
กรุ่นกลิ่นชะมดเช็ด รสสุดเด็ด
อาหารหลากรสที่ยั่วนักชิมให้ต้องหลงลิ้มลอง แวะเวียนมายังร้าน "FABB CAFE AND BISTRO"
พิษเศรษฐกิจต้มยำกุ้งช่วงปี 40 บริษัทห้างร้านรายเล็กรายใหญ่ล้มหัวฟาดกันระนาว เป็นฝันร้ายฝังใจนับแต่นั้นจนบางคนไม่อยากหม่ำต้มยำกุ้งด้วยแค่ฟังชื่อก็แสลง แต่ในความโหดร้ายของวิกฤติมักมีโอกาสให้คนเข้มแข็งเสมอ "เลิฟ" เจนจิรา กมลเศวตกุล ก็เป็นหนึ่งในคนจำนวนนั้น และผลจากการไม่ถอย ทำให้วันนี้นักชิมมีโอาสได้ดื่มด่ำและลิ้มรสภายในร้าน "FABB CAFE AND BISTRO" (แฟบบ์ คาเฟ่ แอนด์ บิสโทร) ที่เจ้าตัวค่อยๆ ปั้นขึ้นมา หลังล้มฟุบครั้งโน้น
ถ้าเป็นขาประจำคงคุ้นเคยกับ "แฟบบ์ สตูดิโอ" ที่ก่อนหน้านี้ "เลิฟ" บุกเบิกไว้บนตึกเมอร์คิวรี่ตรงข้ามเซ็นทรัล ชิดลม ขายสินค้าแฟชั่นนำเข้าที่เธอรักมากมาย ควบคู่อาหารยุโรปอารมณ์ไฟน์ไดนิ่งหรูหราพร้อมไวน์ และแชมป์เปญนอก
ทว่าเมื่อแฟบบ์ สตูดิโอ ปิดตัวลงไปด้วยเหตุผลบางประการ จึงส่งไม้ต่อให้แฟบบ์ โฉมใหม่ภายในซอยเอกมัย 12 ซึ่งยกเครื่องบ้านเช่าเก่าๆ สองชั้นให้เป็นร้านอาหารที่มีความสมบูรณ์แบบและหลากหลายตามสภาพเศรษฐกิจ แต่ไม่ทิ้งกลิ่นอายของบ้านที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ของสะสมชิ้นโปรด ให้ลูกค้ารู้สึกอบอุ่นเป็นกันเอง และเพิ่มรสชาติการกินดื่มด้วยวงแจ๊สดีๆ เอาใจลูกค้าวัยทำงานที่เป็นกลุ่มหลัก
การันตีรสชาติมาตรฐานยุโรปกับเชฟมาโย หนุ่มสโลวักที่ไปบ่มเพาะฝีมือที่อังกฤษ แต่แม้จะถอดแบบมาก็ไม่ลืมปรับบางอย่างให้เข้าลิ้นคนไทย ที่สำคัญกว่าครึ่งเชฟคนเก่งทั้งคิดสูตรและประยุกต์ด้วยตัวเอง ที่เด็ดๆ อยากให้ลองเริ่มเรียกน้ำย่อยจาก "เห็ดพอร์โทเบลโลย่าง" เห็ดดอกใหญ่ย่างจนหอมโปะทับด้วยหน้าที่ปรุงจากเห็ดหอม เห็ดชิตาเกะ หอมใหญ่ผัดกับครีมจนเข้มข้น โรยมัสเซอเรลล่าชีสและขนมปังป่นแล้วเข้าเตาอบอีกครั้งก่อนจะราดบัลซัมมิก แกล้มร็อกเก็ตสลัด เนื้อเห็ดหวานมันมากๆ
หรือจะเป็น "ปลาคอดกับมันฝรั่ง" ที่แล่ปลาเป็นท่อนพอเหมาะมือคลุกเคล้าเกลือ พริกไทย และแป้ง แล้วแอบเหยาะเบียร์ลงไปหน่อยเพื่อให้พอมีกลิ่นหอม ทอดจนเหลืองกรอบ รับประทานร้อนๆ กับทาทาซอส เนื้อปลานุ่มแทบละลายในปาก ถ้าเป็นที่อังกฤษจานนี้ถือว่าอินเทรนด์สุดๆ และที่เป็นเอกลักษณ์ของร้านต้องยกให้ "ขาเป็ดกรอบซอสพรุน" เขานำขาเป็ดไปคลุกพริกไทย เกลือทะเล และเบย์ลีฟคล้ายๆ ใบกระวานหมักไว้ข้ามคืน พอรุ่งขึ้นจะปรุงต้องล้างเกลือออกให้หมด
จากนั้นนำไปอบที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส เพื่อให้เนื้อล่อนหนังกรอบแล้วจึงทอดอีกครั้งเพื่อให้กรอบยิ่งขึ้น ความเด็ดไม่ใช่แค่นี้แต่อยู่ตัวซอสราด ที่ปรุงจากลูกพรุน ผสมหอมใหญ่ กระเทียม ไวน์หวาน ตัวซอสรสหอมหวานเข้ากับเนื้อเป็ดกรุบกรอบ แก้เลี่ยนด้วยมันฝรั่งทอดที่เคียงมาด้วยอร่อยมาก
ส่วนของหวานล้างปาก ความจริงมีหลายแบบ แต่อยากให้ลอง "พลัมแดงเสิร์ฟคู่ไอศกรีมวานิลลา" หน้าตาสวยรสชาติก็เข้าท่า เพราะกว่าที่เชฟจะยกมาเสิร์ฟ พิถีพิถันทั้งอบทั้งชิมครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อให้ได้พรุนที่พิเศษที่สุด แต่ต้องรับประทานอุ่นๆ คู่ไอศรีมหวานเย็นรับรองหวานลิ้นชื่นใจ และมาร้านนี้แล้วที่พลาดไม่ได้เลยต้องไม่ลืมลิ้มรสกาแฟกว่า 40 ชนิด ที่กล้าการันตีว่าเป็นสุดยอดก็เพราะตัวเจ้าของเป็นคอกาแฟของจริงทั้งดื่มและลงทุนไปเรียนรู้เกี่ยวกับกาแฟพร้อมเทคนิคการชงจริงจังจากอิตาลี
โดยเฉพาะ "กาแฟขี้ชะมด" หรือ "ชะมดเช็ด" บรรลือโลก สายพันธุ์จากอินโดนีเซียกิโลกรัมละแค่ครึ่งแสน พอมาชงอย่างพิถีพิถันแบบ "ไซฟอน" ก็จะได้ทั้งรสและกลิ่นโชยไปทั้งร้าน ใครอยากพิสูจน์ลองตบเงินในกระเป๋า ถ้าดังปึ้กๆ สั่งเลยไซฟอนชุดหนึ่งได้ 7-8 แก้ว จิบเพลินในราคาจิ๊บๆ 1,200 บาทเอง เอาเป็นว่าใครสนใจก็ลองแวะไป ร้านเปิดบริการทุกวัน 6 โมงเช้าถึง 5 ทุ่ม หรือสอบถามโทรศัพท์ 0-2713-1290-2



