ไลฟ์สไตล์

"อานันท์"ห่วงปัญหา"ผู้บริโภค"จี้ประชาชนต้องตระหนัก

"อานันท์"ห่วงปัญหา"ผู้บริโภค"จี้ประชาชนต้องตระหนัก

26 เม.ย. 2552

"อานันท์" ห่วงปัญหา “ผู้บริโภค” จี้ประชาชนต้องตระหนักและรู้สิทธิ์คุ้มครองตนเอง ขณะที่ “มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค” แถลงผลโหวต “ผลิตภัณฑ์ - บริการ - โฆษณา” ยอดเยี่ยมยอดแย่ เผย “ปตท. - รถโดยสารสาธารณะ - โฆษณาขายตรงผ่านทีวี ” ติดอันดับยอดแย่ที่สุด โดยเฉพาะรถโดย

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 26 เม.ย. ที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค  ในงานเปิดบ้าน “ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ” นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวถึงสิทธิการคุ้มครองผู้บริโภคในปัจจุบันว่า ในโลกที่เป็นอยู่เราคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีคนเอาเปรียบ คนที่มีความแข็งแรงในวิชาชีพ รายได้ ก็มักที่จะต่อสู้ได้ แต่สังคมไทยในปัจจุบันมีคนอยู่ในสภาพที่เรียกว่า หากไม่มีคนช่วยคงไม่สามารถรักษาสิทธิ์ได้ จึงเกิดแนวคิดกระบวนการสร้างกระบวนการประชาสังคมเพื่อช่วยเหลือ ซึ่งตนรู้สึกดีใจที่ขณะนี้มีการตื่นตัวในการรักษาสิทธิ์ผู้บริโภค แต่เรื่องสิทธิ์ผู้บริโภคยังอีกไกล และต้องทำให้ประชาชนส่วนใหญ่รู้ในสิทธิ์ของตนเอง เพราะตอนนี้เรายังไปไม่ถึงก้าวที่สองที่ทำให้ประชาชนรู้ตระหนักและรู้สิทธิ์ของตนเอง

 นายอานันท์ กล่าวว่า ตนอยากเห็นกระบวนการคุ้มครองผู้บริโภคที่เป็นปึกแผ่น โดยไม่ต้องอาศัยองค์กรนี้ และให้องค์กรนี้ทำหน้าที่เคียงข้างกับสภา เพราะปัญหาการเอารัดเอาเปรียบเกิดขึ้นได้เพราะอาศัยช่องว่างของกฎหมาย หากนักการเมืองไม่ดูแลให้กับประชาชน ก็เป็นหน้าที่เรากันเองที่ต้องทำงานกับฝ่ายกฎหมายเพื่อแก้ไขความอยุติธรรมในสังคมไทยที่มีอยู่ หรือผลักดันกฎหมายใหม่ๆ เพื่อดูแลให้เรื่องสิทธิผู้บริโภคมีความมั่นคงและยังยืนยิ่งขึ้น

 “อย่างปัญหาบ้านจัดสรร หากเราต้องลงไปดูแลบ้านจัดสรรครบทุกแห่งคงไม่ได้ เพราะเรามีบ้านจัดสรรอยู่ทั่วประเทศ ดังนั้นควรปล่อยให้ผู้บริโภครู้สิทธิ์และดูแลกันเอง ขณะที่เราทำเรื่องกฎหมายให้เกิดความเป็นธรรม ซึ่งจะไปหวังพึ่งใครไม่ได้ แต่ต้องพึ่งตนเอง พูดให้มากขึ้น เขียนให้มากขึ้น และอ่านให้มากขึ้น เพื่อสร้างวัฒนธรรมใหม่ ช่วยกันดูแลการใช้สิทธิ์ให้ถูกต้อง ที่ไม่ใช่ดูแลผลประโยชน์ ” นายอนันท์ กล่าว

 นายอานันท์ กล่าวว่า อยากฝากว่า ที่ผ่านมาตนมีหลักการที่ใช้ในดูแลองค์กรภายใต้ประชาสังคม โดยเห็นว่าสังคมทุกสังคมที่มีความเห็นขัดแย้งถือเป็นเรื่องธรรมดา แต่หากสังคมไม่มีสติและทางออกที่ดีพอ ความขัดแย้งจะนำไปสู่ความแตกหักได้ ซึ่งทุกประเทศเคยผ่านเหตุการณ์แตกหักมาแล้วทั้งนั้น ประวัติศาสตร์ความแตกหักเกิดขึ้นตลอดเวลา แต่หากเราเป็นสังคมที่มีสติ เข้าถึงข้อมูล ความยุติธรรม โอกาสที่สังคมจะถึงขึ้นแตกหักก็น้อยลงไป

