคะสารวัตร ทอรุ้ง รีบทิ้งเถอะแก ล็อกเกตผีสิงรึเปล่าก็ไม่รู้" เก๋โวยวาย ทอรุ้งเพ่งมองและลูบคลำล็อกเกตที่ขุดได้ด้วยความรู้สึกผูกพัน
ทอรุ้งนั่งลูบคลำล็อกเกตอยู่หน้าเต็นท์จนดึก ลันเตาเห็นเข้าก็ออกมานั่งคุยด้วย
"เป็นอะไรดาร์ลิ่ง ตั้งแต่ขุดไอ้ล็อกเกตนี่ได้ ฉันเห็นแกลูบๆ คลำๆ อยู่นั่นแหละ เพ้อรึเปล่า"
"ไม่รู้สิลันเตา ฉันรู้สึกคุ้นเคย อบอุ่น ผูกพันอะไรกับล็อกเกตนี้ฉันก็บอกไม่ถูก รู้แต่ว่าทุกครั้งที่ได้เห็นได้สัมผัสมันมีความสุขยังไงก็ไม่รู้" ทอรุ้งว่า
ลันเตามองทอรุ้งอย่างไม่เข้าใจ แล้วยกมือขึ้นแตะหน้าผากทอรุ้ง
"ไข้ก็ไม่กินนี่หว่า นี่ ฉันว่าแกไปนอนได้แล้วไป๊ ดึกแล้ว"
"แกไปนอนก่อนเถอะ ฉันขอนั่งเล่นอีกแป๊บ" ทอรุ้งต่อรอง
"เออ ตามใจแก งั้นฉันไปนอนก่อนนะเว้ย อ้อ แล้วไม่ต้องลูบคลำมากนักล่ะไอ้ล็อกเกตเนี่ย เดี๋ยวสึกกันพอดี"
ลันเตาเดินหาวหวอดๆ ไปเข้าเต็นท์ตัวเอง ทอรุ้งยิ้มให้ลันเตา ก่อนหยิบล็อกเกตของตัวเองออกมาประกบคู่ดูกับอันที่เก็บมาได้ แต่จังหวะเดียวกันทอรุ้งก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านหนึ่ง เธอหันไปมองเห็นเงาใครคนหนึ่งวิ่งหายไปในราวป่า ก็นึกสงสัย
ที่ชายป่า แผ่นดินเดินเข้ามาด้วยความระมัดระวัง เขาสื่อสารกับพวกกมลด้วยวิทยุสื่อสารขนาดเล็กที่ติดไว้ที่หู
"ผมกำลังจะเข้าเขตที่ตั้งขององค์กรสุริยะแล้ว"
ส่วนกมล จ่าสิงห์และจ่าหยอยที่นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก เห็นแผนที่จากจีพีอาร์เอส ระบุตำแหน่งของแผ่นดินกะพริบอยู่ในจอก็รีบตอบกลับ
"ผมเห็นสารวัตรแล้วครับ เออ แต่สารวัตรครับ สารวัตรแน่ใจเหรอครับว่าจะทำอย่างนี้" กมลเป็นห่วง จ่าสิงห์กับจ่าหยอยอาสาติดตามไป
"คนเดียวคล่องตัวกว่า ผมชอบลุยเองอยู่แล้วพวกคุณก็รู้ วันนี้อย่างน้อยผมก็ต้องรู้ให้ได้ว่า สิ่งที่มิสเตอร์เอวานอฟทำนั้นคือภาพจริงหรือภาพลวงกันแน่ แค่นี้ก่อนนะ"
แผ่นดินมองซ้ายมองขวา ก่อนสวมถุงผ้าบางๆ เพื่อพรางใบหน้า แล้วเดินออกจากที่กำบัง ทอรุ้งที่แอบตามมาเมื่อเห็นว่าเป็นแผ่นดินก็นึกโมโห
"สารวัตรบ้านี่คุณเอากิจกรรมปลูกป่าของฉันบังหน้า เพื่อที่จะทำเรื่องบ้าๆ เหรอเนี่ย" ทอรุ้งแอบตามแผ่นดินต่อไป
กมลจ่าสิงห์และจ่าหยอยนั่งปรึกษากันอยู่ในเต็นท์เพราะเป็นห่วงแผ่นดิน แล้วกมลก็ตัดสินใจว่า ถ้าภายในหนึ่งชั่วโมงแผ่นดินไม่มา เขาจะพาจ่าหยอยและจ่าสิงห์บุกเข้าไปในองค์กรสุริยะ แล้วสั่งให้สองจ่าเตรียมอาวุธให้พร้อม สองจ่ารับคำหนักแน่น
