ไลฟ์สไตล์

เร่งคุ้มครองเกษตรกร10ล.ไร่มีน้ำใช้

เร่งคุ้มครองเกษตรกร10ล.ไร่มีน้ำใช้

12 ส.ค. 2554

กรมชลฯ เร่งหาทางคุ้มครองสิทธิเกษตรกรในพื้นที่คันและคูน้ำกว่า 10 ล้านไร่ ระบุปัญหามีการถมคูส่งน้ำหลังเปลี่ยนมือ ซึ่งกระทบต่อเกษตรกรปลายน้ำไม่มีน้ำทำกิน

          นายจรัญ ภูขาว ผอ.สำนักงานจัดรูปที่ดินกลาง กรมชลประทาน เปิดเผยถึงปัญหาบริหารจัดการน้ำในพื้นที่คันและคูน้ำว่า มีเกษตรกรหลายรายร้องเรียนไปยังหน่วยงาน เพื่อขอให้คุ้มครองสิทธิ์ในการรับน้ำจากระบบชลประทานได้เหมือนเดิม เนื่องจากมีการถมคูส่งน้ำจากเจ้าของที่ดินบางราย ทำให้เกษตรกรที่อยู่ปลายทางไม่สามารถรับน้ำได้ตามปกติ ส่งให้เกิดความเดือดร้อน เพราะไม่มีน้ำเพาะปลูก
 
          ทั้งนี้ เกษตรกรผู้เดือดร้อนหยิบยกประเด็นปัญหาว่า แม้ที่ดินทำคันและคูน้ำจะเป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้าของที่ดินเดิมก็จริง แต่การก่อสร้างคันและคูน้ำเป็นอำนาจหน้าที่ของกรมชลประทานตาม พ.ร.บ.คันและคูน้ำ พ.ศ.2505 ดังนั้น การถมคันและคูน้ำของเกษตรกรบางรายจึงไม่น่าจะเป็นเรื่องถูกต้อง เพราะกระทบสิทธิ์ของผู้ที่อยู่ปลายน้ำ
 
          “ส่วนใหญ่ที่ถมคูส่งน้ำเพราะมีการเปลี่ยนมือซื้อขายกรรมสิทธิ์ที่ดิน เจ้าของใหม่อ้างพื้นที่ดินในครอบครองเป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้าของที่ดินตามที่ระบุในโฉนดทุกประการ ดังนั้น จึงมีสิทธิ์ทำอะไรก็ได้ โดยไม่คำนึงจะส่งผลกระทบต่อเกษตรกรปลายน้ำ” นายจรัญกล่าว
 
          นายจรัญกล่าวอีกว่า ประเด็นปัญหานี้มีการหยิบยกขึ้นพิจารณาในเวทีประชุมรับฟังความเห็นจากประชาชนตามภาคต่างๆ ซึ่งจัดโดยสำนักงานจัดรูปที่ดินกลาง เพื่อใช้เป็นแนวทางปรับปรุงกฎหมายใหม่ที่เกิดจากการควบรวม พ.ร.บ.จัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2517 และพ.ร.บ.คันและคูน้ำ พ.ศ.2505
 
          ปัจจุบัน กรมชลประทานมีพื้นที่ได้รับประโยชน์จากการก่อสร้างคันและคูน้ำ กว่า 10 ล้านไร่ ถือเป็นพื้นที่มีความสมบูรณ์ เพราะมีคูส่งน้ำเข้าถึงที่ดินเกษตรกรทุกแปลง