 ทั้งนี้ยังมีการเปิดผลโหวต “ ผลิตภัณฑ์ - บริการ - โฆษณา ยอดเยี่ยมและยอดแย่ประจำปี 2551” โดย นส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า จากที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ร่วมกับสำนักวิจัยเอแบคโพล ทำการสำรวจผลิตภัณฑ์ บริการ โฆษณา ยอดเยี่ยมและยอดแย่ ในรอบปีที่ผ่านมา โดยสอบถามความเห็นคนจำนวน 2,993 คน พร้อมเปิดให้มีการโหวตผ่านหน้าเว็บไซด์ของกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ มูลนิธิเครือข่ายครอบครัว สถาบันวิจัยโภชนาการมหาวิทยาลัยมหิดล และเว็บไซต์วารสารฉลาดซื้อ รายการกระต่ายตื่นตัว สถานีโทรทัศน์ NBT นอกจากนี้ยังมีหลักเกณฑ์พิจารณา คือ ต้องเป็นสินค้าที่มีอยู่ทั่วประเทศ โดยในส่วนการโหวตยอดเยี่ยม ยังไม่มีชื่อโหวตอยู่ในอันดับยอดแย่ ไม่ทำรายสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ไม่มีการร้องเรียนการละเมิดสิทธิ์ และไม่เป็นที่ถกเถียงในสังคม

 โดยพบว่า ในส่วนผลโหวตยอดเยี่ยม ผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยมที่ได้รับการโหวตสูงสุด ได้แก่ “ แป้งเด็กเบบี้มายด์ ” บริการยอดเยี่ยม ได้แก่ “ บริการของธนาคารไทยพาณิชย์ ” และโฆษณายอดเยี่ยมได้ ได้ “ โฆษณาของบริษัทไทยประกันชีวิต ชุดแม่ต้อย ” ขณะที่ผลโหวตยอดแย่ พบว่า ในส่วนผลผลิตภัณฑ์ยอดแย่ ได้แก่ “ แก๊สและน้ำมันของบริษัท ปตท. ” บริการยอดแย่ ได้แก่ “ บริการรถโดยสารสาธารณะ ” ตั้งแต่ ขสมก. รถร่วม รถทัวร์ ของ บขส. รถไฟ ส่วนโฆษณายอดแย่ ได้แก่ “ การโฆษณาขายตรงผ่านทีวี ” ที่มีการโฆษณาเกินจริง ไม่มีสาระ สินค้าไม่มีคุณภาพ

 นส.สารี กล่าวว่า บริการรถโดยสารสาธารณะถือเป็นบริการยอดแย่ที่ได้รับการโหวตในอันดับต้นๆ และที่ผ่านมาจากงานวิจัยของศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) พบว่า ในแต่ละปีมีอุบัติเหตุรถโดยสารสาธารณะเฉลี่ยปีละ 3,000-4,000 ครั้ง ซึ่งทางมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคจะเข้าไปดูในเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยของรถโดยสารสาธารณะทุกประเภท โดยเป็นแผนงานในปี 2553 นี้ เนื่องจากเป็นบริการที่มีประชาชนใช้บริการจำนวนมาก และมีปัญหาการร้องเรียนบ่อย ซึ่งไม่เพียงแต่จะเข้าไปดูในเรื่องมาตรฐานรถและบริการเท่านั้น แต่จะดูถึงผู้ให้บริการ คือ ผู้ขับรถโดยสารสาธารณะที่พบว่ามักมีอามรณ์ รุนแรง ฉุนเฉียว โดยเฉพาะรถสาธารณะที่เป็นบริการร่วม เนื่องจากมีปัญหาในเรื่องรายได้ ต้องแข่งขัน ซึ่งรัฐบาลอาจต้องเข้ามาสนับสนุนในเรื่องนี้

 “กรณีของนักศึกษา ม.กรุงเทพ ที่เกิดอุบัติเหตุในระหว่างการวิ่งขึ้นรถเมล์สาย 115 นั้น เมื่อดูในเรื่องความปลอดภัย หากรถเมล์มีการปิดประตูโดยสารก่อนที่รถจะเคลื่อนตัวออกจากป้ายรถเมล์ อุบัติเหตุนี้ก็จะไม่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามกรณีนี้หากมีการร้องเรียนมายังมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคก็พร้อมที่จะช่วยเหลือ ”