
ฟื้นถนนสายบุญ-สายวัฒนธรรม เดินตามรอยนักบุญแห่งล้านนา
ฟื้นถนนสายบุญ-สายวัฒนธรรม เดินตามรอยนักบุญแห่งล้านนา : สกาวรัตน์ ศิริมา รายงาน
"อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย" ที่ประดิษฐาน ณ บริเวณถนนศรีวิชัย บ้านห้วยแก้ว เชิงดอยสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ถือว่าเป็นจุดดึงดูดให้คนในท้องถิ่น และนักท่องเที่ยวทั่วสารทิศทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ แวะเข้ามากราบไหว้สักการบูชา เพื่อเสิรมสร้างสิริมงคลแก่ตนเองอย่างไม่ขาดสาย มีจำนวนไม่ต่ำกว่าปีละ 500,000 คน ส่งผลให้ถนนศรีวิชัย กลายเป็นถนนสายบุญ สายวัฒนธรรม ที่จะเดินตามรอยพระครูบาเจ้าศรีวิชัย ปูชีนยบุคคลที่เป็นสัญลักษณ์แห่งคุณงามความดี ในฐานะที่เป็นพระผู้สร้างศาสนวัตถุ ศาสนสถาน และศาสนทายาทในล้านนา
เทศกาลปีใหม่ประจำปี 2554 คณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่ ได้จัดโครงการตักบาตรปีใหม่พระสงฆ์ 984 รูป บนถนนศรีวิชัย-ถนนห้วยแก้ว เพื่อให้ศรัทธาประชาชนได้ปฎิบัติสืบสานเจตนารมณ์ของครูบาเจ้าศรีวิชัย และเช่นเดียวกันเมื่อจังหวัดเชียงใหม่ได้รับมติครม.เห็นชอบให้เป็นนครที่สุดแห่งความสง่างามทางวัฒนธรรม จึงมีกรอบการทำงานของ "เชียงใหม่โมเดล" ขึ้นมา รองรับภายใต้ยุทธศาสตร์การยึดมั่นระบบคุณธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรม จึงเกิดที่มาของการพลิกฟื้นถนนศรีวิชัย และถนนห้วยแก้วให้ยกระดับเป็นถนนสายบุญ สายวัฒนธรรม
พระเทพโกศล เจ้าอาวาสวัดศรีโสดา พระอารามหลวง เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ปกติในแต่ละวันจะมีภิกษุสามเณรเดินลงจากวัดศรีโสดา พระอารามหลวงรับบิณฑบาตรบนถนนศรีวิชัย-ถนนห้วยแก้วอยู่แล้ว และเมื่อจังหวัดเชียงใหม่จะฟื้นฟูประเพณีตักบาตรข้าวสาร ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะชาวพุทธควรตระหนักว่าขณะนี้พุทธศาสนาถูกรุกราน และควรอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมดั้งเดิมไว้ ด้วยการปลูกฝัง และสร้างจิตสำนึกให้ชาวเชียงใหม่ และลูกหลานได้ให้ความสำคัญในประเพณีตักบาตร และเป็นการเดินตามรอยนักบุญแห่งล้านนา
สำหรับวัดศรีโสดามีภิกษุสามเณร 497 รูป มีความพร้อมในการจะร่วมทำถนนสายบุญ สายวัฒนธรรมให้มีความงดงาม และมีคุณค่าแก่สายตาพุทธศาสนิกชน โดยจะให้ความร่วมมือในการรับบิณฑบาตรตั้งแต่เวลา 05.30-07.30น.ทุกวัน โดยมีภิกษุสามเณรเดินลงจากวัดศรีโสดาครั้งละ 20 รูป และขณะนี้ทางวัดมีโครงการจะปรับภูมิทัศน์พื้นที่ด้านหลังอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย และทำบันไดนาคจากวัดศรีโสดาลงมา คาดว่าเมื่อเสร็จแล้ว ในเช้าแต่วันจะเห็นภาพภิกษุสามเณรรับบิณฑบาตรอย่างสวยงาม
