
ฝ่าวิกฤติเมืองไทย(2) ครอบครัวธิปไตย
คันฉ่องและโคมฉาย : ฝ่าวิกฤติเมืองไทย(2) ครอบครัวธิปไตย : ท่าน ว.วชิรเมธี
การตัดสินใจแบบ ธัมมาธิปไตย เน้นการยึด “หลักการ” มากกว่า “ความต้องการ” ทั้งความต้องการ “ของฉัน” และความต้องการ “ของประชาชน” (อย่างหน้ามืดตามัว) หากมุ่งไปที่ “ความจริง ความจำเป็น และประโยชน์สุขที่ยั่งยืนของคนส่วนใหญ่เป็นสำคัญ” แม้จะทำให้การตัดสินใจนั้นดูล่าช้าไปบ้าง ไม่ได้ดั่งใจคนส่วนใหญ่ที่อยากได้อะไรตามแต่ใจเฉพาะหน้าบ้าง แต่ในระยะยาวแล้ว ก็จะทำให้สังคมมีมาตรฐานในเรื่องต่างๆ อย่างชัดเจน มีบรรทัดฐานที่ดีไว้ให้อ้างอิง มีระบบซึ่งเป็นระเบียบปฏิบัติที่ลงตัว และเข้าสู่ความเป็นรัฐที่มีหลักประกันในการอยู่ร่วมกันอย่างแท้จริง ซึ่งเราเรียกกันในปัจจุบันว่า สังคมที่มีระบบ “นิติรัฐ” ที่เข้มแข็งนั่นเอง
หากเราต้องการสถาปนาระบอบประชาธิปไตยที่ยั่งยืนขึ้นมาในสังคมไทย เราคงต้องหันมาพิจารณาระบบการตัดสินใจทางการเมืองของคนไทยกันใหม่ว่า ทุกวันนี้ทั้งชนชั้นนำของสังคมไทย และประชาชนคนไทย มีระบบการตัดสินใจทางการเมืองกันอย่างไร
ถ้าเราช่วยกันทำให้คนไทยมีระบบการตัดสินใจในแบบ “ธัมมาธิปไตย” คือ ตัดสินใจโดย ยึดเอาความจริง ความถูกต้องประโยชน์สุขของคนส่วนใหญ่ที่ยั่งยืน เป็นบรรทัดฐานได้เมื่อไหร่ ระบอบประชาธิปไตยในเมืองไทยก็จะเข้มแข็ง รากฐานของนิติรัฐก็จะมั่นคง (ซึ่งต้องอยู่ที่ใจ อยู่ที่จิตสำนึก หรืออยู่ที่ค่านิยมของคนส่วนใหญ่ ไม่ใช่ในกระดาษเท่านั้น)
แต่ถ้าเรายังคงปล่อยให้มีระบบการตัดสินใจในทางการเมืองการปกครองกันแบบ อัตตาธิปไตย คือ ฉันต้องการอย่างนี้ ทุกคนต้องว่าตามฉัน หรือ โลกาธิปไตย ประชาชนว่าอย่างนี้ ใครหน้าไหน ก็ต้องฟังประชาชน ซึ่งถ้าเสียงประชาชนนั้น เป็นเสียงบริสุทธิ์ที่แท้จริงก็ต้องฟัง แต่ถ้าเป็นเสียงซึ่งสะท้อนออกมาเพราะถูกวางเงื่อนไขหรือถูกซื้อ แม้เป็นเสียงประชาชนก็ต้องฟังอย่างไว้หู ไม่ใช่ฟังแล้วต้องเอาตามไปเสียทั้งหมด
การฟังเสียงประชาชนทุกฝ่ายนั้น หากไม่ระวังให้ดี คือ ไม่ฟังอย่างมีสติก็จะกลายเป็นการประจบประชาชนหรือหลอกใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือ และยิ่งทำให้ประชาชนอ่อนแอลงไป และต้องหลอกล่อกันด้วยอามิสสินจ้างไม่จบสิ้น ระบอบประชาธิปไตย ก็จะยังไม่หยั่งรากอย่างมั่นคงลงสู่สังคมไทย
ระบบการตัดสินใจในแบบ “ธัมมาธิปไตย” นั้น เป็นหัวใจของประชาธิปไตย
ถ้าประชาชนถือหลัก “ธัมมาธิปไตย” คือ ยึดหลักความจริง ความถูกต้อง (นิติธรรม) และประโยชน์สุขของส่วนรวมเป็นใหญ่อย่างเข้มแข็งมั่นคงได้อย่างแท้จริงเมื่อไหร่ เมื่อนั้นแหละที่ประชาธิปไตยที่แท้จริงจึงจะเกิดขึ้นได้ในทุกๆ สังคม
กล่าวอีกนัยหนึ่งว่า
ประชาธิปไตย ก็คือ การปกครองของประชาชนที่ถือหลักการตัดสินใจในแบบธัมมาธิปไตยเป็นใหญ่โดยประชาชน และเพื่อประชาชน



