
ความจำถดถอย
ภาวะสมองเสื่อม เป็นโรคที่มีแนวโน้มการเกิดมากขึ้นในสังคมผู้สูงอายุ ที่มีอายุยืนยาวขึ้นจากการดูแลสุขภาพที่ดีขึ้น
รูปแบบของโรคสมองเสื่อมที่พบมากที่สุด คือ โรคอัลไซเมอร์ ประมาณ 65% ของโรคสมองเสื่อม และพบมากขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุ ประมาณ 13% ในคนอายุ 65 ปีขึ้นไป และพบโรคอัลไซเมอร์สูงถึง 50% ในคนที่มีอายุ 85 ปี
อาการหลักๆ ของภาวะสมองเสื่อม
เป็นกลุ่มอาการที่มีการสูญเสียหน้าที่การทำงานของสมอง ที่เกิดขึ้นภายหลังอย่างเรื้อรัง ทำให้ความสามารถของบุคคลลดลง หลงลืม สูญเสียความทรงจำ ไม่สามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้หรือสมรรถภาพความคิดลงลง โดยเฉพาะผู้บริหารที่มีความเครียดสูง มีพฤติกรรมแปลกๆ บุคลิกภาพเปลี่ยนไป อารมณ์ผิดไปจากปกติ มีความผิดปกติในการใช้ภาษา เช่น ไม่สามารถเรียบเรียงคำพูดได้ คำนวณได้ลดลง ความคิดริเริ่มน้อยลง ความเข้าใจยากขึ้น โดยที่ผู้ป่วยยังรู้ตัวดี
ภาวะสมองเสื่อมนี้เป็นสาเหตุสำคัญที่สุดอันหนึ่งที่ทำให้ผู้สูงอายุ ทั่วโลกมีความพิการ และพึ่งตนเองไม่ได้ แต่ภาวะสมองเสื่อมนี้ ไม่เกิดเฉพาะในผู้สูงอายุเท่านั้น ในประชากรที่อายุน้อยก็อาจเกิดภาวะนี้ได้เช่นกัน
อาการหลงลืม เป็นอาการเริ่มต้นของโรคความจำ พบได้ 40% ของผู้สูงอายุวัย 65 ปีขึ้นไป ที่เริ่มแสดงอาการให้เห็น ในขณะที่ 10% ของกลุ่มนี้มีโอกาสเป็นโรคความจำเสื่อม หรืออัลไซเมอร์ ซึ่งเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ เช่น การเสื่อมที่เกิดขึ้นตามวัย พันธุกรรม อุบัติเหตุทางสมอง ได้รับสารที่มีผลกระทบต่อเซลล์สมอง หรือเกิดจากปัญหาหลอดเลือดสมองอุดตัน
ความจำเสื่อมเกิดได้จากหลายสาเหตุ อีกทั้งมีระยะเวลาการดำเนินโรคนาน 2-5 ปี การแสดงอาการเป็นไปอย่างช้าๆ ตั้งแต่เริ่มต้นไปจนถึงมีอาการ ทำให้การวินิจฉัยและรักษาทำได้ไม่ทันท่วงที
ปัจจุบันการรักษาโรคความจำเสื่อมมีวิธีการเดียว คือ การให้ยา ซึ่งจะช่วยชะลอสารเคมีในสมองให้เสื่อมช้าลง ทำให้อาการดีขึ้น แต่ไม่ให้หายขาด เนื่องจากยังไม่มียาที่รักษาโรคความจำเสื่อมได้ตรงจุดขณะที่การซักประวัติ และเอ็มอาร์ไอ ซึ่งไม่ให้ข้อมูลในเชิงลึกมากพอ และอาจทำให้การรักษาหลงทาง หรือทำได้ไม่ตรงจุดเท่าที่ควร
การวินิจฉัยโรคสมองเสื่อม
มีทั้งการทำแบบทดสอบความจำ (Memory test) การตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์เอ็มอาร์ไอ และในปัจจุบันประเทศไทย ได้นำเครื่องมือการวินิจฉัยโรคสมองเสื่อมแบบใหม่ โดยใช้เทคนิคของเครื่อง PET Scan จึงกลายเป็นความหวังใหม่ที่แพทย์เริ่มนำมาใช้กับโรคสมองและความจำ ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีความแม่นยำมากกว่า ซึ่งในอดีตเทคโนโลยีนี้ใช้กับการวินิจฉัยมะเร็งเพียงอย่างเดียว
“การวินิจฉัยโรคด้วย PET Scan คือการวัดการทำงานของเซลล์สมอง จากการใช้ปริมาณกลูโคส หรือน้ำตาลในระดับส่วนของสมอง แต่ละส่วนในแต่ละจุดที่ร้อนหรือเย็นหรือการเปลี่ยนแปลงของการเผาผลาญกลูโคสในเซลล์สมอง ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นชัดเจนในผู้ป่วยความจำเสื่อม ซึ่งผลของภาพถ่ายที่แสดงจะให้สีที่แตกต่างชัดเจนในบริเวณเซลล์สมองส่วนใดที่มีปัญหา หรือมีแนวโน้มที่จะพบภาวะเสื่อมได้ในอนาคต”
การที่คนไข้รู้ตัวล่วงหน้าว่าตัวเองมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคสมองเสื่อมในอนาคต จะช่วยให้คนไข้วางแผนปรับพฤติกรรมการดำเนินชีวิต โดยเน้นการบริหารสมองด้วยการอ่านหนังสือ เล่นเกมที่อาศัยการคิดคำนวณ ลดความเครียด ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ทานอาหารที่ประโยชน์ การพบปะพูดคุยเข้าสังคม ทั้งหมดจะสามารถช่วยชะลอ หรือทุเลาอาการเสื่อมที่จะเกิดขึ้นได้
ปัจจุบันคนไข้ที่เริ่มสงสัยว่า ตัวเองจะเป็นโรคความจำเสื่อม หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรค สามารถตรวจวินิจฉัยด้วยเทคนิค PET Scan ได้ตั้งแต่อายุ 45-50 ปี ช่วยลดความเสี่ยงจากการวินิจฉัยที่สามารถยืนยันผลได้ถึง 70% โดยโรงพยาบาลกรุงเทพ เป็นโรงพยาบาลแรกที่พร้อมให้บริการตรวจวินิจฉัยด้วย PET Scan และคาดว่าในอนาคตอันใกล้การวินิจฉัยด้วยเทคนิคนี้ จะเป็นมาตรฐานในโรงพยาบาลทั่วไปเช่นกัน
ดร.นพ.โยธิน ชินวลัญช์
โรงพยาบาลกรุงเทพ
โทร.1719