นางสาวปานจิตต์ พิศวง พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า เชียงใหม่โมเดลวางยุทธศาสตร์ให้ทุกภาคส่วนร่วมกันสืบสานวัฒนธรรม และอนุรักษ์ประเพณีเก่าแก่ อย่างเช่นโครงการถนนสายบุญ สายวัฒนธรรมที่จะริเริ่มขึ้นนี้ เป็นแนวคิดของของภาครัฐ และภาคเอกชนที่จะเข้ามาวางระบบการใส่บาตรพระให้เห็นถึงวิถีชีวิติอีกมุมหนึ่งของชาวเชียงใหม่ และยังเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามามีส่วนร่วม ในรูปแบบของการทำบุญเหมือนสมัยก่อน เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
สิ่งเหล่านี้คงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคฝ่ายเข้ามาดำเนินการ ภายใต้การขับเคลื่อนของสำนักพระพุทธศาสนา โดยขณะนี้ได้เริ่มดำเนินการแล้ว จากนั้นจะค่อยๆ ปรับเปลี่ยนให้เกิดความเหมาะสม แต่จะให้เกิดความต่อเนื่อง เพราะถนนเส้นนี้จะเป็นถนนที่เดินทางไปยังวัดพระธาตุดอยสุเทพ ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้สามารถเชื่อมโยงไปสู่โปรแกรมการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ได้ โดยเฉพาะทัวร์บุญ ซึ่งตลอดเส้นทางถนนศรีวิชัยจะมีวัด 4 แห่งด้วยกัน หากจัดให้เป็นเส้นทางท่องเที่ยวได้ จะเป็นสิ่งที่ดีต่อการท่องเที่ยว และเป็นการทำนุบำรุงศาสนา
นายสำราญ ห่านแก้ว ประธานสมาคมส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดยอมไทย สาขาเชียงใหม่-ลำพูน กล่าวว่า ปัจจุบันนี้วัฒนธรรมประเพณีต่างๆไม่ค่อยได้รับความสนใจจากคนรุ่นใหม่เท่าใดนัก ในฐานะที่เป็นตัวแทนภาคเอกชนเข้ามาร่วมผลักดันยุทธศาตร์"เชียงใหม่โมเดล" จึงมีแนวคิดจะฟื้นฟูให้กลับมามีบทบาทอีกครั้ง ส่วนหนึ่งเชื่อว่าการตักบาตรยามเช้าของชาวเชียงใหม่ไม่แตกต่างไปจากวิถีชีวิตการตักบาตรของชาวหลวงพระบาง สปป.ลาว ซึ่งไม่เพียงแต่จะเป็นสื่อให้เห็นถึงการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีเก่าแก่แล้ว ยังรวมไปถึงการสร้างจุดขายทางการท่องเที่ยวด้วย
เช่นเดียวกัน จังหวัดเชียงใหม่มีศักยภาพ และมีความพร้อมอยู่แล้วในการจะสร้างถนนสายบุญสายวัฒนธรรมขึ้นมา และวัดศรีโสดามีภิกษุสามเณรจำนวนมาก จึงถือเป็นเรื่องที่จะสามารถร่วมกันจุดประกายให้ตระหนักถึงวิถีชีวิตแบบเก่าๆ การปลูกฝังจิตสำนึกของคนรุ่นใหม่, การอนุรักษ์ให้เห็นคุณค่าของความเป็นล้านนา ทั้งสิ่งของ และเครื่องใช้ ซึ่งไม่เพียงแต่จะส่งผลต่อพุทธศาสนิกชนชาวเชียงใหม่ที่จะเข้ามาช่วยสร้างบรรยากาศ เช่น การแต่งกายพื้นเมือง การใช้ใบตองห่ออาหาร การนั่งเสื่อตักบาตร ซึ่งทั้งหมดนี้จะส่งผลดียังภาคการท่องเที่ยวในระยะยาวในอนาคตอีกด้วย