แผ่นดินเข้ามาใกล้ตัวอาคารองค์กรสุริยะที่ตั้งตระหง่านอยู่ในความมืด เขารู้สึกเหมือนมีคนตามมาจึงกวาดปืนหา แต่ทอรุ้งซ่อนตัวได้ทัน แล้วจังหวะนั่นเองรถของหน่วยลาดตระเวนที่มีอาวุธครบมือก็แล่นมาผ่าน แผ่นดินรีบหลบ เขาบอกกับตัวเองว่า
"ยังไม่ทันไรฉันก็พบพิรุธพวกแกแล้ว องค์กรการกุศลที่ไหนวะต้องมีหน่วยลาดตระเวนพร้อมอาวุธ"
แผ่นดินรอจนรถลาดตระเวนแล่นผ่านไปแล้วจึงออกมาจากที่ซ่อน และหยิบกล้องขนาดเล็กมาบันทึกภาพรอบๆ องค์กรสุริยะ กมลเห็นแผ่นดินหยุดความเคลื่อนไหวก็วิทยุมาถามว่าเกิดอะไรขึ้น
"ผมขอเก็บข้อมูลด้านนอกไว้ก่อนผู้กอง เพราะวันนี้แค่ด้านนอกผมก็พบพิรุธพวกมันแล้ว แค่นี้ก่อนนะผู้กองเดี๋ยวผมก็กลับแล้ว"
แผ่นดินปิดวิทยุสื่อสาร แล้วแพนกล้องไปเรื่อย แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นเงาของใครคนหนึ่งในชุดดำวิ่งผ่านหน้าจอมอนิเตอร์ไปอย่างรวดเร็ว
"อะไรวะ" แผ่นดินมองไปรอบๆ แต่ไม่พบใคร เขาพยายามไม่คิดมากยกกล้องขึ้นถ่ายต่อแล้วก็เห็นดาบซามูไรพุ่งเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว
แผ่นดินหลบวูบด้วยความตกใจ แล้วถีบสวนโยชิดะกระเด็นออกไป โยชิดะสาดดาวกระจายหลายดอกเข้าใส่แผ่นดิน แล้วเข้าไปแย่งกล้องวิดีโอในมือแผ่นดินไปอย่างรวดเร็วพร้อมเอ่ยทักทาย "เจอกันอีกแล้วนะ สารวัตร"
"แกรู้" แผ่นดินชะงักที่โยชิดะรู้ว่าตนเป็นใคร ทั้งๆ ที่คลุมหน้าอยู่
"ฮ่าๆ แค่ผมเห็นปลายนิ้วผมก็รู้แล้วว่าเป็นสารวัตร" โยชิดะหัวเราะ
"ใครอ่ะ" ทอรุ้งที่ตามมาเห็นแผ่นดินโต้ตอบอยู่กับชายในชุดดำ เธอเพ่งมองแล้วพยายามตั้งใจฟัง ก็เห็นแผ่นดินหยิบปืนออกมาเล็งไปที่คนชุดดำสั่งให้ส่งกล้องคืนมา
"สารวัตรกล้าสั่งผมเหรอ" โยชิดะจัดการเอากล้องวิดีโอในมือทุบกับต้นไม้จนแหลกทันที
แผ่นดินฉุนมาก ขยับจะยิงแต่โยชิดะหายตัวไปในความมืด ทอรุ้งตะลึงแล้วก็ถึงกับตาค้างเมื่อเห็นคนชุดดำโผล่มาถีบแผ่นดินจากด้านหลัง ร่างแผ่นดินกระแทกกับต้นไม้
"ผมบอกสารวัตรแล้วใช่ไหมว่าเตือนก่อนตาย ครั้งก่อนน่ะเตือน แต่ครั้งนี้ ตาย"
โยชิดะวาดดาบเข้าใส่แผ่นดิน แผ่นดินหลบได้อย่างหวุดหวิด แล้วเตะตัดขา โยชิดะดีดตัวขึ้นเห็นแผ่นดินเล็งปืนมาตรงหน้าก็ร้องท้าว่า กระสุนปืนทำอะไรเขาไม่ได้
"บทเรียนทำให้ฉันอยากทดสอบ ว่าถ้าปืนสองกระบอกแกจะรอดยังไง"
แผ่นดินหยิบปืนขึ้นมาอีกกระบอก เล็งไปที่โยชิดะอย่างใจเย็น ทอรุ้งมองภาพตรงหน้าด้วยความตื่นกลัว
จบ พลิกฟ้า..ล่าตะวัน ตอนที่ 4



